คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือคนพิการในเวียดนาม ให้มีรอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นในสังคม

คุณหมอผู้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือคนพิการในเวียดนาม ให้มีรอยยิ้มเล็กๆเกิดขึ้นในสังคม

ก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา Hoang Manh Hoai ต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตช่วงวัยเด็กของเขา ด้วยสภาพอากาศอันเลวร้ายนั้นได้ทำลายพืชผลในไร่ของครอบครัวเขาจนหมดสิ้น เรื่องเลวร้ายลงไปอีกเมื่อคุณพ่อล้มป่วยหนัก ทำให้รายได้หลักที่หล่อเลี้ยงครอบครัวหายไปเพียงชั่วข้ามคืน Hoai ลูกคนโตจากพี่น้องทั้งหมด 7 คน ตระหนักได้ว่าเขาจะต้องเป็นเรี่ยวแรงหลักของครอบครัว ดังนั้นเขาจึงต้องลาออกจากโรงเรียนซึ่งเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย
แต่โชคก็เข้าข้างครอบครัวของเขาในหนึ่งปีให้หลัง แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา Hoai ใช้เวลาไปกับการดิ้นรนทำงานหนักเพื่อคนที่เขารัก ในความคิดของเขานั้น มันเป็นเหมือนตราประทับที่ไม่สามารถลบเลือนออกไปได้ ทำให้เค้ารู้ถึงคุณค่าของการศึกษา
“ความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุดดัง นั้นเราจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองในทุกวันๆ” Hoai กล่าวสะท้อนถึงความทุกข์ยากของครอบครัวของเขา เมื่อสามสิบปีก่อน “เมื่อเราเรียนแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่ในตัวเรา”
การเรียนรู้ตลอดเวลาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้นได้นำพาให้ Hoai ผ่านการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เขาได้รับปริญญาเอกด้านการแพทย์ และเข้าทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม (MOH) ซึ่งปัจจุบัน Hoai ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริการการแพทย์ของกรมสุขภาพ ในจังหวัด Binh Phuoc ประเทศเวียดนาม ซึ่งบทบาทหน้าที่คือ การดูแลการให้บริการของกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยเกือบหนึ่งล้านคนในจังหวัดนี้ ความรับผิดชอบในตำแหน่งหัวหน้าคือการทำให้มั่นใจว่าคนพิการจะได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างที่พวกเขาต้องการ เพื่อนำไปสู่ชีวิตที่มีสุขภาพดี และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า
แต่ด้วยทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่อย่างจำกัด Dr. Hoai

อ่านเพิ่มเติม

หัวใจครูดวงนี้จะขอมอบให้แก่งานพัฒนาชุมชน เพื่อรอยยิ้มเล็กๆของคนไทย

ตลอดระยะเวลาของการเป็นครูมานานกว่า 30 ปี การดูแลเด็กนักเรียนให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีไปพร้อมกันๆถือเป็นหน้าที่สำคัญของ อาจารย์อนงค์ พัวตระกูล หรือครูอนงค์ ซึ่งเป็นครูประจำห้องพยาบาลโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ บางขุนเทียน กรุงเทพฯ ครูอนงค์มีความเชื่อเสมอว่า นอกจากความฉลาดในการเรียนแล้ว เด็กไทยควรต้องได้รับการปลูกฝังเรื่องโภชนาการที่เหมาะสม การมีสุขอนามัยที่ดี และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ควบคู่กันไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยเข้าใกล้การเป็นสังคมผู้สูงอายุเร็วมากยิ่งขึ้น เยาวชนนักเรียนในวันนี้จึงถือเป็นบุคลากรสำคัญ ที่จะได้ช่วยเหลือสมาชิกชุมชนหรือคนในครอบครัวให้มีความรู้เพียงพอ สามารถเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

เมื่อกล่าวถึงปัญหาด้านสุขอนามัยและโภชนาการของเด็กนักเรียนในปัจจุบัน ครูอนงค์พบว่า ยังมีเด็กไทยจำนวนมากติดการบริโภคขนมหวาน และมักเลือกบริโภคแต่อาหารไม่มีประโยชน์ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลต่อเนื่องก็คือ เด็กๆกลุ่มนี้มีสุขภาพแย่ลง เผชิญภาวะโรคอ้วน ซึ่งในช่วงแรกอาจดูไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด แต่หากปล่อยไว้จนกลายเป็นพฤติกรรมต่อเนื่อง สุขภาพกายที่ไม่ดีก็ย่อมส่งผลต่อภาวะทางอารมณ์ด้วยเช่นกัน
การเป็นครูประจำห้องพยาบาลของโรงเรียนฯ ไม่เพียงแต่ได้ดูแลเด็กๆนักเรียนเท่านั้น ครูอนงค์ยังได้ช่วยให้คำปรึกษาครูท่านอื่นๆด้วยเช่นกัน ซึ่งกลุ่มบุคลากรครูที่เข้ามาพบครูอนงค์ ต่างก็อยู่ในวัยก่อนเกษียณ (50-59 ปี)  และมีครูบางท่านเผชิญปัญหาจากโรคกลุ่มไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ  ครูอนงค์กล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องสื่อสารเรื่องการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นแล้วประเทศไทยจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากในการรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ”
ด้วยความตั้งใจจริงที่อยากเห็นนักเรียนในโรงเรียนและเพื่อนครูด้วยกันมีสุขภาพดี และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องราวของคุณหมอผู้มีหัวใจอุทิศ ให้กับคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของคนในชุมชน

ณ เช้าวันหยุดวันหนึ่งในมหานครกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวันที่อากาศเย็นสดชื่นเหมาะแก่การทำกิจกรรมนอกบ้าน วันนี้โรงเรียนและธุรกิจห้างร้านหลายๆแห่งไม่ได้เปิดทำการ  คุณหมอรัตนา มนต์ประจักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สาธารณสุข 42 จึงได้ลงพื้นที่ออกตรวจสุขภาพคนในชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ที่กำลังสนุกสานกับการปั่นจักรยานในสนามวอลเลย์บอล ที่อยู่ไม่ไกลกัน ขณะที่เหล่าบรรดาผู้สูงอายุในชุมชนต่างก็นั่งรอพบหมอและคุยกันอย่างสนุกสนาน
สมาชิกชุมชนต่างก็มีความสุขที่ได้พบปะ พูดคุยกับเพื่อนๆระหว่างรอพบคุณหมอ คิวตรวจวันนี้เป็นเรื่องของการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก รวมถึงการให้คำแนะนำการดูแลรักษาโรคอื่นๆ หลังจากนั้นไม่นานนักกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพชุมชนก็มาถึง พร้อมเริ่มสาธิตการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีให้กับสมาชิกทุกๆคนที่มาพบแพทย์ในวันนี้
สำหรับคุณหมอ รัตนา การลงพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์กับสมาชิกชุมชน  ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงสมาชิกที่มีความยากลำบากในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยวันนี้ คุณหมอรัตนาและทีมพยาบาล ใช้เวลากว่าครึ่งวันในการตรวจสุขภาพให้กับคนในชุมชน รวมทั้งสิ้น 64 คน โดยไม่ได้เก็บค่ารักษาพยาบาลใดๆ
อย่างไรก็ตามการดูแลด้านการแพทย์สำหรับสมาชิกชุมชนก็ยังถือว่าไม่เพียงพอ ซึ่งในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริการสาธารณสุข 42 คุณหมอรัตนา ต้องรับผิดชอบดูแลสมาชิกผู้อยู่อาศัยในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จำนวนรวมทั้งสิ้นเกินกว่า 170,000 คน จาก 53 ชุมชนในเขตบางขุนเทียน โดยแม้คุณหมอรัตนาและทีมพยาบาล จะมีความพยายามอย่างเต็มที่ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือสมาชิกในชุมชน แต่ก็ยังมีเวลาไม่เพียงพอที่จะสามารถช่วยเหลือสมาชิกทุกคนๆในเขตบางขุนเทียนได้

 “เวลา 1 วัน

อ่านเพิ่มเติม

พลังแห่งความมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่เหนือกว่าคู่แข่ง

ประเทศไทยเริ่มเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512เป็นต้นมา ในแต่ละปีผู้คนหลายล้านคน หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย เพื่อมาชมความงดงามของวัดสีทองเหลืองอร่ามใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมชมหุบเขาเขียวชอุ่มในเมืองเชียงใหม่ และชายหาดอันงดงามในจังหวัดภูเก็ต นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและเติบโตพุ่งทะยานแบบก้าวกระโดด ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี โดย บริษัท อินเตอร์แนชชั่นแนลทัวร์เซนเตอร์ จำกัด (ITC) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการท่องเที่ยว เป็นบริษัทลำดับแรกๆในประเทศไทย ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.  2512 ก็ยังคงถือเป็นผู้นำตลาดการด้านการท่องเที่ยวมาจนถึงปัจจุบัน

49 ปีที่ผ่านมา คุณธนบดี วัชรเสถียร ได้มองเห็นความรุ่งเรืองของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทยมาโดยตลอด โดยคุณพ่อของคุณธนบดี เป็นผู้ก่อตั้งและริเริ่มบริหารธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้แทนจัดจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน และให้บริการนำเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบัน คุณธนบดีได้ก้าวเข้ามาบริหารงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯอย่างเต็มตัว และได้บริหารงาน บริษัท ITC ให้เดินหน้าในยุคการตลาดดิจิตอล ด้วยรูปแบบการบริการที่ทันสมัยและก้าวหน้ามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา บริษัท ITC

อ่านเพิ่มเติม

นักการศึกษาผู้มีส่วนช่วยยกระดับการเรียนรู้แห่งยุคศตวรรษที่ 21 ให้เกิดประโยชน์กับประเทศเวียดนาม

กลุ่มสตรีทั้งสี่ท่าน ยืนพิงโต๊ะกลมพร้อมกับมี สายไฟ แบตเตอรี่ เทปกาว และกรรไกรในมือ ทุกๆคนกำลังเริ่มทำการทดลอง ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง จนท้ายที่สุดก็ค้นพบวิธีต่อสายไฟเข้ากับหลอดไฟได้ ทำให้แสงสว่างก็ได้กลับมา ทำให้ทุกคนดีใจในการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกในครั้งนี้
คุณ Nguyen Thi Thuan  มองดูด้วยรอยยิ้มอันสงบ ซึ่งผู้หญิงทั้งสี่คนก็คือนักเรียนของเธอเอง และทุกๆคนก็เริ่มต้นเข้าสู่บทเรียนของวันนั้น

การเรียนครั้งนี้เป็นเหมือนการเปลี่ยนรูปแบบจากการเรียนแบบท่องจำ ไปสู่การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำและเน้นการปฎิบัติจริง คุณ Nguyen Thi Thuan  ซึ่งเป็นครูต้นแบบจากโครงการโบอิ้งยกระดับการเรียนรู้ และเป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮานอยในประเทศเวียดนาม ก็มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่อยากเห็นประเทศเวียดนามได้รับการพัฒนาการศึกษาอย่างเหมาะสมในศตวรรษที่ 21
ไม่ว่า คุณ Nguyen Thi Thuan จะเคยทราบมาก่อนหรือไม่ก็ตาม ว่าในประเทศเวียดนามบุคลากรจากภาคการศึกษา เหล่าบรรดานักธุรกิจ  บุคลการผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละสาขาอาชีพ รวมถึงผู้กำหนดนโยบายให้กับภาครัฐถือเป็นผู้เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงให้กับเวียดนามก้าวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งในขณะที่เทคโนโลยีได้ฝังตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงระบบการทำงานในด้านต่างๆ ซึ่งแม้แต่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีจินตนาการล้ำลึก ก็ยังไม่สามารถทำนายลักษณะออกมาได้ ซึ่งเมื่อเทคโนโลยีได้เกิดขึ้นแล้ว การมอบการศึกษาที่เท่าทันยุคปัจจุบันจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นต่อไป
คุณ Nguyen Thi

อ่านเพิ่มเติม
เรื่องราวความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนผ่านเยาวชน

เรื่องราวความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนผ่านเยาวชน

ณพบดี กุลมงคล หรือ ภูเก็ต ก้าวขึ้นบนเวทีของสถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ พร้อมความคาดหวังอันแรงกล้า ไมโครโฟนถูกเตรียมไว้พร้อมสำหรับเขาแล้ว และเบื้องหน้าของภูเก็ตก็คือกลุ่มเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่เขาจะต้องเป็นผู้นำในงานครั้งนี้ กิจกรรมนี้เป็นการทดสอบภาวะผู้นำของเขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาเข้าร่วมโครงการ Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI) ท่ามกลางเสียงกรอบแกรบของกล่องอาหารเช้าและเสียงคุยเล่นที่ดังก้องไปทั่ว เหล่านักเรียนที่กระตือรือร้นกลุ่มนี้กำลังรอคอยให้วันอันน่าตื่นเต้นเริ่มขึ้นเสียที
แม้จะเป็นนักศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ฉลาดเฉลียว ภูเก็ตกลับมุ่งหวังจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดแก่โลก และค้นหาช่องทางที่จะได้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความสนใจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเขา ถึงจะมีความปรารถนาอันแรงกล้า ภูเก็ตยังขาดหนทางและโอกาสที่จะศึกษาเรื่องที่สนใจเพื่อจะได้บรรลุเป้าหมายของเขา เมื่อเขาได้ยินเรื่องโครงการ YSEALI เขาไม่รีรอที่จะสมัครเข้าร่วมทันที คณะกรรมการคัดเลือกเห็นศักยภาพความเป็นผู้นำของภูเก็ตอย่างรวดเร็ว และภูเก็ตก็ได้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับคัดเลือก 80 คน จากผู้สมัครกว่า 1,300 คน ให้เข้าร่วมเวิร์คช้อป YSEALI Workshop on Economic Engagement in ASEAN (YSEALI Generation: ECommunity!) ซึ่งจัดโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และ Center for Sustainable Development

อ่านเพิ่มเติม

เส้นทางธุรกิจของสุภาพสตรีนักสู้ ผู้เปรียบเสมือนพลังใจอันยิ่งใหญ่

คุณกัญญารัตน์ เนาวรัตน์โสภณ ทราบดีว่าความทุกข์ทรมานเป็นอย่างไร จากเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน ที่เธอต้องนั่งเผ้าดูคุณแม่นอนหลับอยู่บนเตียงโรงพยาบาลทุกวัน ในขณะที่แม่ของเธอเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการฉายรังสีจากโรคมะเร็งลำไส้ได้ แต่คุณกัญญารัตน์ ก็ทำได้เพียงแค่ต้องยอมรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมองไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
เมื่อเห็นว่าโรคร้ายครั้งนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับคุณแม่ ซึ่งแม้กระทั่งคุณหมอเองก็ไม่สามารถพยากรณ์โรคได้อย่างชัดเจน จนท้ายที่สุดคุณแม่ของคุณกัญญารัตน์ ก็ได้จากไปอย่างสงบและนั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้ คุณกัญญารัตน์ ได้คิดค้นหาความรู้หรือสรรพคุณของสิ่งที่มีประโยชน์ที่คุณนิศาสามารถนำมามอบให้ตัวเองและคนอื่นรอบตัวๆ ให้มีชีวิตที่ยืนยาวมีความสุขและมีสุขภาพที่ดีขึ้น คุณกัญญารัตน์ ได้ค้นพบคุณประโยชน์ ของธรรมชาติบำบัด เช่นการฝึกสมาธิ และการรับประทานอาหารออร์แกนิก รวมทั้งเริ่มบริโภคเห็ดซึ่งถือเป็นพืชที่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี

เห็ดหลินจือ (Ganoderma Lucidum) เป็นพืชที่เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ ในแถบพื้นที่เอเชียตะวันออก และถูกนำมาใช้เป็นยาแผนโบราณ มานานหลายศตวรรษ เมื่อ คุณกัญญารัตน์ เริ่มบริโภคเห็ดหลินจือ สิ่งที่สังเกตุเห็นได้ชัดก็คือ สุขภาพของเธอดีขึ้นและอาการภูมิแพ้ที่เธอต้องทรมานมาหลายปี ก็ค่อยๆหายไป คุณกัญญารัตน์ จึงมีความเชื่อมั่นในคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือ อย่างไรก็ดีเรื่องรสชาติและการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม ก็ยังเป็นปัญหาที่หลายๆคนยังไม่สามารถเปิดใจบริโภคเห็ดหลินจืออย่างจริงจัง
เมื่อได้ทราบถึงคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือแล้ว คุณกัญญารัตน์ จึงมีความตั้งใจที่จะพัฒนาสินค้าประเภทนี้ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางขึ้น จึงได้พบกับ คุณ นิศา ผลพานิชย์ เพื่อร่วมกันผลิต ผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือแคปซูลที่ปลอดภัย บริโภคได้ง่าย และต้องอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารและโภชนาการจากธรรมชาติ 

อ่านเพิ่มเติม

โครงการปลูกฝังผู้นำชุมชนแห่งการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตอันสดใสของชุมชนคลองเตย

ป้าหมวยเดินทอดน่องบนทางปูนหยาบๆ ขนาด 6 บล็อก ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยในชุมชนของป้าหมวย เรียกกันว่า “ชุมชนสร้างสรรพัฒนา” คนในชุมชนต่างให้ความเคารพนับถือป้าหมวย ถึงแม้ว่าป้าหมวยจะ “เกษียณ” จากอาชีพนักสังคมสงเคราะห์ที่ทำมาถึง 30 ปี ตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ตาม ตอนนี้ป้าหมวยอายุ 71 ปี รับความไว้วางใจและถูกเลือกให้เป็นผู้นำของมูลนิธิพร้อมใจพัฒนา ซึ่งนี่เป็นหน้าอันสำคัญที่ป้าหมวยจะต้องรับผิดชอบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทั้งในฐานะนักสังคมสงเคราะห์และผู้นำโครงการพร้อมใจ ป้าหมวยเคยดำเนินการโครงการเพื่อชุมชนที่มีเป้าหมายลดยาเสพติด ช่วยเหลือเด็กจากการถูกล่วงละเมิด และให้สมาชิกในชุมชนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับที่อยู่อาศัย เมื่อดูจากสภาพแวดล้อมที่ดี และกลิ่นอายความสดชื่นของสวนในชุมชน นี่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของป้าหมวยในการทำงานร่วมกับมูลนิธิไฟเซอร์ในโครงการ Pfizer Healthy Sting Society หรือ โครงการ“ไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข”

เมื่อปีที่แล้ว ป้าหมวยต้องการสร้างระบบกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกผู้สูงอายุในชุมชนของป้าหมวยได้ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้ได้ทราบถึงจำนวนของกลุ่มเป้าหมายในชุมชนที่ต้องการ ป้าหมวยได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขประจำท้องถิ่น เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนของป้าหมวย แต่เมื่อเห็นคำร้องขอของป้าหมวยที่ถูกตอบกลับมานั้น มันทำให้ป้าหมวยรู้สึกท้อแท้ ที่พบว่าสถิติที่ป้าหมวยได้รับนั้นไม่สมบูรณ์ ในการที่ป้าหมวยจะทำกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องหาวิธีอื่นที่จะสามารถเปรียบเทียบและวางแผนความต้องการของผู้สูงอายุในชุมชนได้ ดังนั้นป้าหมวยจึงหันมาขอความช่วยเหลือจากสถาบันคีนันแห่งเอเชียเพื่อช่วยผู้สูงอายุในชมชุน นั้นก็คือโครงการ“ไฟเซอร์

อ่านเพิ่มเติม

“ใจเดียวกัน”

เรื่องราวของกลุ่มคนจากหลากหลายอาชีพ อาทิ ช่างเย็บผ้า แม่ครัว รับจ้างทั่วไป และนักเรียน ที่ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ อิสรภาพทางการเงิน
คุณประภาศรี จันทร์เล็ก ผู้นำชุมชนของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนฟ้าใหม่ (กทม.) เปิดสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่เธอจดบันทึกไว้ พร้อมเล่าเรื่องราวการใช้จ่ายเงินของเธอในช่วงเวลาที่ผ่านมา
ณ วันที่ 5 สิงหาคม คุณประภาศรี ได้จดบันทึกรายได้จากการรับจ้างเย็บผ้าเป็นจำนวน 300 บาท ในสมุดบัญชีของเธอ ส่วนช่องรายจ่ายของทั้งเดือนนั้น พบว่ามีเพียงรายการเดียวที่ถูกทำเครื่องหมายไว้ในช่อง รายจ่ายที่ไม่จำเป็น นั่นก็คือ “เสื้อผ้าของลูก”
“ฉันรู้สึกภูมิใจกับตัวเองมาก” คุณประภาศรีพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย
กว่าหลายเดือนที่ผ่านมา สตรีวัย 56 ปีผู้นี้ ทำหน้าที่เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมในการพาสมาชิกทีมอีกจำนวน 4 คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันคว้าชัยชนะในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเงินของโครงการ “พัฒนาเครือข่ายองค์กรชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน” ซึ่งดำเนินโครงการฯ โดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (คีนัน)
คุณประภาศรี เริ่มต้นเล่าเรื่องราวกว่าทีมของเธอจะได้รับรางวัลในวันนี้ว่า “ฉันต้องออกจากโรงเรียนหลังจากจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” แม้ว่าเธอทำงานหารายได้เลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เธอก็เป็นหนึ่งในแรงงานไทยจำนวนมากที่ได้รับแค่ค่าแรงขั้นต่ำและมีรายได้ที่ไม่แน่นอน

อ่านเพิ่มเติม

เทคนิคและอาชีวะยุคใหม่ หมั่นเรียนรู้ลงมือทำ และทำงานเป็นทีม

เป็นเวลากว่า  2 ปีบนเส้นทางอาชีพครูที่ อาจารย์ ศิลารัตน์  ยงศิริชัยสกุล ครูวิทยฐานะ จากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ได้สอนวิชาแอคทีฟฟิสิกส์ (Active Physics) ภายใต้โครงการเชฟรอน สนุกวิทย์ฯ ให้กับนักเรียนในวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานสายอาชีพ อ. ศิลารัตน์ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุขว่า “เทคนิคการสอนที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ หมั่นสร้างกิจกรรมเวิร์กช็อปให้นักเรียนลงมือปฎิบัติจริง และนักเรียนก็จะมีความสุขในการเรียน”

อ. ศิลารัตน์ มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับแรงงานจากสายเทคนิคและอาชีวะ ซึ่งจากมุมมองของภาครัฐและภาคเอกชน แรงงานไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตอย่างเร่งด่วน โดยต้องฝึกทักษะให้สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำรายละเอียดข้อมูลเหมือนที่ผ่านมา แต่นายจ้างต้องการคนที่แก้ไขปัญหาเป็น มีระเบียบวินัย และ รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งทักษะเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นจากการเรียนแบบบรรยายแน่นอน แต่ครูผู้สอนต้องหมั่นสร้างกิจกรรมการเรียนที่เน้นการลงมือทำจริง
เมื่อมองย้อนกลับไปดูการเรียนการสอนในชั้นเรียน อ. ศิลารัตน์ กล่าวว่า นักเรียนไทยในยุคปัจจุบันจัดว่ามีทักษะหลายด้านที่ครูผู้สอนต้องรู้จักหาให้เจอ และดึงศักยภาพเหล่านั้นออกมาใช้ในห้องเรียน คนเรียนเก่งจะกระตือรือร้นที่จะรู้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ และอยากเป็นผู้นำกลุ่ม อยากนำเสนองาน ขณะเดียวกัน นักเรียนกลุ่มเรียนรู้ช้า ค่อนข้างรู้สึกไม่อยากเรียนหนังสือ นั่นคือโจทย์ใหญ่ของคนเป็นครู ที่ต้องรู้จักผสมผสานให้เกิดการทำงานเป็นทีม และหมั่นจำไว้ในใจเสมอว่า

อ่านเพิ่มเติม