การฟื้นตัวของธุรกิจขนาดเล็กในช่วงวิกฤตโควิด-19

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อสังคมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร ในการส่งต่อแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จะมาช่วยยกระดับศักยภาพของผู้หญิงเจ้าของธุรกิจ โดยโปรแกรมจะเน้นการพัฒนาในเรื่องการตลาดดิจิทัล การจัดการบัญชี รวมถึงทักษะที่โดดเด่นในเพศหญิง และการเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบธุรกิจ จุดประสงค์คือเพื่อช่วยผสานความรู้ทางการเงินเข้ากับทักษะอื่น ๆ ทำให้เจ้าของธุรกิจบรรลุแผนการลงทุน และดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลง
คีนันจะจัดการอบรมออนไลน์เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล การเงินธุรกิจ และทักษะที่โดดเด่นในเพศหญิง แก่ผู้หญิงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวน 350 คนจาก 3 กลุ่มเป้าหมายหลักที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด- 19 ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงที่ว่างงานจากภาคการบริการและการท่องเที่ยว นักศึกษาอาชีวะจบใหม่ที่ประสบปัญหาในการหางาน และเจ้าของธุรกิจหญิงที่กำลังประสบปัญหาทางธุรกิจและมีความต้องการเสริมทักษะการตลาดและการบริหารจัดการเงิน
โดยโปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มความรู้ด้านการตลาดและการเงิน การบริหารจัดการเงิน และหลักการพัฒนาธุรกิจ แก่ผู้นำหญิงในธุรกิจขนาดเล็กทั้ง 350 คน โดยตลอดทั้งโปรแกรม ผู้เข้าร่วมจะได้มีโอกาสในการขยายธุรกิจและพัฒนากลยุทธ์ด้านการตลาด นำไปสู่ผลลัพธ์ในการพัฒนาแผนธุรกิจเพื่อเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจหรือการบริการทางการเงินอื่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม

โครงการเส้นทางการเรียนรู้สู่พลเมืองดิจิทัล (We Think Digital)

ในปี 2562 มีผู้ที่เพิ่งเชื่อมต่อสู่โลกออนไลน์เป็นครั้งแรกกว่า 500 ล้านคน และยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี เห็นได้ชัดว่าอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์ และขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อระหว่างกัน ก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างความร่วมมือและนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่การเชื่อมโยงถึงนี้ได้นำมาสู่ความท้าทายในรูปแบบใหม่ คือ “ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Literacy”  ดังนั้น เราจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมสร้างทักษะเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะในการเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ ได้แก่ ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ ความเห็นอกเห็นใจ และการสนทนาผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน
โครงการ We Think Digital เกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในโลกดิจิทัลและสร้างชุมชนของพลเมืองดิจิทัลที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งได้นำมาปรับใช้ในประเทศไทยผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยกิจกรรม “เส้นทางการเรียนรู้สู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของเยาวชน อาทิ ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของผู้ใช้ ความปลอดภัยของข้อมูลออนไลน์ การสนทนาบนโลกดิจิทัล และทักษะการคิดวิเคราะห์ ดำเนินการโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยในฐานะพันธมิตรของโครงการ และได้รับการสนับสนุนหลักสูตรและงบประมาณจาก Facebook โดยมีเนื้อหาสำคัญ ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม

โครงการ “พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรเพื่อเพิ่มยอดขายผ่านเฟซบุ๊ก”

ภาคการเกษตรเป็นอีกหนึ่งภาคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากการใช้ชีวิตแนววิถีใหม่ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนรููปแบบการทำธุุรกิจจากเดิมที่พบปะกันตัวต่อตัว เป็นการทำธุุรกิจรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอันจะนำไปสู่การลดโอกาสในการแพร่เชื้อในอนาคต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในทางการค้าให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. จึงจัดทำโครงการอบรมในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสนใจและมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
โครงการฯ จะเสริมสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นกลุ่มลูกค้า ธ.ก.ส. จำนวน 55 คน เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก มูลนิธิคีนันฯคาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีในการทำการตลาดออนไลน์และพัฒนาภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่ต้องการของการตลาด เพื่อสร้างอนาคตให้แก่กลุ่มเกษตรกร สร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

โครงการชุมชนฮาราปัน

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การสนับสนุนโครงการจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้สนับสนุนการเชื่อมต่อของสมาชิกชุมชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ของประเทศไทย “ชุมชนฮาราปัน” หรืออีกความหมายหนึ่งว่า “ชุมชนแห่งความหวัง” ได้เสริมศักยภาพผู้นำเยาวชนสู่การเป็นผู้เชื่อมต่อสมาชิกชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปสู่สังคมสมานฉันท์
โครงการชุมชนฮาราปันได้อบรมทักษะการเป็นผู้นำและทักษะความเป็นพลเมืองให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ และเยาวชนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาโครงการในชุมชนโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชน เยาวชนจะทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อแก้ไขปัญหาที่ชุมชนเผชิญ โครงการของเยาวชนเชื่อมต่อสมาชิกในชุมชนที่มีความหลากหลาย แต่มีความสนใจร่วมกันในการสนับสนุนเยาวชน เยาวชนจะจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาร่วมกับชุมชน และสนับสนุนความเชื่อมั่นระหว่างสมาชิกในชุมชน
หลังจากการฝึกอบรม เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จะเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายเยาวชนของโครงการชุมชนฮาราปันในโรงเรียนที่ร่วมโครงการฯ ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ  คีนันได้เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างศักยภาพของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ และส่งต่อองค์ความรู้ของโครงการฯ ให้กับมหาวิทยาลัยและโรงเรียน เพื่อให้เครือข่ายเยาวชนของโครงการชุมชนฮาราปันเติบโตเป็นฟันเฟืองที่ยั่งยืน ในการสร้างความเชื่อมั่นและรับมือกับความท้าทายในการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง
โครงการชุมชนฮาราปันจะพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำให้กับเยาวชนจำนวน 1,200 คน และบุคลากรจากโรงเรียนและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 600 คน ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยกิจกรรมของเยาวชนจะสร้างผลเชิงบวกให้แก่สมาชิกในชุมชนได้อีกกว่า 6,000 คน นอกจากนี้ โครงการชุมชนฮาราปันจะเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนในการเชื่อมต่อสมาชิกชุมชนเข้าด้วยกัน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ในการกำหนดทิศทางการดำเนินโครงการในชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม

โครงการเตรียมทักษะด้านบริการแก่เยาวชนไทยสู่การโรงแรม

 

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สังกัดกระทรวงแรงงาน ดำเนินโครงการที่มุ่งเสริมสร้างและพัฒนาทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความรู้เรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคล
ให้แก่เยาวชนที่มีรายได้น้อยจำนวน 50 คน (อายุ 18-24 ปี) เพื่อช่วยให้เยาวชนได้รับการจ้างงานที่มีคุณภาพและสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวได้ นอกจากนี้ โครงการ ฯ ยังเชื่อมโยงการฝึกงานให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การทำงาน ภาคการบริการผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอีกด้วย
คีนันจะจัดฝึกอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 แก่เยาวชนในการเข้าสู่ตลาดแรงงานใน ภาคการบริการระดับสูง ซึ่งครอบคลุมเรื่องการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดเชิงวิเคราะห์ และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน รวมทั้งทักษะภาษาอังกฤษ และความรู้เรื่องการจัดการทางการเงิน นอกจากนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะจัดฝึกอบรมทักษะด้านอาชีพในภาคการบริการ เพื่อเตรียมเยาวชนให้พร้อมเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่มและพนักงานแม่บ้านของโรงแรม ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการฯ จะร่วมมือกับโรงแรมชั้นนำในการสนับสนุนการฝึกงาน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะได้รับค่าตอบแทนระหว่างการฝึกงานและโอกาสการจ้างงานแบบเต็มเวลาอีกด้วย
 
ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 และทักษะด้านการทำงาน เพื่อให้ได้รับการจ้างงานในภาคการบริการระดับสูง รวมทั้งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเงิน
เพื่อความมั่งคงทางด้านการเงินในระยะยาว ทั้งนี้ จากผู้เข้าร่วมโครงการฯ 50

อ่านเพิ่มเติม

โครงการ “เยาวชนสู่มืออาชีพ”

แม้ว่าประเทศไทยมีอัตราการว่างงานที่ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ร้อยละ 1-2 แต่การว่างงานแฝงหรือการทำงานต่ำระดับ (underemployment) และอัตราการว่างงานของกลุ่มเยาวชนอยู่ในระดับสูง จากผลการสำรวจ ในปี พ.ศ. 2560 พบว่า กลุ่มเยาวชนในประเทศไทยมีอัตราการว่างงานถึงร้อยละ 5.2ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกลุ่มเยาวชนกับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ นำไปสู่การขาดแรงงานที่มีทักษะจำเป็นในศตวรรษที่ 21 การว่างงานของกลุ่มเยาวชน (อายุระหว่าง 17-24 ปี) มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มเยาวชนสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ยังขาดทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 เช่นเดียวกับหลายประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ผู้หญิงมักได้รับรายได้น้อยกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีรายได้น้อยกว่าและยังประสบปัญหาการหางานที่มีความมั่นคงได้ยาก อีกทั้งยังต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอในการเลี้ยงดูบุตร ทำให้พวกเขาต้องติดอยู่ในวัฏจักรของความยากจน
โครงการนี้จะพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 และเสริมทักษะด้านการทำงานให้กับกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เพื่อให้พวกเขาสามารถมีงานที่มั่นคง มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพและการงาน ดังนั้น จึงเป็นการช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากวงจรของความยากจน และส่งผลทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและบุตรของพวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต อีกทั้ง โครงการฯ มีเป้าหมายหลักในการพัฒนาขีดความสามารถของกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเยาวชน โดยการอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะด้านสังคมที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้ง สร้างความตระหนักรู้และป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน อย่างเป็นรูปธรรม
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย จะดำเนินการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเสริมสร้างทักษะความพร้อมในการทำงานให้กับกลุ่มคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เป็นเยาวชน จำนวน 2 รุ่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม

Boost with Facebook: An inclusive digital capacity building program for Thai MSMEs

โครงการ อบรมการตลาดดิจิทัลขยายฐานธุรกิจ ผ่านการโปรโมทโพสต์บนเฟซบุ๊ก สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย
Facebook (January 2019-December 2019)
ที่มาโครงการ:
ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อยเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในประเทศ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการมากกว่า 3 ล้านผู้ประกอบการและมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดเป็น 42% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และก่อให้เกิดการจ้างงานในประเทศอีกกว่า 80%  อย่างไรก็ตามระบบธุรกิจในปัจจุบันที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยบางกลุ่มในการปรับตัวเข้าสู่ระบบอีคอมเมิร์ซเนื่องจากยังขาดทักษะ ความเข้าใจด้านการใช้เทคโนโลยีซึ่งปัจจัยดังกล่าวมักเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงของประชากรบางกลุ่มเป็นผลให้ความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ และการพัฒนาธุรกิจลดลงตามไปด้วยเช่นกัน
ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทักษะให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมและรายย่อยเพื่อสอดรับกับการพัฒนายุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุคดิจิทัล 4.0 คือการพัฒนาทักษะผู้ประกอบการให้สามารถเข้าสู่ตลาดแข่งขันบนอีคอมเมิร์ซได้ อย่างไรก็ตามยังคงมีบางกลุ่มประชากร อาทิ กลุ่มประชากรในเขตชนบท กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI)  กลุ่มคนพิการ ชนกลุ่มน้อย รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์  และกลุ่มสตรีที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากการแสวงหาผลประโยชน์ โดยกลุ่มดังกล่าวยังคงเผชิญอุปสรรคด้านการได้รับโอกาสเข้าถึงการทำงานที่มีคุณภาพ เป็นผลให้บางส่วนได้ผันตัวเองเป็นผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งการเปิดโอกาสให้กลุ่มประชากรเหล่านี้เข้าถึงความรู้และทักษะด้านดิจิทัลเป็นการสนับสนุนการสร้างความเท่าเทียมในสังคม

เกี่ยวกับโครงการ:
โครงการ “อบรมการตลาดดิจิทัลขยายฐานธุรกิจ ผ่านการโปรโมทโพสต์บนเฟซบุ๊ก” จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนให้การสนับสนุนกลุ่มสังคมที่ขาดโอกาส ด้วยการติดทักษะที่จำเป็นสำหรับการสร้างธุรกิจขนาดย่อมให้ประสบความสำเร็จในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ โดย เฟซบุ๊ก

อ่านเพิ่มเติม

คีนัน กับภารกิจในเวียดนาม เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและส่งเสริมข้อปฎิบัตรสำหรับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ

ขณะที่ประเทศเวียดนามประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่เป็นผลกระทบตามมาก็คือเรื่องค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น ทำให้หลายๆองค์กรต้องปรับตัวด้วยการบีบค่าจ้างแรงงานให้ต่ำ ลดค่าจ้างล่วงเวลาลง รวมถึงใส่ใจรายละเอียดความปลอดภัยในที่ทำงานน้อยลงอีกด้วย
ภารกิจเพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและส่งเสริมข้อปฎิบัตรสำหรับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสภาพการทำงานในระดับอุตสาหกรรมของประเทศเวียดนาม ด้วยการให้ความรู้กลุ่มแรงงานให้เข้าใจถึงมาตรฐานการทำงานที่เหมาะสมและสามารถเป็นกระบอกเสียงช่วยปรับปรุงสภาพการทำงาน รวมถึงรวบรวมคำแนะนำหรือข้อกังวลสำหรับการปฎิบัติตนในสถานที่ทำงาน มาเพื่อใช้ปรับปรุงปฎิบัติต่อไป ด้วยเหตุนี้เองมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและ CSAGA ในประเทศเวียดนามจึงได้ร่วมมือกันเพื่อทำงานกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในส่วนภาครัฐ สมาชิกสหภาพแรงงาน และผู้นำชุมชน เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องให้กับกลุ่มแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบัคนิน (Bac Ninh)
สำหรับโครงการนี้ จะมีการจัดอบรมให้กับกลุ่มผู้นำในเรื่องระเบียบมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับในนิคมอุตสาหกรรม และเน้นย้ำความสำคัญให้กับคณะผู้บริหารในโรงงานอุตสาหกรรมมุ่งมั่นพัฒนาระเบียบมาตรฐานแรงงานในโรงงานอย่างเข้มงวด โดยโครงการฯยังช่วยพัฒนาระบบและกลไกลเพื่อติดตามผลและรายงานสถานการณ์อย่างเที่ยงตรงให้กับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ และกลุ่มผู้นำเหล่านี้จะเข้ามาช่วยแก้ไขและประเมินสถานภาพอย่างต่อเนื่อง
จุดมุ่งหมายสูงสุดสำหรับโครงการฯก็คือ การเห็นกลุ่มผู้นำเหล่านี้ ทั้ง 20 คนทั่วประเทศได้มีความรู้และพัฒนาทักษะของตนรวมถึงได้รับการจัดสรรอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในกระบวนการติดตามและประเมินผลในโรงงานได้อย่างต่อเนื่อง สร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิผลระหว่างกลุ่มแรงงานโรงงาน กลุ่มประชาสังคม ภาคเอกชน และภาครัฐบาล เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนับรวมได้กว่า 6,000 คนได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในระดับเดียวกัน ซึ่งสามารถก่อให้เกิดกระบวนการตัดสินใจที่ถูกต้อง สร้างสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม และก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อนร่วมงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

โครงการเจ้าหน้าที่จากเวียดนามศึกษาดูงานการส่งเสริม ฟื้นฟู รักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการแบบบูรณาการในประเทศไทย

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหารจากสถาบันทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับสูงจากประเทศเวียดนามได้ศึกษาการดำเนินงานเพื่อส่งเสริม ฟื้นฟู รักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการแบบบูรณาการ ในมุมมองของผู้บริหาร โดยโครงการมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความเข้าใจในบริการต่าง ๆ สำหรับผู้พิการในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงเรื่องสิทธิผู้พิการ กฎหมายคุ้มครองผู้พิการ การจัดสวัสดิการและกลไกการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ผู้พิการ เพื่อให้ผู้ศึกษาดูงานสามารถถอดบทเรียนเพื่อนำไปพัฒนาแผนการดำเนินงานที่เหมาะสมกับสถานบริการทางการแพทย์ในบริบทของประเทศเวียดนาม โดยผู้ศึกษาดูงานจะได้มีการเก็บและบันทึกข้อมูล เพื่อนำความรู้ไปเผยแพร่ให้กับบุคลากรอื่น ๆ ในประเทศเวียดนามต่อไป

โดยการศึกษาดูงานในครั้งนี้ จะมุ่งเน้นให้ผู้ศึกษาดูงานได้เข้าร่วมสังเกตการณ์และเก็บข้อมูลการดำเนินงานเพื่อส่งเสริม ฟื้นฟู รักษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการแบบบูรณาการ ทั้งในแผนกบริบาลผู้ป่วยใน แผนกผู้ป่วยนอก งานฟื้นฟูผู้พิการในชุมชน และการฟื้นฟูผู้พิการอย่างต่อเนื่องที่บ้าน

อ่านเพิ่มเติม

โครงการธุรกิจยั่งยืนกับโคคา-โคลา เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อย

ครงการธุรกิจยั่งยืนกับโคคา-โคลา เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อย เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจระดับโลก “5by20” ของโคคา-โคลา ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับสตรีในห่วงโซ่คุณค่าของโคคา-โคลา จำนวน 5 ล้านคน ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) โดยโครงการฯ ได้เริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2559 กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทยได้ร่วมมือกับคีนันจัดการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารจัดการการเงินและผู้ประกอบการแก่เกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อยในจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดอุทัยธานี อันจะส่งผลให้เกิดการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน
สำหรับการดำเนินงานในปีแรกนั้น คีนันได้พัฒนาหลักสูตรการบริหารจัดการการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อย ประกอบด้วย 5 บทเรียน ได้แก่ การใช้จ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การทำบัญชี และการเป็นผู้ประกอบการ โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งแก่ผู้เรียน
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทน้ำตาลไทยรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลให้กับโคคา-โคลา ได้ร่วมจัดการฝึกอบรมเรื่องการทำเกษตรยั่งยืนแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ อีกทั้งได้นำพนักงานชุมชมสัมพันธ์จำนวน 29 คน เข้ารับการฝึกอบรมจากคีนันในหลักสูตรการบริหารจัดการการเงินและการเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาด้านการเงิน เพื่อให้พวกเขาสามารถให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่องแม้หลังจบโครงการฯ ไปแล้ว
ในปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา มีเกษตรกรสตรีได้รับประโยชน์จากโครงการ 625

อ่านเพิ่มเติม