วิธีการสอนเขียนโค้ดที่ดีที่สุดและไม่ยากอย่างที่เราคิด

คุณครูท่านนี้ค้นพบความลับ ที่จะช่วยให้การเรียนสะเต็มศึกษา มีความสนุกและเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

เสียงพูดคุยจากกลุ่มคุณครู ที่อยู่ด้านหลังของหอประชุม ซึ่งหลังจากการอบรมผ่านไปไม่นาน คุณครูวิสุทธิ์ในฐานะหัวหน้าทีม ก็ก้าวออกมาข้างหน้า และออกชุดคำสั่งดั่งกับทหารบก บอกเพื่อนร่วมทีมที่ยืนอยู่ใกล้ทางเข้าให้เริ่มปฎิบัติตาม

“ก้าวไปข้างหน้าห้าก้าว” คุณครูวิสุทธิ์พูดใส่ไมโครโฟน

ชายคนนั้นตอบรับและเดินไปข้างหน้า ขณะที่คุณครูอีก 50 ท่านร่วมกันนับจำนวนก้าวด้วยความพร้อมเพรียงกันว่า “หนึ่ง…สอง…สาม…สี่…ห้า”

“ หัน 90 องศาไปทางขวา” ครูวิสุทธิ์กล่าว และชายคนนั้ดังกล่าว ก็ทำตามคำสั่ง “ ก้าวไปข้างหน้า 10 ก้าว…หันซ้าย 90 องศา…ก้าวไปข้างหน้า 18 ก้าว…”

กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป เมื่อครูวิสุทธิ์และทีมได้ทำการวางแผนบางอย่าง และเดินผ่านเส้นทางที่วกวน ล้อมรอบด้วยโต๊ะและเก้าอี้  ทั้งหมดต้องเดินไปๆมาๆ จนกว่าจะหารางวัลที่ซ่อนอยู่ได้เจอ ซึ่งก็คือหมีสีชมพูที่ถูกซ่อนไว้ที่มุมห้อง

อัลกอรึทึมตุ๊กตาหมีสีชมพู

P1080157 2การสอนนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ณ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (โรงเรียนที่รับดูแลให้การศึกษาเด็กยากจนในชนบทของประเทศไทย) เพื่อให้โอกาสเรียนรู้การเขียนโค้ดไม่ใช่เรื่องง่าย ครูวิสุทธิ์ ผู้ซึ่งสอนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป็นปีที่สอง ที่โรงเรียนวัดจรเข้ใหญ่ในจังหวัดสมุทรปราการ ก็ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี

มีนักเรียนจำนวนไม่มากที่สามารถเข้าถึงการเรียนคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี การเขียนโค้ดนั้น ต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่ไม่ชำนาญในการใช้ภาษาอังกฤษเลย จึงมีอุปสรรคอย่างมากแต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของเด็กๆเหล่านี้

นับเป็นความท้าทายของคุณครูวิสุทธิ์ที่ต้องการให้การศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เป็นทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 ติดตัวแก่เด็กๆ ในโรงเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับโอกาสและ ทรัพยากรด้านการศึกษาน้อย ทุกครั้งๆ เมื่อครูวิสุทธิ์ได้เริ่มต้นการสอน ซึ่งเป็นการสอนแบบที่ครูได้เคยเรียนมา นั่นก็คือนำบทเรียนจากหนังสือแล้วมาบรรยายให้นักเรียนท่องจำ และให้การบ้านการเขียนโค้ด ซึ่งผลที่ได้ก็คือ นักเรียนไม่เข้าใจในบทเรียนเลย และไม่กล้าแม้กระทั่งทจะเริ่มต้นทำการบ้านชิ้นนี้ไปส่งครู

ความหลงใหลในเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นที่จะช่วยให้นักเรียนรู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ครูวิสุทธิ์คิดว่า ตัวเขาเองต้องปรับปรุงรูปแบบการสอน ครูวิสุทธิ์จึงเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมครูภายใต้โครงการโบอิ้ง เทล ยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี  จัดขึ้นในจังหวัดปทุมธานี โดยมีคีนันฯ ได้นำรูปแบบการยกระดับการเรียนรู้ด้วยการใช้โครงงานเป็นฐาน (Enhanced Project-based Learning, E-PBL) และกิจกรรมการคิดเชิงคำนวณมาใช้ในการฝึกอบรม ซึ่งทำให้คุณครูวิสุทธิ์ได้กลับมาทบทวนถึงรูปแบบการสอนที่ใช้อยู่และเกิดเป็นพลังที่จะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น

วิทยาการคอมพิวเตอร์และการเขียนโค้ดที่ครูวิสุทธิ์ได้เรียนรู้ ถือเป็นกระบวนการเรียนที่ได้ใช้การคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำการเขียนโค้ดของชุดคำสั่งสัญลักษณ์ และตัวอักษรที่ซับซ้อน แต่การการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหานั้น ถือเป็นทักษะสำคัญสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ว่าในอนาคตจะเลือกประกอบอาชีพด้านใดก็ตาม

เมื่อเรานึกถึงการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เราจะเห็นภาพนักเรียนที่นั่งเงียบ ๆ อยู่หน้าจอและเห็นนิ้วมือที่พิมพ์อยู่บนคีย์บอร์ด ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น การได้ทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม จะทำให้เด็ก ๆ ทุกคนสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วยความสนุกสนาน และยังได้เรียนรู้วิธีการการคิดคำนวณขั้นพื้นฐานไปในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น จากกิจกรรมตามหาตุ๊กตาหมีสีชมพู เด็ก ๆ จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ ใช้การจำแนกในการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน และออกแบบชุดคำสั่งเพื่อนำทางผู้ร่วมกิจกรรมไปสู่ตุ๊กตาหมี ในชีวิตจริงนั้นการบอกทิศทางก็เหมือนกับอัลกอริทึม ซึ่งคล้ายกับ “ทิศทาง” ในชุดคำสั่งที่ใส่ลงในโปรแกรม JavaScript หรือ C ++

“ผมเคยคิดว่าวิทยาการคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกับวิชาอื่น ๆ ที่สามารถสอนจากตำราเรียนได้ แต่หลังจากที่ผมเข้าร่วมโครงการของมูลนิธิคีนันฯ ความคิดของผมก็เปลี่ยนไป” ครูวิสุทธิ์กล่าว “มีหลายวิธีในการสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ เราไม่จำเป็นต้องสอนการเขียนโค้ดตรงตามหนังสือทั้งหมด และไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือภาษาอังกฤษเลยก็เป็นได้”

จากห้องเรียนสู่โลกแห่งความจริง

เทคโนโลยีมีผลกระทบต่อโลกในปัจจุบันอย่างมาก และความสำคัญของมันกำลังจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบการศึกษาของไทยจึงจำเป็นต้องตามให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่านักเรียนจะต้องจดจำวิธีการเขียนโค้ดยาวๆ นอกจากนี้ เราต้องการบุคลากรครูที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 (การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ การร่วมมือ และการคิดวิเคราะห์) ให้กับนักเรียน ด้วยการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมและคณิตศาสตร์ (สะเต็มศึกษา) และด้วยทักษะและองค์ความรู้นี้ เด็กๆไม่ว่าจะมาจากกรุงเทพฯ หรือโรงเรียนในเขตชนบท ก็จะสามารถก้าวทันเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้เป็นอย่างดี

การเรียนรู้ด้วยการลงมือปฎิบัติจะได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าการเรียนรู้แบบท่องจำ ครูวิสุทธิ์มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะร่วมพัฒนานักเรียนไทย ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ด้านสะเต็มศึกษา ในโลกแห่งการทำงานได้จริง และประสบความสำเร็จในชีวิตสมดั่งที่ตั้งใจ

————————————————–

ท่านสามารถรับชมหน้าเว็บใหม่ของเรา เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการเพื่อปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *