ค่ายอินโนเวชั่น: ประตูสู่ประสบการณ์นอกชั้นเรียนในโลกศตวรรษที่ 21

การศึกษาในโลกศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การเตรียมความพร้อมหรือถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการหล่อหลอมนิสัยการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในห้องเรียนค่ายและโครงการเรียนรู้นอกห้องเรียนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมผู้เรียนให้สามารถต่อยอดการเรียนรู้ โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้จากชั้นเรียนมาใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตจริงรวมทั้งออกแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมที่สนุกและการฝึกปฏิบัติและลงมือทำจริง ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น และทักษะการสื่อสารไปพร้อมกันด้วย

ค่ายอินโนเวชั่น: ประตูสู่ประสบการณ์นอกชั้นเรียนในโลกศตวรรษที่ 21 1

โดยค่ายอินโนเวชั่นของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ที่ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองแห่งศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อต่อยอดไปสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและอาชีพในอนาคตต่อไป โครงการค่ายอินโนเวชั่นเป็นโครงการที่ต่อยอดจากการพัฒนาครูผู้สอนเพื่อสร้างห้องเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้และเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ โดยมุ่นเน้นการมอบประสบการณ์การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และเปิดโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ นอกห้องเรียน ซึ่งรวมถึงทักษะทางสังคมที่หลากหลาย การพึ่งพาตนเอง ภาวะผู้นำ รวมถึงแรงบันดาลใจและการเตรียมตัวเพื่อสร้างเส้นทางสู่อาชีพทางสะเต็มในอนาคต

โครงการมีแผนจัดกิจกรรมค่ายอินโนเวชั่นทั้งหมด 9 ค่ายภายในระยะเวลา 2 ปี (2564-2565) ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดระยองรวมทั้งสิ้น 450 คน โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ทางโครงการได้จัดค่ายแก่ 4 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองฆ้อ และ โรงเรียนบ้านสีระมัน โรงเรียนวัดห้วงหิน และ โรงเรียนบ้านค่าย และในปัจจุบันทางโครงการยังเดินหน้าส่งต่อค่ายอินโนเวชั่นแก่โรงเรียนในเครือข่ายเพื่อจุดประกายพลเมืองแห่งศตวรรษที่ 21

โดยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ยังได้เตรียมความพร้อมในการทำค่ายทางไกล หรือ ค่ายอินโนเวชั่นออนไลน์ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและลดการสูญเสียโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียน โดยพัฒนารูปแบบการทำกิจกรรมค่ายให้เข้าถึงนักเรียนมากที่สุดผ่านการเข้าร่วมค่ายเพียงใช้โทรศัพท์มือถือ อีกทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านออนไลน์ โครงการได้แจกจ่ายอุปกรณ์ทดลองตลอดกิจกรรมส่งตรงถึงบ้านนักเรียน  พร้อมสนับสนุนค่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้แก่นักเรียนทุกคน

.ญ.สุธิมนต์ สุขจำรัส นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากโรงเรียนบ้านค่าย จังหวัดระยอง เล่าว่า  “ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 การเรียนออนไลน์จากที่บ้านทำให้ไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยกับเพื่อนเหมือนแต่ก่อน และการเรียนการสอนก็จะเป็นการฟังครูเป็นหลักทำให้ไม่ได้สื่อสารกับทั้งเพื่อนและครูเหมือนช่วงเวลาปกติ”

“การเข้าค่ายทำให้ได้ทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่มีในห้องเรียน มีช่วงถามตอบให้เราได้พูดคุยกับคนอื่น ๆ และยังได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในห้องเรียนและในชีวิตประจำวันได้ โดยค่ายนี้ได้ให้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และทักษะที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต” ด.ญ.สุธิมนต์ สุขจำรัส กล่าวเสริม

โดยในค่ายอินโนเวชั่นจากมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียร่วมกับ บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เราได้ส่งต่อกิจกรรมที่หลากหลายให้แก่นักเรียน ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมที่เกี่ยวกับไฟฟ้า ที่นำความรู้ทางวิศวกรรมไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้ในการทดลองประกอบสิ่งประดิษฐ์ต่างๆด้วยวงจรไฟฟ้าและวัสดุในการนำไฟและให้นักเรียนได้ทดลองปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora Borealis) ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับโรคระบาด ที่นำความรู้ทางวิศวกรรมชีวภาพมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบการรับมือการระบาดของไวรัส รวมถึงยาต้านไวรัส และ วิธีการจำกัดการแพร่กระจายของเชื้อ และสุดท้ายกิจกรรมเกี่ยวกับตรรกะคณิตศาสตร์ อย่างกิจกรรมก่อร่างสร้างเมือง ที่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ผ่านการลงมือปฎิบัติที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เด็ก ๆ ค้นพบว่า การเรียนวิชาคณิตศาสตร์นั้น แท้จริงแล้วถือเป็นเรื่องที่สนุกและน่าสนใจ

.ญ.ขวัญพร ทรงศรี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านหนองฆ้อ  จังหวัดระยอง เล่าว่า “ค่ายนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้และไม่เคยลองทำมาก่อน โดยกิจกรรมที่ชอบที่สุดคือกิจกรรมการต่อวงจรไฟฟ้า และกิจกรรมแสงเหนือ ทั้งสองกิจกรรมทั้งง่ายและได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะได้มีโอกาสได้ลองทำและภาคภูมิใจกับผลลัพธ์ นอกจากนี้พี่ ทีมงานก็คอยดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดถึงแม้ว่าจะทำผ่านทางออนไลน์ ทำให้รู้สึกสนุกและได้มีส่วนร่วมแบบเต็มที่”

นอกจากนักเรียนแล้วคุณครูที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ายตั้งแต่ต้นจนจบก็ยังได้มาบอกเล่าประสบการณ์ดี ๆ จากค่ายพร้อมชวนเพื่อนครูท่านอื่นมาร่วมรับความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อให้นักเรียนต่อไปในโลกศตวรรษที่ 21 ที่การเรียนรู้จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนอีกต่อไป

นางสาวคุณัญญา ชำนาญ คุณครูจากโรงเรียนวัดห้วงหิน “ค่ายอินโนเวชั่นเป็นค่ายที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้มีโอกาสทดลองและค้นหาคำตอบ รวมถึงได้มีส่วนร่วมกับชั้นเรียนมากขึ้น ซึ่งต่างจากการเรียนการสอนแบบปกติที่เด็ก ๆ มักจะเป็นผู้รับสารทางเดียว ถือเป็นการเรียนรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป” นางสาวคุณัญญา ชำนาญ ยังกล่าวเสริมว่า “ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้ทำการจัดการสอนแบบ On-hand เท่านั้น แต่หลังจากได้เข้าร่วมค่ายกับทางคีนัน เราเห็นว่านักเรียนก็มีความพร้อมในการเรียนรู้แบบ Online  ทำให้เราเริ่มนำการสอนผ่านสื่อดิจิทัลมาปรับใช้ ดังนั้นค่ายนี้จึงเป็นทั้งโอกาสและจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ใหม่ ๆ เพื่อปูทางให้นักเรียนสู่โลกอนาคต”

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *