คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือคนพิการในเวียดนาม ให้มีรอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นในสังคม

คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือคนพิการในเวียดนาม ให้มีรอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นในสังคม

ก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา Hoang Manh Hoai ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตช่วงวัยเด็กของเขา ด้วยสภาพอากาศอันเลวร้ายนั้นได้ทำลายพืชผลในไร่ของครอบครัวเขาจนหมดสิ้น เรื่องเลวร้ายลงไปอีกเมื่อคุณพ่อล้มป่วยหนัก ทำให้รายได้หลักที่หล่อเลี้ยงครอบครัวหายไปเพียงชั่วข้ามคืน Hoai ลูกคนโตจากพี่น้องทั้งหมด 7 คน ตระหนักได้ว่าเขาจะต้องเป็นเรี่ยวแรงหลักของครอบครัว ดังนั้นเขาจึงต้องลาออกจากโรงเรียนซึ่งเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย
แต่โชคก็เข้าข้างครอบครัวของเขาในหนึ่งปีให้หลัง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา Hoai ใช้เวลาไปกับการดิ้นรนทำงานหนักเพื่อคนที่เขารัก ในความคิดของเขานั้น มันเป็นเหมือนตราประทับที่ไม่สามารถลบเลือนออกไปได้ ทำให้เค้ารู้ถึงคุณค่าของการศึกษา
“ความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุดดัง นั้นเราจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองในทุกวันๆ” Hoai กล่าวสะท้อนถึงความทุกข์ยากของครอบครัวของเขา เมื่อสามสิบปีก่อน “เมื่อเราเรียนแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่ในตัวเรา”
การเรียนรู้ตลอดเวลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้นได้นำพาให้ Hoai ผ่านการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาได้รับปริญญาเอกด้านการแพทย์ และเข้าทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม (MOH) ซึ่งปัจจุบัน Hoai ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริการการแพทย์ของกรมสุขภาพ ในจังหวัด Binh Phuoc ประเทศเวียดนาม ซึ่งบทบาทหน้าที่คือ การดูแลการให้บริการของกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยเกือบหนึ่งล้านคนในจังหวัดนี้ ความรับผิดชอบในตำแหน่งหัวหน้าคือการทำให้มั่นใจว่าคนพิการจะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างที่พวกเขาต้องการ เพื่อนำไปสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า
แต่ด้วยทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่อย่างจำกัด Dr. Hoai

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องราวของคุณหมอผู้มีหัวใจอุทิศ ให้กับคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของคนในชุมชน

ณ เช้าวันหยุดวันหนึ่งในมหานครกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวันที่อากาศเย็นสดชื่นเหมาะแก่การทำกิจกรรมนอกบ้าน วันนี้โรงเรียนและธุรกิจห้างร้านหลายๆแห่งไม่ได้เปิดทำการ  คุณหมอรัตนา มนต์ประจักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สาธารณสุข 42 จึงได้ลงพื้นที่ออกตรวจสุขภาพคนในชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่กำลังสนุกสานกับการปั่นจักรยานในสนามวอลเลย์บอล ที่อยู่ไม่ไกลกัน ขณะที่เหล่าบรรดาผู้สูงอายุในชุมชนต่างก็นั่งรอพบหมอและคุยกันอย่างสนุกสนาน
สมาชิกชุมชนต่างก็มีความสุขที่ได้พบปะ พูดคุยกับเพื่อนๆระหว่างรอพบคุณหมอ คิวตรวจวันนี้เป็นเรื่องของการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก รวมถึงการให้คำแนะนำการดูแลรักษาโรคอื่นๆ หลังจากนั้นไม่นานนักกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพชุมชนก็มาถึง พร้อมเริ่มสาธิตการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีให้กับสมาชิกทุกๆคนที่มาพบแพทย์ในวันนี้
สำหรับคุณหมอ รัตนา การลงพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์กับสมาชิกชุมชน  ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงสมาชิกที่มีความยากลำบากในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยวันนี้ คุณหมอรัตนาและทีมพยาบาล ใช้เวลากว่าครึ่งวันในการตรวจสุขภาพให้กับคนในชุมชน รวมทั้งสิ้น 64 คน โดยไม่ได้เก็บค่ารักษาพยาบาลใดๆ
อย่างไรก็ตามการดูแลด้านการแพทย์สำหรับสมาชิกชุมชนก็ยังถือว่าไม่เพียงพอ ซึ่งในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 42 คุณหมอรัตนา ต้องรับผิดชอบดูแลสมาชิกผู้อยู่อาศัยในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จำนวนรวมทั้งสิ้นเกินกว่า 170,000 คน จาก 53 ชุมชนในเขตบางขุนเทียน โดยแม้คุณหมอรัตนาและทีมพยาบาล จะมีความพยายามอย่างเต็มที่ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน แต่ก็ยังมีเวลาไม่เพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือสมาชิกทุกคนๆในเขตบางขุนเทียนได้

 “เวลา 1 วัน

อ่านเพิ่มเติม

พลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ประเทศไทยเริ่มเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512เป็นต้นมา ในแต่ละปีผู้คนหลายล้านคน หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย เพื่อมาชมความงดงามของวัดสีทองเหลืองอร่ามใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมชมหุบเขาเขียวชอุ่มในเมืองเชียงใหม่ และชายหาดอันงดงามในจังหวัดภูเก็ต นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและเติบโตพุ่งทะยานแบบก้าวกระโดด ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี โดย บริษัท อินเตอร์แนชชั่นแนลทัวร์เซนเตอร์ จำกัด (ITC) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการท่องเที่ยว เป็นบริษัทลำดับแรกๆในประเทศไทย ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.  2512 ก็ยังคงถือเป็นผู้นำตลาดการด้านการท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน

49 ปีที่ผ่านมา คุณธนบดี วัชรเสถียร ได้มองเห็นความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยมาโดยตลอด โดยคุณพ่อของคุณธนบดี เป็นผู้ก่อตั้งและริเริ่มบริหารธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน และให้บริการนำเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบัน คุณธนบดีได้ก้าวเข้ามาบริหารงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯอย่างเต็มตัว และได้บริหารงาน บริษัท ITC ให้เดินหน้าในยุคการตลาดดิจิตอล ด้วยรูปแบบการบริการที่ทันสมัยและก้าวหน้ามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา บริษัท ITC

อ่านเพิ่มเติม

นักการศึกษาผู้มีส่วนช่วยยกระดับการเรียนรู้แห่งยุคศตวรรษที่ 21 ให้เกิดประโยชน์กับประเทศเวียดนาม

กลุ่มสตรีทั้งสี่ท่าน ยืนพิงโต๊ะกลมพร้อมกับมี สายไฟ แบตเตอรี่ เทปกาว และกรรไกรในมือ ทุกๆคนกำลังเริ่มทำการทดลอง ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง จนท้ายที่สุดก็ค้นพบวิธีต่อสายไฟเข้ากับหลอดไฟได้ ทำให้แสงสว่างก็ได้กลับมา ทำให้ทุกคนดีใจในการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกในครั้งนี้
คุณ Nguyen Thi Thuan  มองดูด้วยรอยยิ้มอันสงบ ซึ่งผู้หญิงทั้งสี่คนก็คือนักเรียนของเธอเอง และทุกๆคนก็เริ่มต้นเข้าสู่บทเรียนของวันนั้น

การเรียนครั้งนี้เป็นเหมือนการเปลี่ยนรูปแบบจากการเรียนแบบท่องจำ ไปสู่การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำและเน้นการปฎิบัติจริง คุณ Nguyen Thi Thuan  ซึ่งเป็นครูต้นแบบจากโครงการโบอิ้งยกระดับการเรียนรู้ และเป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮานอยในประเทศเวียดนาม ก็มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่อยากเห็นประเทศเวียดนามได้รับการพัฒนาการศึกษาอย่างเหมาะสมในศตวรรษที่ 21
ไม่ว่า คุณ Nguyen Thi Thuan จะเคยทราบมาก่อนหรือไม่ก็ตาม ว่าในประเทศเวียดนามบุคลากรจากภาคการศึกษา เหล่าบรรดานักธุรกิจ  บุคลการผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละสาขาอาชีพ รวมถึงผู้กำหนดนโยบายให้กับภาครัฐถือเป็นผู้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงให้กับเวียดนามก้าวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งในขณะที่เทคโนโลยีได้ฝังตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงระบบการทำงานในด้านต่างๆ ซึ่งแม้แต่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีจินตนาการล้ำลึก ก็ยังไม่สามารถทำนายลักษณะออกมาได้ ซึ่งเมื่อเทคโนโลยีได้เกิดขึ้นแล้ว การมอบการศึกษาที่เท่าทันยุคปัจจุบันจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นต่อไป
คุณ Nguyen Thi

อ่านเพิ่มเติม

โครงการปลูกฝังผู้นำชุมชนแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตอันสดใสของชุมชนคลองเตย

ป้าหมวยเดินทอดน่องบนทางปูนหยาบๆ ขนาด 6 บล็อก ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยในชุมชนของป้าหมวย เรียกกันว่า “ชุมชนสร้างสรรพัฒนา” คนในชุมชนต่างให้ความเคารพนับถือป้าหมวย ถึงแม้ว่าป้าหมวยจะ “เกษียณ” จากอาชีพนักสังคมสงเคราะห์ที่ทำมาถึง 30 ปี ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ตาม ตอนนี้ป้าหมวยอายุ 71 ปี รับความไว้วางใจและถูกเลือกให้เป็นผู้นำของมูลนิธิพร้อมใจพัฒนา ซึ่งนี่เป็นหน้าอันสำคัญที่ป้าหมวยจะต้องรับผิดชอบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทั้งในฐานะนักสังคมสงเคราะห์และผู้นำโครงการพร้อมใจ ป้าหมวยเคยดำเนินการโครงการเพื่อชุมชนที่มีเป้าหมายลดยาเสพติด ช่วยเหลือเด็กจากการถูกล่วงละเมิด และให้สมาชิกในชุมชนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับที่อยู่อาศัย เมื่อดูจากสภาพแวดล้อมที่ดี และกลิ่นอายความสดชื่นของสวนในชุมชน นี่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของป้าหมวยในการทำงานร่วมกับมูลนิธิไฟเซอร์ในโครงการ Pfizer Healthy Sting Society หรือ โครงการ“ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข”

เมื่อปีที่แล้ว ป้าหมวยต้องการสร้างระบบกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกผู้สูงอายุในชุมชนของป้าหมวยได้ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้ได้ทราบถึงจำนวนของกลุ่มเป้าหมายในชุมชนที่ต้องการ ป้าหมวยได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขประจำท้องถิ่น เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนของป้าหมวย แต่เมื่อเห็นคำร้องขอของป้าหมวยที่ถูกตอบกลับมานั้น มันทำให้ป้าหมวยรู้สึกท้อแท้ ที่พบว่าสถิติที่ป้าหมวยได้รับนั้นไม่สมบูรณ์ ในการที่ป้าหมวยจะทำกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องหาวิธีอื่นที่จะสามารถเปรียบเทียบและวางแผนความต้องการของผู้สูงอายุในชุมชนได้ ดังนั้นป้าหมวยจึงหันมาขอความช่วยเหลือจากสถาบันคีนันแห่งเอเชียเพื่อช่วยผู้สูงอายุในชมชุน นั้นก็คือโครงการ“ไฟเซอร์

อ่านเพิ่มเติม

“ใจเดียวกัน”

เรื่องราวของกลุ่มคนจากหลากหลายอาชีพ อาทิ ช่างเย็บผ้า แม่ครัว รับจ้างทั่วไป และนักเรียน ที่ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ อิสรภาพทางการเงิน
คุณประภาศรี จันทร์เล็ก ผู้นำชุมชนของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนฟ้าใหม่ (กทม.) เปิดสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่เธอจดบันทึกไว้ พร้อมเล่าเรื่องราวการใช้จ่ายเงินของเธอในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ณ วันที่ 5 สิงหาคม คุณประภาศรี ได้จดบันทึกรายได้จากการรับจ้างเย็บผ้าเป็นจำนวน 300 บาท ในสมุดบัญชีของเธอ ส่วนช่องรายจ่ายของทั้งเดือนนั้น พบว่ามีเพียงรายการเดียวที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ในช่อง รายจ่ายที่ไม่จำเป็น นั่นก็คือ “เสื้อผ้าของลูก”
“ฉันรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก” คุณประภาศรีพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
กว่าหลายเดือนที่ผ่านมา สตรีวัย 56 ปีผู้นี้ ทำหน้าที่เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมในการพาสมาชิกทีมอีกจำนวน 4 คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันคว้าชัยชนะในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเงินของโครงการ “พัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน” ซึ่งดำเนินโครงการฯ โดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (คีนัน)
คุณประภาศรี เริ่มต้นเล่าเรื่องราวกว่าทีมของเธอจะได้รับรางวัลในวันนี้ว่า “ฉันต้องออกจากโรงเรียนหลังจากจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” แม้ว่าเธอทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เธอก็เป็นหนึ่งในแรงงานไทยจำนวนมากที่ได้รับแค่ค่าแรงขั้นต่ำและมีรายได้ที่ไม่แน่นอน

อ่านเพิ่มเติม

บันทึกเรื่องราวของสตรีผู้ต่อสู้กับความเจ็บป่วย แต่กลับมาเข้มแข็งและเป็นแรงดลใจอันยิ่งใหญ่ให้กับคนรอบข้าง

คุณ วัลลา ดำนิล เคยเป็นเจ้าของกิจการร้านเสริมสวยในชุมชนคลองเตย ซึ่งเป็นชุมชนตั้งอยู่กลางใจเมืองของมหานครกรุงเทพฯ ด้วยลักษณะที่มีความเป็นกันเอง ทั้งยังเป็นช่างทำผมที่มีฝีมือและได้รับการยอมรับจากลูกค้าในละแวกนี้  กิจการร้านเสริมสวยของคุณวัลลา จึงเปรียบดั่งแสงแดดส่องก่อนรุ่งเช้า ที่ดึงดูดความสุขมาส่งให้คนในชุมชน ได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยโฉมฉายอันงดงาม
หากแต่ชีวิตทุกคนต่างต้องเผชิญจุดพลิกผันที่อาจสร้างรอยแผลร้าวในใจ ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณ วัลลา ค้นพบว่าตนเอง ป่วยมีโรคเบาหวาน ซึ่งเมื่อโรคภัยไข้เจ็บส่งสัญญาณร้ายกับร่างกาย และสุขภาพก็เสื่อมถอยลงอย่างเห็นได้ชัด คุณ วัลลา จึงจำเป็นต้องเลิกกิจการร้านเสริมสวย เพื่อมาหันดูแลสุขภาพของตนเองอย่างใกล้ชิด
หลังจากเข้าพบแพทย์และประเมินอาการแล้ว ไม่มีทางเลือกใดไปกว่าการต้องได้รับยารักษาหลายชนิดต่อเนื่อง โดยแพทย์ได้อธิบายถึงอันตรายจากภาวะโรคเบาหวาน และแนะนำโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หากแต่การพบแพทย์ในครั้งนั้น คุณ วัลลา ก็ยังคงไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองได้ ยังติดนิสัยชอบดื่มน้ำหวาน บริโภคของหวาน และผลไม้มีรสหวาน เช่น มะม่วงและทุเรียน เป็นต้น
คุณวัลลาต้องเข้าพบหมออย่างต่อเนื่อง และไม่นานนักอาการก็เริ่มแสดงผลแย่ลงมากขึ้นเรื่อยๆ ภาวะโรคอ้วนรวมถึงการมองเห็นไม่ชัดจากโรคเบาหวานขึ้นตา ทำให้แพทย์ได้แสดงอาการไม่พอใจต่อการไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และกล่าวดุ พร้อมขู่ให้เห็นภาพถึงความน่ากลัวของโรคเบาหวานมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้คุณวัลลา มีอาการหวาดกลัวต่อโรคนี้ แต่ก็ยังกังวลใจถึงหนทางในการปรับเปลี่ยนตนเอง

อ่านเพิ่มเติม
พัฒนาผู้นำเพื่อส่งเสริมสิทธิสตรีในประเทศเวียดนาม

พัฒนาผู้นำเพื่อส่งเสริมสิทธิสตรีในประเทศเวียดนาม

ภายหลังจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษา นางสาว Bui Thi Boi ได้เข้าร่วมงานกับ Center for Environment and Community Assets Development (CECAD) ในตำแหน่งพนักงานภาคสนาม ในจังหวัด Hoa Binh เพื่อเดินตามความฝันของเธอที่อยากจะช่วยเหลือสตรีกลุ่มชายขอบในพื้นที่ชนบทพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของชนกลุ่มน้อยเชื้อสาย Muong  เธอจึงเข้าใจปัญหาที่สตรีในชุมชนชาวเขาในเขตภาคเหนือของเวียดนามต้องพบเจอเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเธอจะมีความเป็นมาและแรงผลักดันที่เอื้ออำนวยแต่ Boi กลับรู้สึกว่า การศึกษาและทักษะที่มีอยู่อย่างจำกัดของเธอเป็นอุปสรรคต่อการสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้
ข้อจำกัดของ Boi เป็นเรื่องปกติสำหรับพนักงานขององค์กรภาคประชาสังคม (CSO) ในประเทศเวียดนาม ซึ่งส่งผลให้การจัดการกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันที่หยั่งรากลึกในสังคมและอุปสรรคต่าง ๆ ที่ผู้หญิงต้องเผชิญเป็นไปได้อย่างล่าช้า เพื่อเร่งพัฒนาความเท่าเทียมทางเพศ พนักงานภาคประชาสังคมอย่าง Boi จำเป็นต้องมีความสามารถในการรวมพลังผู้หญิงในชนบทให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำงานร่วมกันในการบ่งชี้ต้นเหตุของปัญหา คิดค้นวิธีแก้ไข และนำเสนอให้ผู้กำหนดนโยบายจัดการกับปัญหาของเด็กและสตรี
ด้วยความตระหนักในศักยภาพที่ไม่เพียงพอของภาคประชาสังคมในเวียดนาม คีนันจึงได้ริเริ่มโครงการ Vietnam Women Improving Lives and Leadership

อ่านเพิ่มเติม
สร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

สร้างชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

คุณสมพงษ์ พรายแก้ว เป็นผู้ใหญ่บ้านของชุมชนหมู่ที่ 12 ซึ่งในอดีตเคยถูกกล่าวขานว่า เป็นพื้นที่ทุรกันดารที่สุดของตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี หากย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ปี พื้นที่บริเวณนี้ไม่มีสาธารณูปโภคใดๆ เข้าถึง ทั้งถนน ไฟฟ้า และน้ำประปา แม้ว่าจะตั้งอยู่ห่างจากทางด่วนสู่ใจกลางกรุงเพียงสิบกิโลเมตรเศษเท่านั้น
ในวันนี้ ชุมชนหมู่ที่ 12 ของตำบลบางคูวัด มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการเข้าถึงของกลุ่มธุรกิจต่างๆ การเคลื่อนย้ายประชากรจากภายในเข้าสู่ในพื้นที่เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ส่งผลด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกชุมชนและท้าทายการเป็นวิถีชีวิตการเกษตรนาข้าวดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ชุมชนหมู่ 12 ยังคงปรับตัวรับการพัฒนา ผ่านการสร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกชุมชนและยืดหยุ่นตามบริบทที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น
ผู้ใหญ่สมพงษ์ นับเป็นกำลังสำคัญในการสร้างชุมชนเข้มแข็งแก่ชุมชนหมู่ที่ 12 ของตำบลบางคูวัด นับตั้งแต่รุ่นปู่ ยา ตา ยาย ด้วยความที่เขาเป็นผู้ใส่ใจสารทุกข์สุกดิบของสมาชิกในชุมชน เอื้อเฟื้อและชอบแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อนำมาแก้ปัญหาที่พบในชุมชนอยู่เสมอ ในปี 2557 เมื่อมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียเริ่มดำเนินโครงการเยาวชนต้นแบบชุมชนบางคูวัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดําเนินการโครงการชุมชนดีมีรอยยิ้มของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ผู้ใหญ่สมพงษ์จึงยินดีเข้าร่วมโครงการฯ

อ่านเพิ่มเติม
สืบสานพระราชปณิธาน “เศรษฐกิจพอเพียง”

สืบสานพระราชปณิธาน “เศรษฐกิจพอเพียง”

แม้ “ดวงฤดี วงค์ธนู” หรือ “เอม” จะยังเป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แต่เธอก็สามารถ “เข้าใจ” และ “เข้าถึง” คุณค่าของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อีกทั้งสามารถน้อมนำมาปฏิบัติในการทำกิจกรรมพัฒนาชุมชนของเธอร่วมกับเพื่อนๆ ในอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จนคว้ารางวัลชนะเลิศจากโครงการ…

อ่านเพิ่มเติม