“ครู” สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าที่คุณคิด

หากคุณมีงบประมาณสำหรับช่วยสังคมที่มากพอ คุณอยากจะนำงบก้อนนี้ทำอะไรบ้าง หลายท่านอาจอยากนำไปสร้างโรงพยาบาลที่ทันสมัยสัก 1,000 แห่ง หรืออาจใช้สำหรับพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลกได้อย่างเท่าเทียม

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรามีทรัพยากรที่จำกัด ทำให้ต้องถามตัวเองทุกครั้งว่าหากต้องการพัฒนาสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้น เราจะนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไรเพื่อสร้างความเท่าเทียมของประเทศไทยให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

Thai education

จากงานวิจัยจากหลายแห่ง ต่างมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าไม่มีการลงทุนใดที่จะมีคุณค่ามากไปกว่าการลงทุนกับแม่พิมพ์ของชาติ หรือ “ครู” โดยผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งได้ติดตามผลการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวนกว่า 2.5 ล้านคน ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าปัจจัยหลักที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคตของนักเรียนก็คือ “ครู”

ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่มีความสามารถชั้นนำของโรงเรียนจะสามารถทำเงินได้ถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี (1,532,000 บาท) หรือมากกว่านั้น (วัดจากกลุ่มตัวอย่างครูประมาณ 5% ที่มีผลงานหรือทักษะการสอนอยู่ในระดับท็อปที่ผ่านการทำแบบทดสอบมาตรฐานของประเทศในปีนั้นๆ ) เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่มีผลงานหรือทักษะการสอนอยู่ในระดับปานกลาง  ในทำนองเดียวกันหากเรานำครูมีผลงานหรือทักษะการสอนอยู่ในระดับปานกลางมาแทนที่ครูที่ไม่มีประสิทธิภาพ (กลุ่มครูที่มีผลงาน 5% ต่ำสุด) รายได้ตลอดชีวิตสะสมสำหรับนักเรียนในชั้นเดียวกันก็จะเพิ่มขึ้นถึง 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (42.9 ล้านบาท) ต่อปีเลยทีเดียว เมื่อเห็นตัวเลขเหล่านี้แล้ว เราจึงสามารถสรุปได้ว่า “ครู” ก็คือผู้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจนับสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ เลยทีเดียว

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าครูที่พัฒนาตนเองจากระดับไม่มีประสิทธิภาพขึ้นมาอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยปานกลาง และจากที่อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยปานกลางไปอยู่ในเกณฑ์ดี และจากในเกณฑ์ดีไปถึงดีมากจะสร้างผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าการจะช่วยให้ครูพัฒนาตนเองจากระดับที่เป็นอยู่ไม่ง่ายเลย หากแต่ต้องใช้ความพยายามจากหลายภาคส่วนและการลงทุนที่ยั่งยืน

หลายคนเข้าใจผิดว่าครูไม่ต้องพัฒนาอะไรแล้วหลังจากเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง “ครู” ต่างจัดอยู่ในกลุ่มวิชาชีพเช่นเดียวกับด้านอื่น ๆ จำต้องพัฒนา และเสริมสร้างทักษะของตนเองอย่างต่อเนื่อง ปรับตัวให้ตอบรับของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และเพิ่มความเชี่ยวชาญในวิชาที่สอน

ดังนั้น เพื่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของไทยและเรียนรู้ผ่านตัวอย่างของสังคมที่มีคุณภาพการศึกษาที่เป็นเลิศ เราจะต้องให้โอกาสครูในการพัฒนาวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูผู้สอนในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (สะเต็มศึกษา) เนื่องจากครูจากสาขาเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการสร้างศักยภาพของนักเรียนในปัจจุบัน ให้กลายเป็นแรงงานที่พร้อมด้วยทักษะสำคัญต่อประเทศชาติในอนาคต

เราทุกคนต่างตระหนักดีว่าการศึกษาไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา โดยได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรในประเทศรวมถึงภาคเอกชนที่ให้ความใส่ใจในการพัฒนาสังคม  การลงทุนเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ ทั้งการมอบทุนการศึกษา มอบอุปกรณ์การเรียนใหม่ ๆ ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก และอื่น ๆ อีกมากมาย  อย่างไรก็ตามเรารู้ว่าไม่มีปัจจัยใดที่จะสร้างคุณภาพนักเรียนได้มากเท่ากับครู ดังนั้นแล้วไม่ว่าอุปกรณ์การเรียนการสอนจะมีคุณภาพแค่ไหน นักเรียนก็จะไม่ได้เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกว่าพวกเขาจะได้พบกับครูผู้สามารถถ่ายทอดบทเรียนได้อย่างชาญฉลาด และเป็นครูที่พัฒนาทักษะและความรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าคุณอาจจะยังไม่ได้คิด ว่าถึงเวลาแล้ว ที่ต้องช่วยกันพัฒนา “ครู” แต่ในระยะยาว“ครู” ก็คือผู้ที่นำสิ่งที่ดีที่สุดมาให้กับสังคม สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการที่ครูจะได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพครูโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และ“ครู” ก็คือตัวแปรหลักผู้สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดกลับมามอบให้กับประเทศของเรา

ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านบทความฉบับนี้ หากคุณต้องการรับข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บริษัทของคุณจะสามารถสนับสนุนโครงการพัฒนาครูสู่มืออาชีพอาชีพของคีนัน ฯ โปรดติดต่อได้ที่ [email protected]

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *