แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “ครู” ก็แค่อยากเห็นนักเรียนมีความสุขในการเรียน

นักเรียนหายไปไหนกันหมด ครูพรรณี ศรียาบ เกิดคำถามขึ้นในใจ เมื่อเห็นนักเรียนเพียงไม่กี่คนในชั้นเรียนที่ยังคงสนใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และนั่งดูครูพรรณีบรรจงเขียนตัวเลขลงบนกระดาน หากแต่นักเรียนส่วนมากไม่ได้สนใจเรียนจริง และเข้าเรียนเพื่อให้เวลาหมดไปวันๆหนึ่งเท่านั้น
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือนักเรียนจำนวนมากเลือกที่จะใช้เวลากว่า 50 นาที ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำหรือโรงอาหารแทนการเข้าเรียน
ความไม่ใส่ใจเรียนของนักเรียนกระทบต่อจิตใจของครูพรรณีเป็นอย่างมาก ครูพรรณีต้องการที่จะให้นักเรียนเข้าใจถึงความสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ และสนุกไปกับการคำนวนตัวเลข ครูพรรณีเคยฝันว่า อยากจะเป็นครูที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็ก ๆ ให้มีอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นได้ แต่เวลาที่ผ่านพ้นไปตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ครูพรรณีกลับพบว่าตนเองสอนอยู่ในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย และเห็นนักเรียนเข้าเรียนเพียงครึ่งเดียว นับเป็นภาพที่ครูหลายๆคนไม่อยากพบเจอ และเกิดเป็นความหดหู่ใจเป็นอย่างมาก
ด้วยความผิดหวังแต่ยังไม่ไร้ซึ่งความหวัง ครูพรรณีพยายามค้นหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้นักเรียนเกิดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ โดยเริ่มจากคนใกล้ตัวซึ่งก็คือครูคณิตศาสตร์คนอื่น ๆ ในโรงเรียนต้นแก้วผดุงวิทยาลัย แต่เนื่องจากจำนวนครูที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน จึงไม่ค่อยมีใครมีเวลาให้กับครูพรรณีได้ปรึกษาเต็มที่ ครูพรรณีจึงพยายามค้นหาเทคนิคจากครูคนอื่น ๆ ในยูทูป แล้วนำมาปรับใช้กับนักเรียนที่โรงเรียน แต่เนื่องจากกลุ่มครูเหล่านั้น ใช้วิธีการสอนและอุปกรณ์ซึ่งเป็นมาตรฐานของโรงเรียนเอกชนระดับสูงในกรุงเทพฯ จึงทำให้ไม่สอดคล้องกับลักษณะโรงเรียนท้องถิ่น แม้ครูพรรณีจะพยายามหาโอกาสเพิ่มเติมจากการได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพครูบ้าง แต่ก็เป็นรูปแบบการสอนแบบท่องจำเพียงเหมือนเช่นเคย ไม่ได้สร้างความแตกต่างแต่ประการใด
ถึงแม้ครูพรรณีจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีนัก แต่ก็ยังพยายามหาความรู้เพิ่มเติมต่อเนื่อง และเมื่อครูพรรณีได้มีโอกาสรู้จักกับคีนัน ก็ได้เรียนรู้วิธีการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างออกไป ขณะที่การอบรมอื่นๆ

อ่านเพิ่มเติม

แล้วเด็กๆก็จะหลงรักการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

เด็กๆหลายคน ต่างก็คิดว่าการเรียนคณิตศาสตร์นั้นเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ แต่ก็รู้ดีว่าเป็นวิชาที่มีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของพวกเขาในภายภาคหน้า
ครู จิรัฎฐ์ธิดา พรนิรัตน์กุล จากโรงเรียนสุเหร่าบ้านไร่ จ. สมุทรปราการ กล่าวว่า “ปกติแล้วครูจะให้ความรู้แก่นักเรียน โดยที่นักเรียนไม่มีโอกาสแสดงออก หรือได้พูดสิ่งที่คิด และตัดสินใจแก้ไขปัญหาด้วยตนเองมากนัก ซึ่งเป็นการเรียนรู้โดยการเน้นท่องจำเป็นหลัก การเรียนรู้รูปแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้นักเรียนสนุกกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และจะส่งผลให้เด็กทำได้ไม่ดี และมีโอกาสเลือกสาขาอาชีพในอนาคตได้น้อยลง”
ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา นักเรียนไทยไม่สามารถทำคะแนนได้เกินกว่า 50% ในการสอบ ONET และวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียง 24.53%
ครูจิรัฎฐ์ธิดา พยายามมองหาวิธีการที่ดียิ่งกว่าและสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้นให้กับนักเรียนในชั้นเรียน ครูจิรัฎฐ์ธิดา กล่าวว่า “การสอนคณิตศาสตร์เป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องถ่ายทอดบทเรียนที่ยากให้สามารถเข้าใจได้ง่าย แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปเมื่อเรายังเป็นเด็ก การเรียนรู้ที่เราทำได้ดีที่สุดมักเกิดจากเวลาที่เราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ ได้ลองทำกิจกรรม หรือเล่นเกมด้วยตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กสามารถจดจำบทเรียนได้นานและเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
ครูจิรัฎฐ์ธิดา ได้นำรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นโครงงานเป็นฐานจากคีนันฯมาปรับใช้ในชั้นเรียน เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน ได้สนุกไปกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำและได้ฝึกฝนจริง
แล้วรูปแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำและได้ฝึกฝนจริงเป็นอย่างไร ?

อ่านเพิ่มเติม

วิธีการสอนเขียนโค้ดที่ดีที่สุดและไม่ยากอย่างที่เราคิด

คุณครูท่านนี้ค้นพบความลับ ที่จะช่วยให้การเรียนสะเต็มศึกษา มีความสนุกและเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
เสียงพูดคุยจากกลุ่มคุณครู ที่อยู่ด้านหลังของหอประชุม ซึ่งหลังจากการอบรมผ่านไปไม่นาน คุณครูวิสุทธิ์ในฐานะหัวหน้าทีม ก็ก้าวออกมาข้างหน้า และออกชุดคำสั่งดั่งกับทหารบก บอกเพื่อนร่วมทีมที่ยืนอยู่ใกล้ทางเข้าให้เริ่มปฎิบัติตาม
“ก้าวไปข้างหน้าห้าก้าว” คุณครูวิสุทธิ์พูดใส่ไมโครโฟน
ชายคนนั้นตอบรับและเดินไปข้างหน้า ขณะที่คุณครูอีก 50 ท่านร่วมกันนับจำนวนก้าวด้วยความพร้อมเพรียงกันว่า “หนึ่ง…สอง…สาม…สี่…ห้า”
“ หัน 90 องศาไปทางขวา” ครูวิสุทธิ์กล่าว และชายคนนั้ดังกล่าว ก็ทำตามคำสั่ง “ ก้าวไปข้างหน้า 10 ก้าว…หันซ้าย 90 องศา…ก้าวไปข้างหน้า 18 ก้าว…”
กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป เมื่อครูวิสุทธิ์และทีมได้ทำการวางแผนบางอย่าง และเดินผ่านเส้นทางที่วกวน ล้อมรอบด้วยโต๊ะและเก้าอี้  ทั้งหมดต้องเดินไปๆมาๆ จนกว่าจะหารางวัลที่ซ่อนอยู่ได้เจอ ซึ่งก็คือหมีสีชมพูที่ถูกซ่อนไว้ที่มุมห้อง
อัลกอรึทึมตุ๊กตาหมีสีชมพู
การสอนนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ณ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (โรงเรียนที่รับดูแลให้การศึกษาเด็กยากจนในชนบทของประเทศไทย) เพื่อให้โอกาสเรียนรู้การเขียนโค้ดไม่ใช่เรื่องง่าย ครูวิสุทธิ์ ผู้ซึ่งสอนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคและอาชีวะยุคใหม่ หมั่นเรียนรู้ลงมือทำ และทำงานเป็นทีม

เป็นเวลากว่า  2 ปีบนเส้นทางอาชีพครูที่ อาจารย์ ศิลารัตน์  ยงศิริชัยสกุล ครูวิทยฐานะ จากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ได้สอนวิชาแอคทีฟฟิสิกส์ (Active Physics) ภายใต้โครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ ให้กับนักเรียนในวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานสายอาชีพ อ. ศิลารัตน์ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุขว่า “เทคนิคการสอนที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ หมั่นสร้างกิจกรรมเวิร์กช็อปให้นักเรียนลงมือปฎิบัติจริง และนักเรียนก็จะมีความสุขในการเรียน”

อ. ศิลารัตน์ มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับแรงงานจากสายเทคนิคและอาชีวะ ซึ่งจากมุมมองของภาครัฐและภาคเอกชน แรงงานไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตอย่างเร่งด่วน โดยต้องฝึกทักษะให้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำรายละเอียดข้อมูลเหมือนที่ผ่านมา แต่นายจ้างต้องการคนที่แก้ไขปัญหาเป็น มีระเบียบวินัย และ รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งทักษะเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นจากการเรียนแบบบรรยายแน่นอน แต่ครูผู้สอนต้องหมั่นสร้างกิจกรรมการเรียนที่เน้นการลงมือทำจริง
เมื่อมองย้อนกลับไปดูการเรียนการสอนในชั้นเรียน อ. ศิลารัตน์ กล่าวว่า นักเรียนไทยในยุคปัจจุบันจัดว่ามีทักษะหลายด้านที่ครูผู้สอนต้องรู้จักหาให้เจอ และดึงศักยภาพเหล่านั้นออกมาใช้ในห้องเรียน คนเรียนเก่งจะกระตือรือร้นที่จะรู้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ และอยากเป็นผู้นำกลุ่ม อยากนำเสนองาน ขณะเดียวกัน นักเรียนกลุ่มเรียนรู้ช้า ค่อนข้างรู้สึกไม่อยากเรียนหนังสือ นั่นคือโจทย์ใหญ่ของคนเป็นครู ที่ต้องรู้จักผสมผสานให้เกิดการทำงานเป็นทีม และหมั่นจำไว้ในใจเสมอว่า

อ่านเพิ่มเติม

ทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับครูยุคใหม่ ในศตวรรษที่ 21

ในฐานะที่เป็นครูมากว่า 5 ปี คุณครู วิภาภรณ์ ดีเส็ง รับทราบและมองเห็นด้านดีในระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันซึ่งเอื้อให้เด็กไทยเป็นคนว่านอนสอนง่าย และสามารถฝึกฝนให้เรียนเก่งขึ้นได้ตั้งแต่วัยเยาว์ หากแต่ในอีกมุมหนึ่ง การเรียนการสอนในห้องเรียนปัจจุบันคนเป็นครูต่างมองเห็นว่าเด็กไทยยังขาดความกล้าหาญและความเชื่อมั่นที่จะพูดในสิ่งที่ตนรู้ออกมาเพียงเพราะยังรู้สึกกลัวกับการถูกมองว่าคิดผิด หรือเป็นคนไม่ฉลาด
“เด็กไทยเรายังกลัวครู อาจด้วยวิธีการสอนแบบโบราณ ที่ครูต้องเป็นผู้ถูกเสมอ และไม่อนุญาติให้เด็กตั้งคำถามใดๆ” ครู วิภาภรณ์ เริ่มเล่า “เด็กๆจะกลัวเสียความมั่นใจมาก ถ้าจำคำตอบที่ครูเคยสอนไม่ได้ ซึ่งถ้าครูยังคงรูปแบบการสอนลักษณะนี้ เด็กๆก็จะไม่ได้ฝึกคิด ฝึกวิเคราะห์ และก็ขาดทักษะการนำเสนอที่ดี แต่ก็จะดีตรงที่มีความจำเป็นเลิศเท่านั้นเอง”
การเรียนการสอนรูปแบบเดิมๆ ส่งผลเสียอย่างเห็นได้ชัดต่อการพัฒนาทักษะจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ซึ่งจากผลสอบ International Student Assessment (PISA) ในปี 2015 ซึ่งเป็นการสอบวัดผลทักษะด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เด็กไทยเรารั้งอันดับ  54 จาก 70 ประเทศทั่วโลก นับว่าการสอบวัดผลระดับนานาชาติในครั้งที่ผ่านมา เป็นสิ่งสะท้อนกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ รวมถึงทักษะในการแก้ไขปัญหาของเด็กไทนอย่างเห็นได้ชัด

ทักษะในอนาคต แต่ต้องได้รับการชัดเกลาตั้งแต่วันนี้
ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด – ลองคิดถึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับดาวอังคาร

อ่านเพิ่มเติม

เสียงตอบรับจากครู ผู้สร้างแรงจูงใจให้เด็กรักการเรียนรู้ ใฝ่รู้แบบคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาเป็น

นายสาธิต วรรณพบ หรือครูโจ ครูวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล จ.พังงา เป็นหนึ่งในครูที่ได้เข้าร่วมอบรมกับโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ มาตั้งแต่โครงการเริ่มก่อตั้ง ปัจจุบัน ครูโจเป็นครูผู้นำของโครงการฯ และได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาครูกับโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญที่ว่าครูจะต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบันที่ครูไม่ใช่มีหน้าที่แค่เพียงสอนเท่านั้น แต่ต้องสร้างให้เด็กมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 กระตุ้น    และสร้างแรงจูงใจให้เด็กเกิดการเรียนรู้ ใฝ่รู้แบบคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาเป็น
หนึ่งในกิจกรรมพัฒนาครูที่ครูโจได้เข้าร่วมเมื่อเร็วๆ นี้ ได้แก่ การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ PLC ซึ่งครูโจได้สะท้อนถึงผลลัพธ์ที่ได้จากการอบรมว่า “แม้ว่าผมจะเข้าร่วมกับโครงการฯ และเป็นครูวิทยากรของโครงการฯ มาโดยตลอด แต่ยังพบปัญหาในการสอน เพราะครูคนเดียวคงไม่สามารถมองเห็นห้องเรียนได้อย่างรอบด้าน ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในทุกจุด  ปัญหาหนึ่งที่ผมต้องการหาคำตอบเป็นพิเศษคือ เด็กไม่สามารถเขียนรายงานสรุปจากสิ่งที่ได้พบจากการทดลองผ่านการสอนในห้องเรียนได้ ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายที่ยังคงเผชิญอยู่”
ณ เวลานั้น ได้มีกิจกรรม PLC ของโครงการฯ เข้ามาพอดี ครูโจจึงใช้โอกาสนั้นได้เปิดห้องเรียนและเชิญครูพี่เลี้ยงทางวิชาการและทีมวางแผนการสอนจากโครงการฯ ให้เข้ามาร่วมสังเกตชั้นเรียนและวิธีการสอนเพื่อขอคำแนะนำว่าการสอนจะต้องมีการปรับปรุงในจุดไหนเพื่อให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนพร้อมสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นรายงานได้
“การสังเกตชั้นเรียนแบบ PLC เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพภายใต้โครงการฯ นั้น มีการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน ในห้องจะมีครูผู้สอนและครูผู้วางแผนการสอน

อ่านเพิ่มเติม

เพราะสังคมไม่ได้มีแค่ตัวเค้าคนเดียว การเฝ้ามองดูเด็กๆเรียนรู้ อย่างมีความสุขนับเป็นความภูมิใจของคนเป็นครู

“การสอนเยาวชนให้สามารถเติบโตเป็นดี และมีทักษะในการดำรงชีพต่อไปนับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” คำพูดจากแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของคุณครู จิรัฎฐ์ธิดา พรนิรัตน์กุล (ครูแอล) ที่ได้กล่าวกับทีมงานมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย นับเป็นเรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้น ที่เราได้รับฟังความรู้สึกของคุณครูท่านนี้ ถึงความมุ่งหวังในการสร้างเยาวชนให้เติบโตเป็นคนดี และมีทักษะและองค์ความรู้ในการทำงานได้ต่อไปในภายภาคหน้า
“เราเป็นครูก็ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตเหมือนกันค่ะ เด็กก็เหมือนครูด้วยที่สอนให้เราต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับเค้า” ครูแอล สอนวิชาคณิตศาสตร์ค่ะ ซึ่งวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างที่ทราบ ไม่ได้ง่ายเลยสำหรับเด็กๆหลายๆคน แต่เราก็บอกตนเองเสมอว่า ครูมีหน้าที่สร้างเด็ก สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเปิดใจรักทั้งสองวิชานี้
“จากประสบการณ์เป็นครูมากว่า 5 ปีแล้ว สิ่งที่ภาคภูมิใจเสมอก็คือ การเห็นเด็กๆได้มีความคิดวิเคราะห์ ได้เปิดโลกทัศน์ตัวเอง ไม่ใช่แค่ความรู้ที่เรียนจากครู จริงๆ แล้ว เวลามาโรงเรียน ถ้าครูได้เห็นเด็กๆ กล้าพูด กล้าบอกเพื่อน เด็กๆกลายเป็นชอบวิทยาศาสตร์ ตั้งใจวิเคราะห์โจทย์เลข ครูก็มีความสุขมากค่ะ เพราะสังคมไม่ได้มีแค่ตัวเค้าคนเดียว แม้ด้วยงบประมาณจะจำกัดสำหรับหลายๆโรงเรียน แต่การเห็นเยาวชนไทยของเราเติบโตขึ้นด้วยทักษะ การคิดวิเคราะห์วิจารณ์ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกันเป็นทีม และ การรู้จักสื่อสาร กับเพื่อนๆ ครูแอลเชื่อว่า จะเป็นประโยชน์กับเด็กๆนักเรียนในยุคนี้อย่างแท้จริงค่ะ”
ท้ายนี้มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ขอขอบคุณ บทสัมภาษณ์จาก

อ่านเพิ่มเติม

นักครีเอทีฟมืออาชีพ ได้ก้าวหน้าเป็นนักประดิษฐ์แล้ว

คำว่าเมกเกอร์อาจไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในช่วงเวลา 5-10 ปีก่อนหน้านี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเมกเกอร์คืออะไร ซึ่งคำว่าเมกเกอร์ กล่าวความหมายคร่าวๆตรงตามภาษาอังกฤษได้ว่า นักประดิษฐ์ หรือ ผู้สร้างวัตถุสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา อย่างคุณอานนท์ ทองเต็ม ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ภิญญ์ ครีเอทีฟ สเปซ ได้ก้าวมาเป็นเมกเกอร์อย่างเต็มตัว และยังได้ถ่ายทอดความเป็นเมกเกอร์ให้แก่คนอื่นๆอีกด้วย
เส้นทางการเป็นเมกเกอร์ของคุณอานนท์เริ่มจากการเป็นคนที่สนใจทางเทคโนโลยี จึงเป็นคนชอบคิดค้นและประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ จนได้มาร่วมงานกับ ภิญญ์ ครีเอทีฟ สเปซ ซึ่งมีความตั้งใจอยากส่งต่อประสบการณ์การเป็นเมกเกอร์ให้แก่คนอื่นๆ เพราะรู้มาว่ามีหลายคนที่อยากลองทำแต่ไม่มีโอกาสหรือพื้นที่
“ผมเชื่อว่าทุกคนมีความเป็นเมกเกอร์ในตัวเอง บางคนอาจคิดว่าเมกเกอร์ต้องประดิษฐ์ของที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาจากกระบวนการคิด ออกแบบ และลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรืองานฝีมือก็นับว่าเป็นชิ้นงานของเมกเกอร์ โดยใช้เทคโนโลยีมาปรับกระบวนการทำงาน เพื่อประหยัดเวลา แต่ยังต้องอาศัยทักษะความเป็นเมกเกอร์เพื่อให้ชิ้นงานนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น”
“ก่อนหน้านี้เมกเกอร์จะเป็นที่รู้จักกันในวงจำกัด มีไม่กี่ช่องทางที่เราจะรับรู้ได้ว่าเมกเกอร์แต่ละคนทำอะไรกันอยู่ บางครั้งอยากจะคุยกับเมกเกอร์คนนั้นแต่ก็ไม่รู้ว่าจะติดต่อยังไง เลยทำให้ไม่ค่อยได้เห็นพัฒนาการของสังคมเมกเกอร์อย่างชัดเจน พอโครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ ด้วยการดำเนินโครงการโดย มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และ สวทช. ได้จัดงาน Mini Maker Faire

อ่านเพิ่มเติม

บุคลากรในแวดวงการศึกษา จะช่วยมอบขุมทรัพย์อันล้ำค่าให้กับนักเรียนไทย

เป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าววันหนึ่ง ณ จังหวัดนครนายก ที่ทีมงานจากมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้รับเกียรติร่วมนั่งสนทนากับคุณ สุชญา บำรุงกิจ ศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ถึงมุมมองการศึกษาไทย ณ ขณะนี้  สิ่งที่เราประทับใจเป็นอย่างยิ่งก็คือบุคลากรทางการศึกษาล้วนเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับความเท่าเทียม และร่วมมือกันพัฒนานักเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้เติบโตเป็นบุคลการที่สำคัญของประเทศในภายภาคหน้า
เมื่อมองถึงการศึกษาไทย ณ ปัจจุบัน เราจะพบว่าโรงเรียนหลายแห่งตามตัวเมืองจังหวัดใหญ่ต่างมีทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัยได้เพียงพอต่อกระบวนการเรียนการสอน ในทางตรงกันข้ามนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลต้องเข้าชั้นเรียนเพื่อท่องจำเนื้อหาจากตำราเล่มเก่าและใช้อุปกรณ์การเรียนที่ยังไม่ทัดเทียมกัน ดังนั้นแล้ว หากกล่าวถึงทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อาทิ การคิดเชิงวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรรค์และการทำงานร่วมกันเป็นทีม และรู้จักนำทักษะเหล่านี้ไปใช้ควบคู่กับแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในสาขาวิชาสะเต็มศึกษา ซึ่งประกอบไปด้วย วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ดูเหมือนว่าการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ยังขาดหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับทักษะฯ ดังกล่าวอยู่มาก
คุณสุชญากล่าวเสริมว่า แท้จริงแล้วเข้าใจมาตลอดถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเน้นให้ครูเปลี่ยนวิธีการสอนจากรูปแบบท่องจำไปสู่การให้ลงมือปฎิบัติจริง ซึ่งนับเป็นความท้าทายพอสมควร แต่เรื่องราวดีๆ ก็ได้เกิดขึ้นเมื่อตอนได้รับเชิญจากมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียให้เข้าร่วมโครงการโบอิ้งยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี ในปี 2553 สนับสนุนงบประมาณโดย บริษัทโบอิ้ง นับจากนั้นเป็นต้นมา คุณสุชญา ก็ยังได้ช่วยโครงการฯสรรหาบุคลากรด้านการศึกษา ให้เข้าร่วมฝึกอบรมมาโดยตลอด เหตุผลก็คือโครงการได้มอบความรู้ให้นำไปใช้ได้จริง
โครงการโบอิ้ง ยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี มุ่งเน้นให้ครูไทยเข้าใจถึง โมเดลการศึกษาในศตวรรษที่ 21

อ่านเพิ่มเติม

สอนเด็กให้มีความฝันได้อย่างไร

ความใฝ่ฝันอันแรงกล้าของเด็กผู้ชายคนนี้คือ “อยากขับเครื่องบินที่สร้างด้วยตัวเอง” เป็นคำพูดของด.ช. รันน์ อุนโอภาส ที่แม้ว่าจะอายุเพียง 6 ขวบ แต่ก็ฉายแววให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการประดิษฐ์ไม่น้อย การขับเคลื่อนนักประดิษฐ์นี้ มีความเกี่ยวข้องกับการที่ผู้คนเริ่มนำวิธีการ do-it-yourself (DIY) และ do-it-with-others (DIWO) มาใช้มากขึ้นในกระบวนการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีด้วยตนเอง  สำหรับน้องรันน์แล้ว น้องได้เข้ามาทำกิจกรรมที่บูธ Kids Maker โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) และโครงการ Chevron Enjoy Science โดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เป็นผู้จัด ครั้งนี้เค้าได้ทดลองประดิษฐ์ ออโตโมต้า สิ่งประดิษฐ์เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนจากแรงหมุน เป็นการฝึกให้เด็กได้คิดในการเลือกอุปกรณ์มาประกอบชิ้นงาน วิเคราะห์ถึงวิธีการทำงาน การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งเติมให้ชิ้นงานมีความสวยงาม ถือเป็นการเริ่มต้นการมีทักษะของการเป็นเมกเกอร์แบบครบครัน

แม้ว่าน้องรันน์จะยังไม่เข้าใจถ่องแท้ว่าเมกเกอร์คืออะไร แต่ก็รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ลองประดิษฐ์อะไรเอง ยิ่งเมื่อคุณแม่ได้พาน้องมาที่งาน Mini Maker ทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งน้องรันน์ชื่นชอบมากที่ได้มาเรียนผ่านการเล่น และยังได้สิ่งของที่ประดิษฐ์เองกลับบ้านไปอีกด้วย ปีนี้เลยขอให้ที่บ้านพามาเปิดประสบการณ์อีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม