เราต้องช่วยเหลืออาสาสมัครสาธารณสุขในประเทศไทย เพื่อร่วมกันต่อสู้กับวิกฤติโควิด 19

Thailand health volunteer

จากผลการยืนยันผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโรคโควิด-19 จำนวน 3,015 ณ วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถือว่าประเทศไทยของเรา สามารถทำหน้าที่รับมือกับโรคระบาดครั้งนี้ได้อย่างน่าชื่นชม ขณะที่หลายๆประเทศเริ่มที่จะเปิดประเทศและผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ แต่สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ เราต้องรักษามาตรฐานของเราให้ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาระบาดอีกครั้ง และต้องช่วยให้ประชาชนสามารถปรับตัวคุ้นชินกับความปรกติใหม่ หรือ “new normal” ให้ได้  อย่างไรก็ดีความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือของทุก ๆ คน  อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้นำคณะรัฐบาล รวมถึงผู้อยู่เบื้องหลังการดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทยตามชุมชนต่าง ๆ  ซึ่งก็คือ “อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน”

แม้สถานการณ์จะดีขึ้นแต่ประเทศไทยก็ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เรายังคงต้องขยายการตรวจสอบและเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น และนับเป็นความท้าทายสำหรับประเทศไทยที่จำเป็นต้องควบคุมจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้มีจำนวนต่ำกว่า 30 ราย   ตามที่ ดร.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป พันธมิตรคนสำคัญของมูลนิธิคีนัน ฯ และเป็นผู้สนับสนุนหลักในการริเริ่มโครงการ NextGen Aging ได้เคยกล่าวไว้

อาสาสมัครสาธารณสุขมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศ  บุคลากรกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงสมาชิกชุมชนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างสมาชิกในชุมชนและระบบสาธารณสุขส่วนกลางได้เป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญคือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าเป็นปัญหาของทุกคน ดังนั้นเราจึงต้องมั่นใจได้ว่าทุกคนมีความรู้และความเข้าใจในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญของอาสาสมัครสาธารณสุข  เพราะบุคลากรกลุ่มนี้จะสามารถติดต่อกับสมาชิกชุมชนที่มักเข้าถึงได้ยาก พร้อมทั้งให้ความรู้แก่สมาชิกชุมชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนอย่างถูกวิธีในการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น การสวมหน้ากากอนามัยและวิธีการล้างมือที่ถูกต้อง นอกจากนี้อาสาสมัครสาธารณสุขก็เป็นสมาชิกในชุมชนนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน จึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่สมาชิกคนอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี เราจึงเห็นได้ชัดว่าบุคลากรกลุ่มนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทยเรา

ประเทศไทยมีเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขกว่าหนึ่งล้านคนทั่วประเทศ และถือเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า แม้ว่าเครือข่ายจะมีความแข็งแกร่ง แต่บุคลารกลุ่มนี้ก็ยังจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมและได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพียงพอเพื่อจะได้ช่วยเหลือชุมชนได้อย่างทั่วถึง

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียเคยผ่านประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขทั้งในกรุงเทพ ฯ และจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อช่วยดูแลสมาชิกในชุมชนที่เป็นผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้คีนันได้ทำการสัมภาษณ์อาสาสมัครสาธารณสุขจำนวน 34 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอีก 10 คน เพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาที่พวกเข้าต้องเผชิญในช่วงวิกฤติโรคโควิด 19 นี้  ซึ่งผลสำรวจพบว่าอาสาสมัครสาธารณสุขจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เหล่านี้ คือ 1. อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment, PPE) เช่น เจลแอลกอฮอล์และหน้ากากคุณภาพสูงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเมื่อลงพื้นไปเยี่ยมสมาชิกชุมชน และ 2. แนวปฏิบัติที่ถูกต้องในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ความรู้ทางดิจิทัล การวางแผนทางการเงิน รวมถึงการสร้างสุขภาพจิตที่ดี

โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสถานะทางการเงินของสมาชิกในชุมชน ผลกระทบเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อปัญหาที่มากกว่าด้านสุขภาพ แต่ด้วยทรัพยากรและการฝึกอบรมที่เหมาะสมจะช่วยให้อาสาสมัครสาธารณสุขของเราสามารถสร้างความน่าเชื่อถือและมีความรู้เพียงพอที่จะทำหน้าที่เป็นแนวหน้าและพร้อมเป็นที่พึ่งพิงให้แก่คนในชุมชนที่ด้อยโอกาสได้กลับมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถปรับตัวเข้ากับความปรกติใหม่ (new normal)  นอกจากนี้การตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด-19 จะต้องครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ดังนั้นประเทศไทยจึงควรเพิ่มจำนวนเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขให้มีความแข็งแกร่ง เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งและสร้างความปลอดภัยให้แก่สมาชิกในสังคมได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

โดย สุภาพร มหาพลตระกูล
ผู้จัดการฝ่ายโครงการและวิชาการด้านสาธารณสุข มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *