หนึ่งก้าวของผู้ประกอบการหญิง สู่ชุมชนที่ยั่งยืน

จุดเริ่มต้นและความฝัน เพื่อชุมชนและความยั่งยืน

เมื่อสมัยที่คุณวรรณกนกยังทำงานประจำ เธอมักฝันถึงการมีอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง โดยทุกครั้งที่คุณวรรณกนกออกไปเที่ยว เธอมักจะกลับบ้านมาพร้อมกับแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์และต่อยอดผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดที่เธอเจอระหว่างทางเสมอ บวกกับแรงบันดาลใจที่ได้รับจากผู้ประกอบการหญิงรายย่อยท่านหนึ่งที่เธอมีโอกาสได้ร่วมงานด้วยครั้งที่ทำงานประจำ ทำให้คุณวรรณกนกตัดสินใจก้าวออกมาเปิดกิจการของตัวเองภายใต้ชื่อแบรนด์ Wanasu Style ที่มอบคุณค่าแก่ชุมชนและยึดหลักความยั่งยืนอย่างเต็มเปี่ยม
ปัจจุบันร้าน Wanasu Style ได้จ้างกลุ่มแม่บ้านในชุมชนมาช่วยกันประดิษฐ์เสื้อผ้าและเครื่องประดับทำมือหลากหลายชนิดอันเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างได้รายได้เสริมเดือนละกว่า 5,000 บาทต่อคน และสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้กว่า 10-15 ครัวเรือน นับว่าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินกิจการของคุณวรรณกนกและร้าน Wanasu Style ที่อยากจะสนับสนุนและเติมพลังให้กับกลุ่มผู้หญิงในชุมชน
ตั้งรับและปรับตัวกับโควิด-19
การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ทำให้การเข้าถึงวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ของร้าน Wanasu Style ต้องหยุดชะงัก หนำซ้ำความไม่แน่นอนของวิกฤตเศรษฐกิจยิ่งสร้างความกังวลใจในกลุ่มผู้บริโภค เพราะหลายคนเริ่มจำกัดการใช้เงินกับสินค้าแฟชั่น และลูกค้าประจำของร้าน Wanasu Style ก็ลดลงไปจากแต่ก่อนเนื่องจากกลัวความไม่แน่นอนของอนาคต
ความคิดแรกของคุณวรรณกนก คือ ความเป็นห่วงพนักงานที่ร้าน รวมถึงครอบครัวที่พวกเธอต้องดูแล ด้วยความตั้งใจที่จะดำเนินกิจการผลักดันผู้หญิงและสร้างอาชีพให้กับพวกเขา คุณวรรณกนกจึงตระหนักได้ทันทีว่า เธอต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนและปรับตัวธุรกิจให้เร็วที่สุด
ร้าน Wanasu Style จึงพลิกโฉมผลิตภัณฑ์และบริการขึ้นมาใหม่

อ่านเพิ่มเติม

ถอด 4 บทเรียนสำหรับ SME ไทย จากงาน ‘ปลดล็อค SME ไทย ปรับตัวอย่างไรในยุค Next Normal’

เมื่อโควิด-19 เปลี่ยนวิถีชีวิตคนทั่วโลก ทำให้ผู้ประกอบการต้องพลิกวิกฤตสู่โอกาสในการทำธุรกิจ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานสัมมนาออนไลน์ ภายใต้ชื่อ ‘ปลดล็อค SME ไทย ปรับตัวอย่างไรในยุค Next Normal’ พร้อมด้วยตัวแทนจากองค์กรและบริษัทชั้นนำที่มาร่วมแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ อาทิ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), Facebook ประเทศไทย, บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด., บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไลน์แมน วงใน (LINE MAN Wongnai), บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) (LINE Thailand), บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด (JD Central),

อ่านเพิ่มเติม

รู้จักเครื่องมือ Buyer Persona: ขายของได้ แค่เข้าใจลูกค้า

“ทำไมมี follower หลักหมื่น แต่ขายของไม่ได้?” คำถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจาก SME ไทย โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรายย่อย ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการตลาดดิจิทัล Boost with Facebook กับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย สาเหตุของความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งพบว่ามาจากการที่ผู้ประกอบการไม่เข้าใจกลุ่มลูกค้าของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ทำให้หลายครั้งผู้ติดตามเพจที่มีจำนวนมากนั้นไม่ได้มีความสนใจในธุรกิจจริง ๆ หรือการตลาดที่สื่อสารออกไปนั้นไม่ได้ตรงกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อ
การเข้าใจลูกค้า ถือเป็นจุดสตาร์ทสำคัญของการทำการตลาด ยิ่งในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง เช่น ในโลกออนไลน์ที่การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทุกคนต่างหวังใช้เทคโนโลยีเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์โควิด-19 ผู้ประกอบการที่เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตัวเองได้ลึกซึ้ง สามารถมอบเสนอที่เฉพาะเจาะจงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ก็จะยิ่งมีโอกาสนำเสนอสินค้าหรือบริการได้โดนใจเหนือคู่แข่ง Buyer Persona เป็นตัวช่วยเริ่มต้นให้ผู้ประกอบการสร้างการตลาดแบบรู้ใจเพื่อเปลี่ยนสถานะธุรกิจให้กลายเป็น “คนรู้ใจ” ของลูกค้ายุคดิจิทัล
Buyer Persona ตุ๊กตาจำลองลูกค้าของคุณ
Buyer Persona คือ “ตุ๊กตา” หรือตัวละคร ที่จำลองลักษณะของลูกค้าในอุดมคติของธุรกิจอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ลักษณะทางประชากรศาสตร์ หรือลักษณะทั่วไป เช่น เพศ อายุ ที่อยู่ รายได้ ฯลฯ แต่ระบุลงลึกไปถึงลักษณะพฤติกรรมการซื้อ

อ่านเพิ่มเติม

ธุรกิจออนไลน์จากสินค้าการเกษตร

“พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ เมื่อสินค้ามีราคาต่ำลง ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาวิธีที่จะขายสินค้าให้ได้ราคาดีขึ้น โดยการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายสินค้า เช่นเดียวกับ “คุณอำมร บรรจง” ผู้ประกอบอาชีพอิสระด้านการจัดรายการวิทยุ ที่ครอบครัวประสบกับภาวะที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เธอจึงตัดสินใจแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิในชื่อแบรนด์ “ข้าวนาย่าสี” ที่เริ่มธุรกิจผ่านตลาดออนไลน์ทาง Facebook ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ด้วยแนวคิดที่ว่า “ข้าวหอมมะลิมีคุณภาพ ผลิตแบบวิถีชาวบ้านจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง” และเชื่อว่า “การบอกปากต่อปาก” คือ การขยายกลุ่มลูกค้าที่ดีวิธีหนึ่ง
เมื่อไม่ต้องทำงานประจำ คุณอำมรจึงมีความตั้งใจที่จะสร้างวิสาหกิจชุมชนเพื่อผลิตและขายสินค้าข้าวหอมมะลิโดยเฉพาะ แต่ความตั้งใจนี้ยังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอผู้สนใจร่วมกลุ่มทำธุรกิจ เพื่อเฟ้นหาสมาชิกที่มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสุขและประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน
การเข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” ที่ดำเนินการจัดการอบรมโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ช่วยให้คุณอำมรได้พบเพื่อนใหม่ ซึ่งได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอ พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้ทบทวนและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับ Facebook Business Page รู้จักการจัดการระบบบัญชีการเงินในธุรกิจออนไลน์ของตนเอง การคิดจุดคุ้มทุนเพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสมและได้กำไร สิ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้มีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณอำมรให้ประสบความสำเร็จตามแผนโมเดลธุรกิจที่กำหนดไว้ได้
หัวใจหลัก 3 ประการ ที่คุณอำมรให้ความสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังทำธุรกิจออนไลน์อยู่

อ่านเพิ่มเติม

ผู้ประกอบการรุ่นใหญ่ ไม่ไกลเกินฝัน

คุณเจนจิรา พลซา (เจน) ปัจจุบันเป็นพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ และเป็นคู่ค้ากับ Unilever Life เธอมีเพจ Facebook ที่มีชื่อว่า “Fit & Healthy By Jane” เพื่อนำเสนอตัวตนของเธอที่เป็นคนรักสุขภาพ พร้อมแบ่งปันเรื่องราวให้กับผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมเพจ
คุณเจนมีความเห็นว่า ธุรกิจออนไลน์สามารถเริ่มได้จากธุรกิจเล็ก ๆ และไม่ต้องใช้ต้นทุนมาก ขอเพียงมีใจใฝ่เรียนรู้ กระตือรือร้นที่จะศึกษาข้อมูล มองหาเครื่องทุ่นแรงมาใช้ก็สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ในตลาดได้ ตัวอย่างเช่น Facebook Business Page ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เธอนำมาใช้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเพื่อการสื่อสารที่ตรงจุด อย่างไรก็ดี การทำธุรกิจออนไลน์ก็ใช่ว่าจะไม่มีความท้าทาย ปัจจุบันคนเริ่มหันมาทำธุรกิจกับบริษัท Unilever Life กันเยอะขึ้น ทำให้คุณเจนต้องพยายามรักษาฐานลูกค้า หมั่นเรียนรู้กลุ่มคนรอบตัว เพื่อพัฒนาตนเองและสร้างจุดขายให้โดดเด่นท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน กระทั่งเธอได้มีโอกาสมาเข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” ที่จัดการอบรมโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเป็นผู้ประกอบการและการตลาดออนไลน์ของผู้สูงวัย ซึ่งโครงการนี้ได้ช่วยให้คุณเจนเข้าใจรูปแบบธุรกิจออนไลน์มากขึ้น มาพร้อมกับการอบรมจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีสร้างตัวตนในเพจอย่างไรให้น่าสนใจ

อ่านเพิ่มเติม

สุขภาพดี มีรายได้ เริ่มที่ตัวเรา

“ถ้าเราชอบที่จะทำอะไร ขอให้ลงมือทำ หมั่นเรียนรู้ให้มาก หากไม่เรียนรู้ เราจะทำอะไรไม่ทันโลกใบนี้แล้ว”

มุมมองความคิดดี ๆ ที่มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้รับฟังจากการพูดคุยกับ “คุณอุ้ย สุจิรา เจริญจิตร์” ผู้เข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” อดีตพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ปัจจุบันได้เกษียณอายุงาน และหันมาทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแล ผลิต และจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารเคมี หรือชื่อสั้น ๆ ที่เราคุ้นหูว่า สินค้าออร์แกนิค
จุดเริ่มต้นของความสนใจในสินค้าออร์แกนิคของคุณอุ้ยเริ่มจากความเจ็บป่วยในอดีตของตัวเองเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้คุณอุ้ยหันมาดูแลสุขภาพและใส่ใจการใช้ชีวิต เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและปลอดโรคภัย คุณอุ้ยจึงได้เริ่มต้นเรียนรู้การใช้สินค้าออร์แกนิคผ่านการศึกษาด้วยตัวเองและการใช้ชีวิตร่วมกับชาวไร่ชาวสวน
ทว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ… แม้ว่าคุณอุ้ยจะวางแผนก่อนเกษียณอายุงานมาเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาลงทุนเพื่อเข้าสู่โลกธุรกิจ คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดต่างไม่เห็นด้วย หากคุณอุ้ยต้องมาทำธุรกิจสินค้าออร์แกนิคอย่างเต็มตัว เพราะทำงานสายการเงินมาตลอด จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจจริง ๆ จัง ๆ ทำให้คุณอุ้ยต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ทั้งลองผิดลองถูก หมั่นศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมกับปรึกษาผู้มีประสบการณ์ในหลาย ๆ ขั้นตอน
ในปี พ.ศ. 2556

อ่านเพิ่มเติม

พลิกโฉมการเกษตรดิจิทัล สนับสนุนเกษตรกรไทยพัฒนาการขายออนไลน์

 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลาดรับซื้อสินค้าเกษตรหลายแห่งในประเทศต้องปิดจำหน่ายสินค้าชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีการล็อคดาวน์และจำกัดการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อการขายสินค้าทางการเกษตรของเกษตรกรไทยกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ พฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการซื้อสินค้าเกษตรก็มีแนวโน้มเปลี่ยนไป ดังที่เราเรียกว่าการดำเนินชีวิตแนววิถีใหม่ หรือ “New Normal” อย่างไรก็ตามการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งในวงการเกษตร เทคโนโลยีก็เข้ามาพลิกโฉมวิธีการทำเกษตรและการจัดการฟาร์ม ตั้งแต่กระบวนการดูแลดินไปจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวเพื่อทำการซื้อขายออนไลน์
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมมือกันช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้พร้อมก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ ‘Digital Marketing for Smart Farmers’ เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการตลาดออนไลน์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยองค์ความรู้ ทักษะ และเทคโนโลยีด้านการตลาดออนไลน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของมูลนิธิคีนันฯ คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปท่ามกลางช่วงวิกฤตการณ์ได้ จุดเด่นของโครงการฯ คือ การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการตลาดออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในช่วงนโยบายล็อกดาวน์รอบแรก (มีนาคม 2563) ปรากฏว่ากลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ หรือ Smart Farmer ที่ขายสินค้าเกษตรออนไลน์มียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26

อ่านเพิ่มเติม

แรงบันดาลใจสู่การเป็นผู้นำเยาวชน : การเดินทางของคนรุ่นใหม่บนเส้นทางแห่งผู้ประกอบการ

เหงียน ไท แอง (Nguyen Thai Anh) ฟรีแลนซ์วัย 22 ปี ช่วยดูแลกิจการรับซ่อมจักรยานยนต์ของครอบครัวในอำเภอเล็ก ๆ ชื่อเอียนฟ็อง ตั้งอยู่ในจังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความรักที่คุณแองมีต่อครอบครัว ผลักดันให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะขยายกิจการของที่บ้าน ประจวบกับที่คุณแองได้มาเจอกับโครงการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและสร้างเครือข่ายเยาวชนอย่างโครงการผู้นำเยาวชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Young Southeast Asian Leader Initiative: YSEALI)” ในตอนนั้นคุณแองรู้สึกตื่นเต้นมาก เขายื่นใบสมัครทันทีโดยไม่ลังเล เพราะตรงกับปณิธานของเขาที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนและลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยแรงผลักดันผนวกกับความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ คุณแองจึงได้เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวแทนเยาวชนของโครงการ YSEALI ในที่สุด
หนึ่งในหัวใจหลักของโครงการฯ คือ เสริมทักษะความเป็นผู้นำในเยาวชน และทักษะความเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ซึ่งนับว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณแองเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะเขาเองก็ตระหนักถึงความซับซ้อนของยุคโลกาภิวัตน์และความสำคัญของทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) วันแรกของการฝึกอบรมเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) โดยตัวแทนเยาวชนได้ทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์และอภิปรายถึงผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อสังคมในมิติต่าง ๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินโครงการได้ให้คำแนะนำแก่ตัวแทนเยาวชนในการพัฒนาโปรเจคตน โดยแต่ละโปรเจคต่อยอดจาก 4 ประเด็นสำคัญในยุคโลกาภิวัตน์ ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม

อาม่า ติ่มซำ การปรับตัวของร้านอาหารขนาดเล็กเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน

หนึ่งในสิ่งที่โครงการ Boost with Facebook ให้ความสำคัญอย่างมากคือการเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกกลุ่มได้เข้าถึงการอบรมเสริมสร้างทักษะการตลาดดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย และกลุ่มคนชายขอบ และคุณยศณัฏฐ์นับเป็นหนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินประกอบธุรกิจร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
คุณยศณัฏฐ์ ผู้มีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัว “อาม่า ติ่มซำ” ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คุณยศณัฏฐ์ได้เข้าร่วมอบรมในโครงการ Boost with Facebook ที่ปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับผู้พิการทางการได้ยินโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นครั้งแรกของโครงการที่จัดการอบรมให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินในประเทศไทย คุณยศณัฏฐ์ได้ใช้ Facebook ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสมาชิกกลุ่มคนหูหนวก และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่จะทำให้คุณได้ทราบถึงความพยายามและความสำเร็จของคุณยศณัฏฐ์และอาม่าติ่มซำ ร้านอาหารที่ ณ วันนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ไม่เพียงเฉพาะในหาดใหญ่เท่านั้น
แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นธุรกิจของคุณคืออะไร?
ผมได้แรงบันดาลใจมาจากสูตรอาหารจีนของอาม่าครับ เมื่อก่อนผมเคยเปิดร้านอาหารตามสั่ง แต่กิจการไม่ค่อยดีเท่าไร ภรรยาของผมเลยเริ่มมองหาธุรกิจรูปแบบอื่น จนนึกถึงสูตรลับของอาม่าขึ้นมา ตั้งแต่ตอนนั้นพวกเราก็ลองปรับสูตรมาเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้เมนูที่ถูกปากลูกค้าที่สุด
คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของธุรกิจ?
ผมเป็นคนรักอิสระครับ ในฐานะเจ้าของกิจการ ผมสามารถริเริ่มหรือปรับกระบวนการต่าง ๆ ได้เอง ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับผมทั้งหมด
คุณคิดว่าเรื่องท้าทายที่สุดของการดำเนินธุรกิจคืออะไร?
เรื่องท้าทายที่สุดคงเป็นการทำอย่างไรให้ธุรกิจยั่งยืนและทำกำไรได้ในระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม

ถึงเวลาต้องผลักดันเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลก่อนจะสายเกินแก้

การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก หลายคนต้องต่อสู้กับวิกฤตทางการเงินและถูกบังคับให้ขายหรือปิดกิจการ พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร ผู้คนต้องกักตัวอยู่ที่บ้านและไม่สามารถออกไปซื้อของหรือท่องเที่ยวพักผ่อนได้ตามปกติ เมื่อมีการประกาศเคอร์ฟิวจากรัฐบาล ระบบโลจิสติกส์ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย แม้ว่าธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนสูง จะยังมีเงินหมุนเวียนเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ได้ แต่อย่างไรก็ดี สังคมไทยก็ยังถือเป็นสังคมเกษตรกรรม โดยร้อยละ 40 ของจำนวนประชากร ทำงานที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร ดังนั้นแล้วประชากรกลุ่มนี้จะสามารถปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับ “ความปกติใหม่” (New Normal) และจะกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างไร สิ่งนี้จึงถือเป็นความท้าทายที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการตกค้างของผลผลิตทางการเกษตรและวิถีชีวิตที่ยากลำบาก
การปิดเมืองส่งผลให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากสถานที่ต่าง ๆ ถูกปิดเพื่อให้ผู้คนใช้เวลาอยู่ที่บ้าน มีแนวโน้มว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะกินระยะเวลานาน ดังนั้นแล้วหากธุรกิจขนาดเล็กมองเห็นโอกาสในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ก็ย่อมสร้างช่องทางการขายให้กับธุรกิจของตัวเอง
หากกล่าวถึงตัวอย่างสินค้าเกษตร เช่น การซื้อมังคุด ซึ่งถือเป็นผลไม้ที่เป็นที่นิยมสำหรับคนไทยหลายๆคน เพราะมีรสชาติอร่อยและหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสด แต่ในช่วงระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ พ่อค้ามังคุดจะทำอย่างไร ถ้าไม่มีช่องทางซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาดสดเช่นเดิม  คำตอบก็คือการขายผ่านสื่อโซเชียล ซึ่งจะกลายเป็นช่องทางสำคัญที่ผู้ประกอบการจะสามารถพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสได้อีกทางหนึ่ง
ประเทศไทยมีเกษตรกรประมาณ 10 ล้านคนที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลในโครงการเยียวยาจากสถานการณ์โควิด 19 เกษตรกรเหล่านี้ไม่สามารถขายสินค้าของตนเอง ได้เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ และก็ไม่ทราบถึงวิธีการขายผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ ทำให้เกษตรกรหลายคนๆจำเป็นต้องตัดสินใจทิ้งสินค้าตกค้าง และเสียโอกาสสร้างรายได้ให้กับตนเองเป็นจำนวนมาก
ในระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ หลายองค์กรจำเป็นต้องสร้างเพจเพื่อการตลาดผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก

อ่านเพิ่มเติม