โครงการ “ปรับ-เปลี่ยน-ปั้น” ฐานประชากรสู่สังคมแห่งความยั่งยืน

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างความร่วมมือของหน่วยงานพหุภาคีเพื่อให้เกิดวิสัยทัศน์ร่วมกันเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวอย่างชาญฉลาด 2) ริเริ่มความความร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างภาคี จัดเวทีและสร้างโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และภารกิจเพื่อร่วมกำหนดข้อริเริ่มและหัวข้อสำคัญสำหรับแถลงการณ์การวางแผนครอบครัวอย่างชาญฉลาด และ 3) เพื่อจัดการประชุมระดับนโยบาย (Policy Forum) (ระยะที่ 1) และการประกาศแถลงการณ์แห่งความร่วมมือ (ระยะที่ 2) ที่ส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ได้ร่วมลงความเห็นในการขับเคลื่อนนโยบายการวางแผนครอบครัวอย่างชาญฉลาด และผลักดันให้เกิดข้อตกลงร่วมกันเพื่อสนับสนุนให้เกิดการทำงานในเชิงปฏิบัติภายใต้แถลงการณ์ดังกล่าว
โครงการนี้ประกอบด้วยการทำงาน 2 ระยะ โดยในระยะที่ 1 มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และพันธมิตรจะสร้างความเชื่อมโยงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน โดยเชิญชวนให้เข้าร่วมการประชุมระดับนโยบายเพื่อระดมความคิดเห็นและร่วมกันอภิปรายประเด็นผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวอย่างชาญฉลาดและประสบปัญหาจากอนามัยเจริญพันธ์ุที่ไม่เหมาะสม หลังจากนั้น ในระยะที่ 2 มูลนิธิคีนันฯ และพันธมิตรจะร่วมกันผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดตั้งเครือข่ายอย่างไม่เป็นทางการ และสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็นและแนวทางการทำงานที่นำไปสู่ความเข้าใจและข้อตกลงในการทำงานร่วมกันในอนาคต
ผลลัพธ์จากโครงการนี้จะทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคส่วนต่าง ๆ ในการร่วมประชุมระดับนโยบาย และการรวมตัวกันเพื่อประกาศแถลงการณ์ด้านการวางแผนครอบครัวอย่างชาญฉลาด นอกจากนี้ มูลนิธิคีนันฯ จะจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใต้โครงการอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม

การฟื้นตัวของธุรกิจขนาดเล็กในช่วงวิกฤตโควิด-19

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อสังคมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร ในการส่งต่อแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะมาช่วยยกระดับศักยภาพของผู้หญิงเจ้าของธุรกิจ โดยโปรแกรมจะเน้นการพัฒนาในเรื่องการตลาดดิจิทัล การจัดการบัญชี รวมถึงทักษะที่โดดเด่นในเพศหญิง และการเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบธุรกิจ จุดประสงค์คือเพื่อช่วยผสานความรู้ทางการเงินเข้ากับทักษะอื่น ๆ ทำให้เจ้าของธุรกิจบรรลุแผนการลงทุน และดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง
คีนันจะจัดการอบรมออนไลน์เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล การเงินธุรกิจ และทักษะที่โดดเด่นในเพศหญิง แก่ผู้หญิงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 350 คนจาก 3 กลุ่มเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด- 19 ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงที่ว่างงานจากภาคการบริการและการท่องเที่ยว นักศึกษาอาชีวะจบใหม่ที่ประสบปัญหาในการหางาน และเจ้าของธุรกิจหญิงที่กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจและมีความต้องการเสริมทักษะการตลาดและการบริหารจัดการเงิน
โดยโปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความรู้ด้านการตลาดและการเงิน การบริหารจัดการเงิน และหลักการพัฒนาธุรกิจ แก่ผู้นำหญิงในธุรกิจขนาดเล็กทั้ง 350 คน โดยตลอดทั้งโปรแกรม ผู้เข้าร่วมจะได้มีโอกาสในการขยายธุรกิจและพัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาด นำไปสู่ผลลัพธ์ในการพัฒนาแผนธุรกิจเพื่อเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจหรือการบริการทางการเงินอื่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม

โครงการเส้นทางการเรียนรู้สู่พลเมืองดิจิทัล (We Think Digital)

ในปี 2562 มีผู้ที่เพิ่งเชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์เป็นครั้งแรกกว่า 500 ล้านคน และยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี เห็นได้ชัดว่าอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์ และขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อระหว่างกัน ก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่การเชื่อมโยงถึงนี้ได้นำมาสู่ความท้าทายในรูปแบบใหม่ คือ “ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Literacy”  ดังนั้น เราจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมสร้างทักษะเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะในการเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ ได้แก่ ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ความเห็นอกเห็นใจ และการสนทนาผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน
โครงการ We Think Digital เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในโลกดิจิทัลและสร้างชุมชนของพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งได้นำมาปรับใช้ในประเทศไทยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยกิจกรรม “เส้นทางการเรียนรู้สู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของเยาวชน อาทิ ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของผู้ใช้ ความปลอดภัยของข้อมูลออนไลน์ การสนทนาบนโลกดิจิทัล และทักษะการคิดวิเคราะห์ ดำเนินการโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยในฐานะพันธมิตรของโครงการ และได้รับการสนับสนุนหลักสูตรและงบประมาณจาก Facebook โดยมีเนื้อหาสำคัญ ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม

โครงการ “พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรเพื่อเพิ่มยอดขายผ่านเฟซบุ๊ก”

ภาคการเกษตรเป็นอีกหนึ่งภาคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากการใช้ชีวิตแนววิถีใหม่ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนรููปแบบการทำธุุรกิจจากเดิมที่พบปะกันตัวต่อตัว เป็นการทำธุุรกิจรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอันจะนำไปสู่การลดโอกาสในการแพร่เชื้อในอนาคต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในทางการค้าให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. จึงจัดทำโครงการอบรมในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสนใจและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
โครงการฯ จะเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. จำนวน 55 คน เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก มูลนิธิคีนันฯคาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีในการทำการตลาดออนไลน์และพัฒนาภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่ต้องการของการตลาด เพื่อสร้างอนาคตให้แก่กลุ่มเกษตรกร สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

โครงการชุมชนฮาราปัน

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การสนับสนุนโครงการจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้สนับสนุนการเชื่อมต่อของสมาชิกชุมชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย “ชุมชนฮาราปัน” หรืออีกความหมายหนึ่งว่า “ชุมชนแห่งความหวัง” ได้เสริมศักยภาพผู้นำเยาวชนสู่การเป็นผู้เชื่อมต่อสมาชิกชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปสู่สังคมสมานฉันท์
โครงการชุมชนฮาราปันได้อบรมทักษะการเป็นผู้นำและทักษะความเป็นพลเมืองให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ และเยาวชนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาโครงการในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชน เยาวชนจะทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อแก้ไขปัญหาที่ชุมชนเผชิญ โครงการของเยาวชนเชื่อมต่อสมาชิกในชุมชนที่มีความหลากหลาย แต่มีความสนใจร่วมกันในการสนับสนุนเยาวชน เยาวชนจะจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาร่วมกับชุมชน และสนับสนุนความเชื่อมั่นระหว่างสมาชิกในชุมชน
หลังจากการฝึกอบรม เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จะเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายเยาวชนของโครงการชุมชนฮาราปันในโรงเรียนที่ร่วมโครงการฯ ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ  คีนันได้เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างศักยภาพของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ และส่งต่อองค์ความรู้ของโครงการฯ ให้กับมหาวิทยาลัยและโรงเรียน เพื่อให้เครือข่ายเยาวชนของโครงการชุมชนฮาราปันเติบโตเป็นฟันเฟืองที่ยั่งยืน ในการสร้างความเชื่อมั่นและรับมือกับความท้าทายในการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง
โครงการชุมชนฮาราปันจะพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำให้กับเยาวชนจำนวน 1,450 คน และบุคลากรจากโรงเรียนและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 600 คน ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยกิจกรรมของเยาวชนจะสร้างผลเชิงบวกให้แก่สมาชิกในชุมชนได้อีกกว่า 6,400 คน นอกจากนี้ โครงการชุมชนฮาราปันจะเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนในการเชื่อมต่อสมาชิกชุมชนเข้าด้วยกัน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ในการกำหนดทิศทางการดำเนินโครงการในชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม

โครงการเตรียมทักษะด้านบริการแก่เยาวชนไทยสู่การโรงแรม

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สังกัดกระทรวงแรงงาน ดำเนินโครงการที่มุ่งเสริมสร้างและพัฒนาทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ให้แก่
1) เยาวชน หรือพนักงานโรงแรมในระดับเริ่มต้น (Entry level) หรืออดีตพนักงานโรงแรมที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 100 คน
2) นักศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 140 คน เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมแก่เยาวชนให้ได้รับการจ้างงานที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ โครงการ ฯ ยังเชื่อมโยงทักษะด้านการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook และ Line Official ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มประสบการณ์การทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
มูลนิธิคีนันฯ จะจัดฝึกอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 แก่เยาวชนในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในภาคการบริการระดับสูง รวมถึงกลุ่มพนักงานโรงแรม และอดีตพนังงานโรงแรมที่ถูกเลิกจ้าง ซึ่งครอบคลุมเรื่องการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเป็นผู้นำ รวมทั้งทักษะด้านการทำงานอื่นๆ ที่จำเป็น และความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook และ Line

อ่านเพิ่มเติม

โครงการ “เยาวชนสู่มืออาชีพ”

แม้ว่าประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ร้อยละ 1-2 แต่การว่างงานแฝงหรือการทำงานต่ำระดับ (underemployment) และอัตราการว่างงานของกลุ่มเยาวชนอยู่ในระดับสูง จากผลการสำรวจ ในปี พ.ศ. 2560 พบว่า กลุ่มเยาวชนในประเทศไทยมีอัตราการว่างงานถึงร้อยละ 5.2ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกลุ่มเยาวชนกับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ นำไปสู่การขาดแรงงานที่มีทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 การว่างงานของกลุ่มเยาวชน (อายุระหว่าง 17-24 ปี) มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มเยาวชนสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ยังขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับหลายประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ผู้หญิงมักได้รับรายได้น้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีรายได้น้อยกว่าและยังประสบปัญหาการหางานที่มีความมั่นคงได้ยาก อีกทั้งยังต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอในการเลี้ยงดูบุตร ทำให้พวกเขาต้องติดอยู่ในวัฏจักรของความยากจน
โครงการนี้จะพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 และเสริมทักษะด้านการทำงานให้กับกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เพื่อให้พวกเขาสามารถมีงานที่มั่นคง มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพและการงาน ดังนั้น จึงเป็นการช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากวงจรของความยากจน และส่งผลทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและบุตรของพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต อีกทั้ง โครงการฯ มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเยาวชน โดยการอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะด้านสังคมที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้ง สร้างความตระหนักรู้และป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน อย่างเป็นรูปธรรม
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย จะดำเนินการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างทักษะความพร้อมในการทำงานให้กับกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเยาวชน จำนวน 2 รุ่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม

Boost with Facebook: An inclusive digital capacity building program for Thai MSMEs

โครงการ อบรมการตลาดดิจิทัลขยายฐานธุรกิจ ผ่านการโปรโมทโพสต์บนเฟซบุ๊ก สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย
ที่มาโครงการ:
ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อยเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในประเทศ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการมากกว่า 3 ล้านผู้ประกอบการและมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดเป็น 42% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศอีกกว่า 80%  อย่างไรก็ตามระบบธุรกิจในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยบางกลุ่มในการปรับตัวเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซเนื่องจากยังขาดทักษะ ความเข้าใจด้านการใช้เทคโนโลยีซึ่งปัจจัยดังกล่าวมักเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงของประชากรบางกลุ่มเป็นผลให้ความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการพัฒนาธุรกิจลดลงตามไปด้วยเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทักษะให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อยเพื่อสอดรับกับการพัฒนายุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุคดิจิทัล 4.0 คือการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการให้สามารถเข้าสู่ตลาดแข่งขันบนอีคอมเมิร์ซได้ อย่างไรก็ตามยังคงมีบางกลุ่มประชากร อาทิ กลุ่มประชากรในเขตชนบท กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI)  กลุ่มคนพิการ ชนกลุ่มน้อย รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์  และกลุ่มสตรีที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากการแสวงหาผลประโยชน์ โดยกลุ่มดังกล่าวยังคงเผชิญอุปสรรคด้านการได้รับโอกาสเข้าถึงการทำงานที่มีคุณภาพ เป็นผลให้บางส่วนได้ผันตัวเองเป็นผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งการเปิดโอกาสให้กลุ่มประชากรเหล่านี้เข้าถึงความรู้และทักษะด้านดิจิทัลเป็นการสนับสนุนการสร้างความเท่าเทียมในสังคม

เกี่ยวกับโครงการ:
โครงการ “อบรมการตลาดดิจิทัลขยายฐานธุรกิจ ผ่านการโปรโมทโพสต์บนเฟซบุ๊ก” จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนให้การสนับสนุนกลุ่มสังคมที่ขาดโอกาส ด้วยการติดทักษะที่จำเป็นสำหรับการสร้างธุรกิจขนาดย่อมให้ประสบความสำเร็จในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ โดย เฟซบุ๊ก คีนัน และความร่วมมือจากภาคประชาสังคม ร่วมกันจัดฝึกอบรมให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ และผู้จัดการจากกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม

อ่านเพิ่มเติม

คีนัน กับภารกิจในเวียดนาม เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและส่งเสริมข้อปฎิบัตรสำหรับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ

ขณะที่ประเทศเวียดนามประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นผลกระทบตามมาก็คือเรื่องค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น ทำให้หลายๆองค์กรต้องปรับตัวด้วยการบีบค่าจ้างแรงงานให้ต่ำ ลดค่าจ้างล่วงเวลาลง รวมถึงใส่ใจรายละเอียดความปลอดภัยในที่ทำงานน้อยลงอีกด้วย
ภารกิจเพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและส่งเสริมข้อปฎิบัตรสำหรับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสภาพการทำงานในระดับอุตสาหกรรมของประเทศเวียดนาม ด้วยการให้ความรู้กลุ่มแรงงานให้เข้าใจถึงมาตรฐานการทำงานที่เหมาะสมและสามารถเป็นกระบอกเสียงช่วยปรับปรุงสภาพการทำงาน รวมถึงรวบรวมคำแนะนำหรือข้อกังวลสำหรับการปฎิบัติตนในสถานที่ทำงาน มาเพื่อใช้ปรับปรุงปฎิบัติต่อไป ด้วยเหตุนี้เองมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและ CSAGA ในประเทศเวียดนามจึงได้ร่วมมือกันเพื่อทำงานกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในส่วนภาครัฐ สมาชิกสหภาพแรงงาน และผู้นำชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องให้กับกลุ่มแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบัคนิน (Bac Ninh)
สำหรับโครงการนี้ จะมีการจัดอบรมให้กับกลุ่มผู้นำในเรื่องระเบียบมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับในนิคมอุตสาหกรรม และเน้นย้ำความสำคัญให้กับคณะผู้บริหารในโรงงานอุตสาหกรรมมุ่งมั่นพัฒนาระเบียบมาตรฐานแรงงานในโรงงานอย่างเข้มงวด โดยโครงการฯยังช่วยพัฒนาระบบและกลไกลเพื่อติดตามผลและรายงานสถานการณ์อย่างเที่ยงตรงให้กับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ และกลุ่มผู้นำเหล่านี้จะเข้ามาช่วยแก้ไขและประเมินสถานภาพอย่างต่อเนื่อง
จุดมุ่งหมายสูงสุดสำหรับโครงการฯก็คือ การเห็นกลุ่มผู้นำเหล่านี้ ทั้ง 20 คนทั่วประเทศได้มีความรู้และพัฒนาทักษะของตนรวมถึงได้รับการจัดสรรอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในกระบวนการติดตามและประเมินผลในโรงงานได้อย่างต่อเนื่อง สร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิผลระหว่างกลุ่มแรงงานโรงงาน กลุ่มประชาสังคม ภาคเอกชน และภาครัฐบาล เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนับรวมได้กว่า 6,000 คนได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในระดับเดียวกัน ซึ่งสามารถก่อให้เกิดกระบวนการตัดสินใจที่ถูกต้อง สร้างสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม และก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อนร่วมงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

อ่านเพิ่มเติม