ค่ายอินโนเวชั่น: ประตูสู่ประสบการณ์นอกชั้นเรียนในโลกศตวรรษที่ 21

การศึกษาในโลกศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การเตรียมความพร้อมหรือถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการหล่อหลอมนิสัยการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในห้องเรียนค่ายและโครงการเรียนรู้นอกห้องเรียนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมผู้เรียนให้สามารถต่อยอดการเรียนรู้ โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้จากชั้นเรียนมาใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตจริงรวมทั้งออกแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมที่สนุกและการฝึกปฏิบัติและลงมือทำจริง ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น และทักษะการสื่อสารไปพร้อมกันด้วย

โดยค่ายอินโนเวชั่นของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ที่ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองแห่งศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อต่อยอดไปสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและอาชีพในอนาคตต่อไป โครงการค่ายอินโนเวชั่นเป็นโครงการที่ต่อยอดจากการพัฒนาครูผู้สอนเพื่อสร้างห้องเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้และเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ โดยมุ่นเน้นการมอบประสบการณ์การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และเปิดโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ นอกห้องเรียน ซึ่งรวมถึงทักษะทางสังคมที่หลากหลาย การพึ่งพาตนเอง ภาวะผู้นำ รวมถึงแรงบันดาลใจและการเตรียมตัวเพื่อสร้างเส้นทางสู่อาชีพทางสะเต็มในอนาคต
โครงการมีแผนจัดกิจกรรมค่ายอินโนเวชั่นทั้งหมด 9 ค่ายภายในระยะเวลา 2 ปี (2564-2565) ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดระยองรวมทั้งสิ้น 450 คน โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ทางโครงการได้จัดค่ายแก่ 4 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองฆ้อ และ โรงเรียนบ้านสีระมัน โรงเรียนวัดห้วงหิน

อ่านเพิ่มเติม

เมื่อโลกปรับ ห้องเรียนเปลี่ยน การเรียนรู้ต้องเปิด

การเรียนรู้ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าและเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา การเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ควรจะทำได้อย่างราบลื่น แต่ในความเป็นจริงเมื่อเราต้องเว้นระยะห่าง โรงเรียนไม่สามารถดำเนินการเปิดการเรียนการสอนตามปกติได้ตลอดทั้งเทอม ยิ่งในโรงเรียนระดับประถมศึกษาความพร้อมในการเรียนการสอนจึงน้อยมาก นักเรียนบางคนยังมีปัญหาในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต บางคนไม่มีมือถือ หรือต้องใช้มือถือของผู้ปกครอง  รูปแบบในการเรียนการสอนจึงต้องปรับรูปแบบ มีทั้ง ON-AIR ONLINE  ON–DEMAND และ ON-HAND ตามความพร้อม  จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกฝ่ายจะต้องเร่งรีบจัดการให้ทันกับสถานการณ์ ไม่เช่นนั้นแล้วนักเรียนที่หลุดไปจากการเรียนจะขาดความรู้พื้นฐานสำคัญที่จะต่อยอดความรู้ในระดับที่สูงขึ้น จะมีนักเรียนบางคนถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังเพราะด้วยความไม่พร้อม ความแตกต่างในการเรียนรู้ของนักเรียนจะมีเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นปัญหาที่ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากความสนใจของเด็กที่ลดลง หรือระบบการเรียนรู้ที่ไม่ตอบโจทย์กันแน่

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้ร่วมมือกับโบอิ้งส่งต่อโครงการ โบอิ้ง ยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับห้องเรียนของคุณครูผ่านกิจกรรมและความรู้ในการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน โดยโครงการฯ มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถให้กับครู ผ่านการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวทางในการสนับสนุนการทำงานของครู ให้กับผู้บริหารสถานศึกษาผ่านการอบรมที่เข้มข้น
คุณครูธนวุฒิ มากเจริญ โรงเรียนสาริกา จ.นครนายก หนึ่งในคุณครูที่เข้าร่วมโครงการมาอย่างต่อเนื่องและใช้โครงงานในการช่วยจัดการเรียนการสอนในช่วงโควิดเล่าว่า “ตั้งแต่โควิด-19 เข้ามาในช่วงแรกการเรียนออนไลน์ทำได้ยาก เพราะปัญหาอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ของนักเรียนที่มีจำกัด การสอนแบบโครงงานจึงเป็นรูปแบบหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการเรียนการการสอนในช่วงโควิด แต่จำเป็นต้องปรับเนื้อหากิจกรรมและอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมให้เหมาะสมกับความพร้อมของนักเรียน ในส่วนเนื้อหากิจกรรมจะต้องออกแบบเป็นอย่างดี ร้อยเรียงเนื้อหาให้เป็นขั้นตอน และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน  โดยจะสื่อสารกับนักเรียนในรูปแบบ VDO Clip ส่งให้นักเรียนผ่าน

อ่านเพิ่มเติม

4 เทรนด์การศึกษา เตรียมนักเรียนอย่างไรในโลกยุค 4.0

บริบทของภาคการศึกษากำลังพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ระบบการศึกษารูปแบบใหม่ได้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่ในห้องสอบ ทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ผลวิจัยจาก McKinsey Digital เปิดเผยว่า จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรืออุตสาหกรรมยุค 4.0 ทำให้อาชีพกว่า 60% มีเนื้องาน 1 ใน 3 เป็นงานที่สามารถทำแบบอัตโนมัติได้ การปฏิวัติครั้งนี้ส่งผลต่อทักษะที่จำเป็นในอนาคตของนักเรียนอย่างยิ่ง โดยในปี พ.ศ. 2559 สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum :WEF) มีรายงานที่กล่าวถึงทักษะที่จะเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคตอันใกล้ ได้แก่ ทักษะการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อน ทักษะการเข้าสังคม และทักษะกระบวนการ ดังนั้นการศึกษายุค 4.0 จึงต้องปรับตัวตามยุคสมัย โดยเริ่มต้นที่ความเข้าใจถึงสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กจบใหม่ในอนาคต และนี่คือ 4 ตัวอย่างสิ่งใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับการศึกษายุค 4.0

 ระยะเวลาและอิสระในการศึกษา

ผู้เรียนมีอิสระที่จะเรียนรู้ที่ไหน

อ่านเพิ่มเติม

คณิตศาสตร์สำหรับทุกคน

ห้องเรียนคณิตศาสตร์ที่คุ้นเคย

หากลองนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก ห้องเรียนคณิตศาสตร์ของหลาย ๆ คนคงมีภาพเคยชินที่คล้ายกัน คือ การจำสูตร กฎ ทฤษฎี การทำตามตัวอย่าง หากใครสามารถแก้ปัญหาโจทย์ในหนังสือเรียนและทำข้อสอบได้ นับว่าประสบความสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์ ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลในการเลือกใช้สูตร วิธีคิด หรือที่มาของสูตร ทำให้นักเรียนต้องท่องจำสูตรจำนวนมากด้วยความไม่เข้าใจ ยิ่งเข้าสู่ชั้นเรียนในระดับที่สูงขึ้น ยิ่งต้องจำสูตรและวิธีการแก้โจทย์มากขึ้น และทำโจทย์จำนวนมากเพื่อให้จำได้และเกิดความเคยชิน ในวิชาคณิตศาสตร์ครูมักจะบอกว่าวันนี้จะเรียนเรื่องอะไร และเริ่มการสอนด้วยการเขียนสูตรบนกระดาน เมื่ออธิบายสูตรจบ ก็จะตามมาด้วยโจทย์ตัวอย่างพร้อมวิธีคิดที่ใช้สูตรนั้น ๆ หลังจากนั้นครูก็จะให้นักเรียนทำโจทย์เพิ่ม โดยโจทย์ใหม่มีรูปแบบวิธีคิดการใช้สูตรที่คล้ายเดิม เพื่อฝึกฝนให้นักเรียนเข้าใจวิธีการนำสูตรไปใช้ ในการสอนคณิตศาสตร์ด้วยการบรรยายบทบาทของครูมักเป็นผู้ส่งสารและนักเรียนเป็นผู้รับสารเท่าที่ครูบอกในห้องเรียน ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับนักเรียนในการมองเห็นคุณค่าของคณิตศาสตร์นอกห้องเรียน คณิตศาสตร์จึงเป็นศาสตร์ที่นักเรียนหลายคนเข้าใจว่าเรียนไปเพื่อนำไปสอบเลื่อนชั้นเท่านั้น และนักเรียนหลายคนอาจมีคำถามว่าเรียนคณิตศาสตร์ไปเพื่ออะไร ในชีวิตจริงก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วคณิตศาสตร์อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันของทุกคน เพียงแต่วิธีการสอนในห้องเรียนด้วยวิธีการบรรยายยังไม่เอื้อต่อการมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างโลกแห่งคณิตศาสตร์และโลกของชีวิตประจำวันเท่านั้น ดังเช่นตัวอย่างด้านล่าง
“โต๊ะสี่เหลี่ยม 1 ตัว นั่งได้ 4 คน หากต้องการจัดโต๊ะรับประทานอาหารร่วมกันโดยนำโต๊ะมาต่อกันเป็นแนวยาว 1 แถวจะนั่งได้กี่คน?”
จากโจทย์ข้างต้น หากเป็นการสอนคณิตศาสตร์ด้วยการบรรยาย ครูจะสอนสูตรที่ใช้ในการแก้โจทย์แล้วให้นักเรียนแทนค่าตัวเลขต่าง ๆ ในสูตร

อ่านเพิ่มเติม

ครูไทยปรับตัวปรับใจอย่างไรในยุคโควิด-19

ปีครึ่งแล้วที่เราอยู่กับโควิด แรกเริ่มเราหวังว่าถ้าอดทนเพียงไม่กี่สัปดาห์ งดออกจากบ้าน เลื่อนเปิดโรงเรียน แล้วโควิดจะหายไป  แต่เมื่อสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องปรับมุมมอง ปรับแผนการทำงาน และลองคิดใหม่ว่าหากโควิดยังอยู่กับเราไปอีกสักระยะ นักเรียน ผู้ปกครอง และครูจะต้องปรับตัวปรับใจอย่างไร เพื่อให้กระบวนการการเรียนรู้ยังดำเนินต่อไปได้ โดยไม่เกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยหรือเกิดความเครียดมากจนเกินไป
มูลนิธีคีนันแห่งเอเซียได้รับฟังปัญหาจากครูในพื้นที่ขาดโอกาสทางการศึกษาที่ไม่สามารถสอนออนไลน์ได้  และเราได้รวบรวมแนวทางการแก้ปัญหาของครูไทยและต่างประเทศเพื่อหาทางออกให้การศึกษาไทย  เราตระหนักว่าความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของนักเรียน ผู้ปกครอง และครูในท้องถิ่นมีผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอน   ท้ายที่สุดแล้ว นักเรียนไทยต้องการตัวเลือกที่หลากหลายและแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่  นโยบายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียวไม่อาจเพียงพอ ทำให้ภาคเอกชนกลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้นักเรียน ผู้ปกครอง และครูผ่านวิกฤตครั้งนี้
เรียนออนไลน์ หลากหลายช่องทาง
กระทรวงศึกษาธิการได้เสนอช่องทางการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการเรียนออนไลน์ ได้แก่ การเรียน On Air, Online, On-Demand, On-Hand และ On-Site แต่ในกลุ่มที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงอุปกรณ์และเครื่องมือการสอน ตัวเลือก  On-Hand   หรือการสอนผ่านใบงานและหนังสือเรียนจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ ซึ่งในบางพื้นที่ที่มีการระบาดหนักทำให้การรับ-ส่งใบงานไม่สามารถทำได้ ส่งผลให้การเรียนรู้ต้องหยุดชะงัก
จากข้อจำกัดดังกล่าว ครูไทยจึงต้องคิดค้นวิธีสอนอื่น ๆ เพื่อทดแทนการเรียนออนไลน์ เช่น สอนผ่านวิทยุ  หรือตัดต่อวิดิโอให้เป็นไฟล์เล็ก

อ่านเพิ่มเติม

สะเต็มศึกษา เพิ่มพูนทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของครูและนักเรียน

Dau Van Nga เป็นครูสอนฟิสิกส์ เทคโนโลยี และสารสนเทศ ที่โรงเรียน Xuan La ในเขต Tay Ho กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม 17 ปีก่อน เมื่อคุณ Nga เริ่มอาชีพครูใหม่ ๆ เธอเกือบล้มเลิกความตั้งใจอยู่หลายครั้ง เนื่องจากอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา ทั้งปริมาณงาน ตัวหลักสูตร สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งการรับมือกับนักเรียน แต่ด้วยความปรารถนาที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนรุ่นใหม่ ทำให้คุณ Nga ยังคงประกอบอาชีพครูมาจนถึงปัจจุบัน ความมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความรักในวิชาวิทยาศาสตร์นั้นเป็นเชื้อไฟให้เธอก้าวต่อ กระทั่งได้มารู้จักกับสะเต็มศึกษา (STEM) ซึ่งย่อมาจากคำว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รูปแบบการศึกษานี้เน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน ซึ่งตรงกับความต้องการของคุณ Nga พอดี
“ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เราศึกษาและลองใช้สื่อการสอนรูปแบบใหม่อยู่เสมอ นับว่าโชคดีมากที่ได้มาเจอมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และเข้าร่วมโครงการโบอิ้งยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีในสถานศึกษา โครงการนี้ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิธีการสอนที่เป็นระบบและให้ผลสัมฤทธิ์เป็นเลิศ เรามีโอกาสได้ลองสอนโดยใช้สะเต็มศึกษาจริง

อ่านเพิ่มเติม

“โครงการพัฒนาวิชาชีพ” เพื่อจุดประกายครูและนักเรียนไทย

เราหลงรักการเรียนรู้เพราะอะไรกันนะ ใช่สัมผัสที่ได้ถือหลอดทดลองไหม หรือเพราะภาพที่สารละลายใสไร้สีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม อะไรคือแรงผลักดันให้เราศึกษาและจดจำข้อมูลมากมายเพื่อร้อยเรียงออกมาเป็นบทเรียนที่นักเรียนอยากฟัง
คุณครู พิกุลทอง ศรีแสงอ่อน มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจมาตลอด เธอเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลก ดังนั้น เธอจึงอยากถ่ายทอดเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับชีวิตประจำวันให้กับนักเรียนในโรงเรียนบ้านโคกกะเทียม (ราษฎร์ดำริบำรุง) ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรม นอกจากนั้น ด้วยประสบการณ์สอนวิทยาศาสตร์กว่า 20 ปี และหัวใจที่เปิดกว้าง คุณพิกุลทองมักจะช่วยเหลือนักศึกษาครูรุ่นใหม่อย่างเต็มที่อยู่เสมอ
โครงการพัฒนาวิชาชีพครูที่จังหวัดลพบุรีเกิดจากการร่วมมือกันของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและมูลนิธิไอวีแอล เมื่อครั้งที่คุณพิกุลทองเข้ารับการอบรมในโครงการฯ พร้อมกับบุคลากรทางการศึกษาอีก 29 ท่าน ตอนนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เธออดกังวลไม่ได้ ยิ่งเธอต้องดูแลแม่ที่อายุมากแล้ว หากติดเชื้อขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องดีนัก คุณพิกุลทองถึงกับแอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนแบบทีเล่นทีจริงว่า “ครูขอกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมคะ”
เนื่องจากโรงเรียนบ้านโคกกะเทียม (ราษฎร์ดำริบำรุง) เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ทุรกันดาร คุณพิกุลทองจึงอยากเปิดโลกให้กับนักเรียนและมอบโอกาสการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด เพราะปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนวิทยาศาสตร์อาจทำให้นักเรียนแยกห่างจากวิชานี้ไปเรื่อย ๆ และการนั่งดูคลิปการทดลองในยูทูปมีแต่จะทำให้เด็ก ๆ ขาดประสบการณ์ปฏิบัติจริง ก่อนจะกลายเป็นหมดความสนใจในวิทยาศาสตร์ไปในที่สุด
แต่ครูพิกุลทองก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมูลนิธิไอวีแอลได้มอบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นหลอดทดลอง บีกเกอร์ ที่ตั้งสามขา ตะเกียงแอลกอฮอล์

อ่านเพิ่มเติม

เพราะเยาวชนวันนี้คือขุมพลังของชาติในวันหน้า

“เพราะเด็กแต่ละคนมีภูมิหลังและความสามารถที่ต่างกัน ครูจึงต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เข้ากับผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา” คำกล่าวจาก ครู พัฒนพงศ์ บุญศิลป์ ครูคณิตศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
คุณครูพัฒนพงศ์รับราชการมานานกว่า 10 ปี การเติบโตในครอบครัวข้าราชการครูถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับครูพัฒนพงศ์ ให้ดำเนินรอยตามบุพการี ในเส้นทางอาชีพเดียวกัน
“อาชีพครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ หากมีโอกาสครูก็อยากช่วยเหลือเยาวชน”
คุณครูพัฒนพงศ์ตระหนักถึงความแตกต่างในตัวนักเรียนแต่ละคน ด้วยต่างคนต่างพื้นเพ มีจุดอ่อนจุดแข็งเฉพาะตัว ครูผู้สอนจึงต้องทำงานให้ได้หลากหลาย และพร้อมปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดรับกับตัวผู้เรียน เพื่อให้เด็ก ๆ มีทัศนคติเชิงบวกกับการเรียน ประสบความสำเร็จ มีวุฒิการศึกษาติดตัว และสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพการงานที่มั่นคงในอนาคต
“หากมองที่การศึกษาไทยในปัจจุบัน เราจะพบว่าผู้เรียนขาดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อันได้แก่ทักษะการคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งขาดแคลนทั้งทรัพยากรการศึกษาที่ทันสมัย และนักเรียนก็ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้ จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ที่ตรงกับที่นายจ้างต้องการ และสามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต”
ครูพัฒนพงศ์มีความปรารถนาที่จะเรียนรู้และปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น เมื่อมีโอกาสครูพัฒนพงศ์ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ “We Think Digital” ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดย

อ่านเพิ่มเติม

ความท้าทายสำหรับการเรียนรู้ด้วยการฝึกลงมือทำจริง บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

แม้การแพร่ระบาดของโควิด 19 จะทำให้โรงเรียนหลายแห่งในไทยต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปถึงเดือนกรกฎาคม แต่มูลนิธิคีนันยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น และเตรียมความพร้อมให้ครูไทยสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง เราปรับรูปแบบการฝึกอบรมมาเป็นออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยเรามีความเห็นว่า “โครงการพัฒนาวิชาชีพครู” ในรูปแบบการฝึกอบรมออนไลน์ จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
เราตระหนักดีว่า ห้องเรียนออนไลน์ทั่วไปมีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม ดังนั้นเราจึงตั้งใจออกแบบการฝึกอบรมออนไลน์ให้มีคุณภาพสามารถเทียบเคียงกับกิจกรรมดั้งเดิมของเรา ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการมีปฎิสัมพันธ์ของผู้เข้าอบรม  และเกิดการลงมือปฏิบัติจริงผ่านการทำกิจกรรมแบบกลุ่ม โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้

ผู้เชี่ยวชาญของคีนันชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักสูตรและรูปแบบกิจกรรม
ผู้เข้าร่วมโครงการแบ่งกลุ่ม 5-6 คน ไปตามห้องเรียนย่อย พร้อมฟังคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญของคีนันตามขั้นตอนที่ 1
แต่ละกลุ่มร่วมกันถกประเด็น และนำเสนอแนวคิดในห้องเรียนรวม

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมทุกท่าน ทีมงานคีนันจะส่งเอกสารประกอบการอบรม ผ่านทางอีเมลให้ผู้เข้าอบรมทุกท่านล่วงหน้า โดยเมื่อถึงวันอบรม ผู้เข้าร่วมโครงการจะแบ่งกลุ่มไปตามห้องเรียนย่อย จากนั้นจึงเริ่มทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกท่านอื่น กระบวนการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คำแนะนำจากทีมงานคีนัน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (active learning) ในชั้นเรียนออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

มาดูตัวอย่างโครงการฯ เมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรามีครูจากจังหวัดนครนายกทั้งหมด 31 ท่านเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพครูผ่านซูม (zoom) โครงการฯ

อ่านเพิ่มเติม

เกมและการเรียนรู้จะฝึกเด็กๆ ให้เรียนวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร

“วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาที่มีเนื้อหาหลายอย่างที่ต้องอาศัยการจดจำ หากสอนแบบเดิม ๆ ที่ให้นักเรียนไปท่องมาก็ออกจะน่าเบื่อเกินไป” คำกล่าวจาก ครูชมพูนุช ริมหนองเรือ ครูวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสด้วยการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ครูชมพูนุช เริ่มอาชีพครูมาได้ราวสามปีกว่า ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า ครู ชมพูนุช ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีได้พัฒนาและเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์  ครูชมพูนุชจึงต้องการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ มาปรับใช้ในห้องเรียน ด้วยความเชื่อที่ว่าการเรียนรู้สามารถเป็นเรื่องที่สนุกสนานได้ หากแต่แนวคิดดังกล่าวก็ไม่อาจก่อร่างเป็นรูปธรรมได้ง่ายนัก เนื่องจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 ก็ยังขาดทรัพยากรในหลายด้านๆ ทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานหลายจุดจึงยังเดินหน้าได้ค่อนข้างจำกัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อครูชมพูนุช ได้มีโอกาสมาเจอกับโครงการ “We Think Digital” ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัท Facebook ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้เกิดกับบุคลากรทางการศึกษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้สื่อโซเชี่ยลอย่างสร้างสรรค์  ครูชมพูนุช จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ เพราะตรงตามความสนใจของคุณครูชมพูนุชพอดี
“ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาหลายอย่างที่ต้องอาศัยการจดจำ

อ่านเพิ่มเติม