ประเทศไทยของเราเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาดมากแค่ไหน

pandemic thailand

ทุกประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบอย่างมาก จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) ซึ่งส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในทิศทางที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสชนิดนี้ในหลายประเทศ ส่งผลให้กลุ่มนักพยาธิวิทยา (Pathologist) นักระบาดวิทยา (Epidemiologist) และบุคลากรด้านการแพทย์จากทั่วทุกมุมโลกกำลังต่อสู้กับโรคระบาดนี้อย่างหนัก เพื่อให้ช่วยให้เราทุกคนปลอดภัย อย่างไรก็ตามแม้ทุกภาคส่วนจะพยายามช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ แต่ก็มีหลายชีวิตสูญเสียไป เพราะทั่วโลกยังอยู่ในขั้นตอนการรับมือการแพร่ระบาด รวมถึงการพัฒนาวัคซีนและการรักษาโรคโควิด-19 นี้

ในขณะที่รัฐบาลมีมาตรการให้ร้านอาหาร สถานบันเทิง และโรงเรียนปิดตัวชั่วคราว และให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล(social distancing) รวมถึงหมั่นล้างมืออย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นวิธีหนึ่งในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส หากแต่เราได้เรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ครั้งนี้หรือไม่ เราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดครั้งต่อไป และจะสามารถรักษาชีวิตของคนในอนาคตได้อย่างไร

ท่านผู้อ่านสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้แตกต่างกันไป สิ่งหนึ่งที่แน่นอนว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อเรื่องนี้คือเรื่องการศึกษา เราจะต้องมอบความรู้และทักษะที่สำคัญให้กับนักเรียนในปัจจุบัน เพื่อแก้ปัญหาของการแพร่ระบาดในอนาคต ท้ายที่สุดเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้น พวกเราหลายคนก็จะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่จะต้องพึ่งพาพวกเขาให้เติบโตไปเป็นแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถเพื่อปกป้องคนไทยทุกคน

สิ่งที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีคืออะไร

ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าไม่มีวิธีการใดที่ง่ายดายในการยับยั้งการแพร่ระบาดในปัจจุบัน เราต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดด้วยทรัพยากรและความสามารถที่เรามี แต่อย่างไรก็ตามมันอาจจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้เสมอ ถึงแม้จะยังไม่มีไวรัสตัวใดที่สามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกเพื่อทำลายล้างสิ่งต่าง ๆ แต่เราก็ควรให้ความสำคัญต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต

ในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย เราจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในทรัพยากรมนุษย์เพื่อการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มคุณภาพของแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และบุคลากรด้านสาธารณสุขเพียงเท่านั้น แต่เรายังต้องเพิ่มจำนวนบุคลากรที่มีทักษะเหล่านี้ เพื่อให้เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาล

กล่าวคือ ระบบการศึกษาของเราจำเป็นต้องสร้างนักเรียนจำนวนมากให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งก็คือการผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (สะเต็มศึกษา) รวมไปถึงทักษะ4C ประกอบด้วย การสื่อสาร (Communications) การทำงานเป็นทีม (Collaborations) การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) หรือกล่าวได้ว่านักเรียนในศตวรรษที่ 21 ควรสามารถนำความรู้สะเต็มศึกษา (STEM)  และทักษะ 4C มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง

เมื่อคุณมองถึงปัญหาของวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน มันชัดเจนอย่างยิ่งว่าทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นมากเพียงใด ตัวอย่างเช่น เราต้องการเภสัชกรที่มีความรู้ด้านเคมีและทักษะการคิดวิเคราะห์ในการพัฒนาวัคซีน เราต้องการนักระบาดวิทยาที่มีทักษะการสื่อสารเพื่อทำงานร่วมกันเป็นทีม ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่จำเป็นสำหรับทั่วทุกมุมโลกในการติดตามการแพร่ระบาดของไวรัส ถ้าประเทศไทยไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสำคัญเหล่านี้ เราก็จะต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาภายในประเทศของเรา

เนื่องจากรูปแบบเรียนการสอนแบบดั้งเดิมในประเทศไทยที่เน้นการท่องจำ ทำให้ประเทศของเราต้องพยายามอย่างมากในการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะทันต่อยุคอุตสาหกรรม 4.0 และลดผลกระทบจากปัญหาที่ยากจะแก้ไข ดังเช่นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ดังนั้นคงเป็นเรื่องดี หากเราสามารถเปลี่ยนสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ ให้กลายเป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้

ด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมา เราจะต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนของนักเรียน เราไม่สามารถคาดหวังให้นักเรียนระดับชั้น ม.1 ที่ไม่เคยมีโอกาสได้นำแนวคิดทางเคมีมาประยุกต์ใช้ในห้องทดลอง แล้วจะเติบโตกลายเป็นเภสัชกรที่เก่งกาจได้ เด็กๆจะพลาดโอกาสที่จะเติบโตในอาชีพนี้ เพราะระบบการศึกษาไม่เอื้ออำนวย

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียดำเนินการเพื่อเพิ่มวิธีการเรียนรู้ที่สำคัญในระบบการศึกษาไทย เราสนับสนุนการพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพอย่างครอบคลุมทั้งการฝึกอบรม และการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง แก่ครูหรืออาจารย์จากสาขาวิชาสะเต็มศึกษา (STEM)  และจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยลงมือปฏิบัติจริง (Hands-On) และสอดคล้องกับหลักสูตรการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-based learning) เพื่อเตรียมนักเรียนไทยให้มีความพร้อมสู่การทำงานในอนาคต และด้วยการสนับสนุนจากบริษัทที่ให้ความสำคัญต่ออนาคตของนักเรียนไทย เราก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงโอกาสของนักเรียนในปัจจุบันได้

ในขณะที่เราตระหนักถึงปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19  เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่านักเรียนทั่วประเทศไทยจะได้รับการศึกษาที่พวกเขาสมควรได้รับ หากเราประสบความสำเร็จในความพยายามนี้ นักเรียนเหล่านี้จะสามารถเติบโตและเปลี่ยนแปลงชีวิตการทำงานในอนาคตได้ และในท้ายที่สุดการลงทุนกับนักเรียนในวันนี้ก็อาจสามารถพัฒนาสุขภาพของท่านให้แข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บในอนาคต

โปรดติดต่อเราด้วยการกรอกแบบฟอร์มด้านล่างนี้ เพื่อร่วมกันสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาที่เน้นผลลัพธ์ขั้นสูงในประเทศไทย

Contact Us

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *