ทำไมต้นไมยราบถึงเป็นพืชขี้อาย

ทำไมต้นไมยราบถึงเป็นพืชขี้อาย 1

หากคุณเดินไปตามสวน คุณอาจสังเกตเห็นพุ่มต้นไม้เตี้ย ๆ แผ่ไปตามดิน และเมื่อเราเอานิ้วไปโดนที่ใบ ใบไม้ก็จะรีบหุบทันทีราวกับว่ามันอายที่เราไปจับมัน ต้นไม้ชนิดนี้คือต้นไมยราบ เป็นพืชที่มีความอ่อนไหว (sensitive plant) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Mimosa Pudica บางคนก็นำมาปลูกลงกระถางเพราะมันมีพฤติกรรมในการหุบใบที่น่าสนใจ

เหตุผลที่ต้นไมยราบหุบใบเมื่อถูกสัมผัส หรือเขย่า นั้นเกิดจากปฏิกิริยาต่อการสัมผัสซึ่งกลไกการป้องกันตัวของพืช เนื่องจากในธรรมชาติสัตว์และแมลงหลาย ๆ ชนิดกินพืชเป็นอาหาร เมื่อต้นไมยราบหุบใบก็จะทำให้สัตว์เหล่านี้ตกใจและหันไปกินพืชชนิดอื่นแทน นอกจากนี้ปฏิกิริยาการหุบใบจะทำให้ต้นไม้ดูแห้งไม่น่ากินอีกด้วย

ทำไมต้นไมยราบถึงเป็นพืชขี้อาย 2

ต้นไมยราบนี้จะหยุดเคลื่อนไหวในเวลากลางคืนเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน เนื่องจากในเวลากลางคืนใบไม้จะไม่ได้รับพลังงานจากแสงแดดในการสังเคราะห์แสง ถึงแม้ต้นไมยราบถูกสัมผัสมันจะหุบใบเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อตัวมันเอง แต่มันก็ใช้เวลาค่อนข้างนานเพื่อให้มันฟูตัวเอง ดังนั้นหากคุณคิดว่าสนุกเวลาที่ได้ดุใบไมยราบหุบไป จริง ๆ แล้วมันไม่สนุกสำหรับพืชที่มีความอ่อนไหวเลย

ทำไมต้นไมยราบถึงเป็นพืชขี้อาย 3
หลาย ๆ คนอาจคิดว่าต้นไมยราบเป็นวัชพืช แต่จริง ๆ มันมีสรรพคุณและประโยชน์อยู่หลายข้อทั้ง การขับปัสสาวะ รวมไปถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ โดยนำต้นไมยราบมาตากแห้งแล้วนำมาต้มกับรากสะเดาดิน เมื่อเดือดก็กรองน้ำมาดื่ม ส่วนรากของไมยราบตากแห้งเมื่อนำมาต้มน้ำ ดื่มเพื่อรักษาโรคกระเพาะ แก้ระบบย่อยอาหารไม่ดี บำรุงกระเพาะ แก้ลำไส้อักเสบ และแก้บิด หรือแม้แต่แก้ไอ ขับเสมหะ ด้วยการนำรากไมยราบตากแห้งมาทำเป็นชาจิบร้อน ๆ และอาการแก้แมลงสัตว์กัดต่อย โดยการนำใบไมยราบมาล้างและขยี้ให้น้ำใบออกมา นำมาแปะไว้ตรงที่แมลงสัตว์กัดต่อย จะช่วยบรรเทาอาการคัน และอาการแสบร้อนบนผิวที่ถูกแมลงกัดได้ นี่เป็นเพียงแค่ประโยชน์บางส่วนเท่านั้น ยังมีสรรพคุณทางยามากมายที่เราได้จากต้นไมยราบ แต่ข้อเสียและโทษที่ต้องระวังก็มีเช่นกัน เช่น ออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลางหากกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ควรใช้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี หรือสตรีมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร ซึ่งก่อนที่เราจะใช้ยาสมุดไพรใด ๆ นั้นเราเราควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อความปลอดภัยของตัวเราด้วยนะคะ
ที่มา: wonderopolis.org, kapook.com

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *