Blog (TH), Uncategorized @th

ปฏิรูปการศึกษาไทยให้ก้าวทันยุค 4.0

ม.ค. 26,2023

การเตรียมความพร้อมเยาวชน ให้พวกเขาเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและทักษะแห่งอนาคต คือ หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตามโมเดลการพัฒนาประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” ในมุมมองของนักการศึกษาอย่าง “คุณสงกรานต์ วีระเจริญกิจ” ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครนายก “ครูผู้สอน” คือกุญแจสำคัญสู่การปฏิรูปการศึกษาไทย เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ให้กับเยาวชนของเรา

นับตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว คุณสงกรานต์ได้เริ่มมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาการศึกษาไทยของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย โดยมีโบอิ้งให้ทุนสนับสนุน เริ่มจาก “โครงการหนึ่งห้องเรียนหนึ่งคอมพิวเตอร์” (One Computer Classroom หรือ OCC) ซึ่งริเริ่มนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนในเมืองไทย และให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาศักยภาพครู ให้สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

คุณสงกรานต์ยังมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของโครงการ OCC ตลอดจนร่วมศึกษาถึงหลักสูตรสถานศึกษา ความต้องการของครู และแนวคิดการจัดการศึกษายุคใหม่ จนค้นพบว่า สิ่งที่จะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้เกิดขึ้นกับตัวผู้เรียนได้ดีที่สุด คือ “กระบวนการเรียนรู้” ซึ่งเกิดจากการที่ครูผู้สอนเปิดโอกาสให้เด็กได้คิดค้นและลงมือทำด้วยตนเอง “ในปี 2556 ที่ผ่านมา โครงการ OCC ได้รับการออกแบบใหม่อีกครั้ง และเริ่มต้นใหม่ในชื่อ “โครงการโบอิ้งยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี” (Boeing Technology Enhanced Learning หรือ Boeing TEL) โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนคุณครูไทย ในการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สนับสนุนการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) ในชั้นเรียน”

ในวันนี้คุณสงกรานต์เล่าถึงครูที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการ Boeing TEL ด้วยความภูมิใจว่า “แม้โครงการนี้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในประเทศไทย มีเพียงหน่วยงานด้านการศึกษาใน 4 จังหวัด คือกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และนครนายก ที่มีโอกาสเข้าร่วม แต่เราเริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวกในวงการการศึกษาไทย นั่นคือ มีการเปลี่ยนแปลงของครูไทย จากที่เคยยึดกับตำรา ก็เริ่มออกแบบวิธีการสอนใหม่ๆ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี เริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการสอน กล้าที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นผู้แสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านการทำโครงงาน”

คุณสงกรานต์ ได้ยกตัวอย่างการปฏิรูปการศึกษาในมุมเล็กๆ แต่สร้างผลลัพธ์อย่างยิ่งใหญ่ต่อเด็กๆ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วที่โรงเรียนวัดปากคลองพระอาจารย์ จ.นครนายก ในสังกัด สพป.นครนายก จากความมุ่งมั่นของครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่อยากสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ยุคใหม่ให้เกิดขึ้นจริง จึงสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ให้ตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว และทดลองทำโครงงานเพื่อแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น นักเรียนกลุ่มหนึ่ง พบปัญหาต้นไม้ตายในฤดูแล้ง เพราะชุมชนตั้งอยู่ในเขตน้ำกร่อย ไม่สามารถใช้น้ำรดต้นไม้ได้ เด็กๆ จึงเริ่มคิดค้นเครื่องกรองน้ำกร่อยให้เป็นน้ำจืด ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายสำหรับเด็กในวัยประถมศึกษา ส่งผลให้พวกเขาเกิดความสนใจใฝ่รู้ จนสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ ที่สำคัญ พวกเขาเกิดทักษะการคิด การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตในอนาคต

ติดตามเรื่องราวโครงงานของเด็กๆ โรงเรียนวัดปากคลองพระอาจารย์ ได้ที่นี่

“โรงเรียนและครูต้องร่วมกันเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้เสียใหม่ เริ่มจากเปิดโลกทัศน์ หมั่นเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ที่สำคัญ โรงเรียนและครูต้องอย่ายึดติดกับวิธีการสอน และมุ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถสร้างองค์ความรู้ให้กับตัวเขาเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด” คุณสงกรานต์ฝากทิ้งท้าย ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ครู” คือพลังสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและทักษะแห่งอนาคต เพื่อขับเคลื่อนไทยสู่ยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง

Share this article

Latest.

โครงการ WE Inspire ประกายฝันปั้นหญิง: เคล็ด (ไม่ลับ) เพื่อ “แม่หญิงเจ้าของธุรกิจ”เติมไฟแห่งความหวัง สู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

เส้นทางการประกอบอาชีพของ

People at Kenan: คุณจารุศรี จิรวิสิฐกุล

การศึกษาคือรากฐานสำคัญของ

“ชีวิตที่ถูกค้นเจอ” ผ่านโครงการ WE Inspire ประกายฝันปั้นหญิง

ไม่ใช่เรื่องง่ายในการคาดเ