การทดลองวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ที่เด็ก ๆ สามารถทำได้ที่บ้าน

การทดลองง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนลูก ๆ ของคุณให้เป็นนักมายากลตัวจิ๋ว
ถ้าลูก ๆ ของคุณชื่นชอบแฮรี่ พอตเตอร์ พวกเขาจะต้องชื่นชอบการทดลองนี้อย่างแน่นอน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้วิธีการที่ทำให้ขวดแก้วหรือหลอดแก้วหายไปจากสายตา โดยไม่ต้องมีไม้คทาหรือเวทมนตร์คาถาใด ๆ ผ่านการทดลอง “แก้วล่องหน”
อุปกรณ์
บีกเกอร์ หรือ แก้วใส                1 ใบ
แก้วขนาดเล็ก หรือหลอดแก้ว   1 อัน
ดินสอ                                     1 แท่ง
น้ำเปล่า
กลีเซอรีนเหลว
ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนแรกของการทำการทดลอง เริ่มต้นจากการสังเกต โดยเติมน้ำประมาณ 1 ใน 3 ของแก้วใสแล้ววางหลอดแก้วไว้ด้านใน คุณจะสามารถมองเห็นหลอดแก้วอย่างชัดเจนในน้ำ

ขั้นตอนที่ 2
จากนั้นนำหลอดแก้วออกจากแก้วใส และเทกลีเซอรีนเหลวลงไป เมื่อคุณวางหลอดแก้วกลับลงไปในน้ำอีกครั้ง คุณจะสังเกตุเห็นว่าหลอดแก้วหายไป

อ่านเพิ่มเติม

ครูรุ่นใหม่มีวิธีการสอนอย่างไร เพื่อสร้างนักเรียนไทยให้มีศักยภาพ

เมื่อครูรุ่นใหม่นำการศึกษาแบบสะเต็มมาใช้ นักเรียนก็เรียนด้วยความสนุกและไม่รู้สึกเบื่ออีกต่อไป
ครูเกรียงไกร สังข์ทอง เริ่มต้นอาชีพเป็นผู้ช่วยครูในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และได้รับโอกาสทำหน้าที่บรรยายเนื้อหาจากหนังสือให้กับนักศึกษาในชั้นเรียน ซึ่งก็นับว่าเป็นงานในฝันสำหรับหลายๆคน ที่จบการศึกษาจากสาขาจุลชีววิทยา ถึงแม้ครูเกรียงไกรจะมีความชอบในการสอน แต่ครูเกรียงไกรกลับพบว่าที่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างในอาชีพครูที่น่าค้นหาและต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
มุมมองต่ออาชีพของครูเกรียงไกรเริ่มเปลี่ยนไป หลังจากมีโอกาสได้สอนหนังสือแก่นักเรียนในช่วงเวลาว่าง อีกทั้งยังมีโอกาสที่ได้แบ่งปันความชื่นชอบในวิชาวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็ก ๆ สิ่งนี้จึงกลายเป็นจุดพลิกผัน ที่ครูเกรียงไกรเลือกที่จะออกจากการสอนในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อมาเป็นครูในระดับมัธยมศึกษา
ไม่นานหลังจากที่ครูเกรียงไกรสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ครูเกรียงไกรก็ได้เริ่มเดินไปในเส้นทางสายใหม่ในฐานะครูวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ณ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา (โรงเรียนที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนด้อยโอกาสในชนบทของประเทศไทย) ถึงแม้ว่าครูเกรียงไกรจะเคยสอนเด็กเล็กมาบ้าง แต่ครูเกรียงไกรก็ยังคงไม่คุ้นเคยกับการสอนนักเรียนในวัยนี้และต้องใช้เวลาทำความเข้าใจนักเรียนกลุ่มนี้พอสมควร
“ ผมไม่เคยสอนเด็กเล็กในโรงเรียนมาก่อน” ครูเกรียงไกรกล่าว “ ผมตื่นเต้นมากเพราะผมไม่มั่นใจว่านักเรียนจะเข้าใจสิ่งที่ผมสอนหรือไม่”
และสิ่งที่ครูเกรียงไกรกังวล ก็กลายเป็นเรื่องจริง เพราะนักเรียนกลุ่มนี้ไม่เข้าใจในสิ่งที่ครูพยายามจะถ่ายทอดเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งต่างกับนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยที่ครูเกรียงไกรเคยสอน นักเรียนใหม่กลุ่มนี้ส่วนใหญ่มาเรียนโดยที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เพียงพอ ขาดความมั่นใจ และไม่มีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ ถึงแม้ว่าครูเกรียงไกรจะมีความเชี่ยวชาญในวิชาวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ครูจะสามารถทำให้นักเรียนหันมาสนใจเรียน และเมื่อนักเรียนขาดสมาธิในการเรียน หลายคนๆจึงไม่สามารถมีความรู้เพียงพอและทำคะแนนสอบได้ดี
ปัญหาคือครูเกรียงไกรจะทำให้วิชาวิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับนักเรียนได้อย่างไร และมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไขปัญหานี้ ครูเกรียงไกรจึงทำได้เพียงถ่ายทอดความรู้ด้วยวิธีการสอนแบบเดิม ๆ  เช่น สอนตามตำราและอธิบายเพิ่มเติมตามที่จำเป็นเท่านั้น
ปัญหาจากเข้าใจไม่ตรงกันของการเรียนการสอนระหว่างครูเกรียงไกรและนักเรียนเกิดขึ้นตลอดทั้งปีในชั้นเรียน และค่อยๆบั่นทอนความรู้สึกชื่นชอบต่อวิชาวิทยาศาสตร์ของครูเกรียงไกรลงเรื่อยๆ แต่ครูเกรียงไกรก็ถือว่ายังมีโชคอยู่บ้าง เมื่อเขาได้ย้ายไปสอนที่โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสาคร

อ่านเพิ่มเติม

หากครูคนหนึ่งอยากเปลี่ยนแปลงการสอนในห้องเรียน ให้เกิดบรรยากาศแตกต่างไปจากเดิม อะไรคือกุญแจสำคัญไปสู่ความสำเร็จนี้

เป็นระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ ครูสุมณฑา เอมเอก มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่เห็นตนเองมีความก้าวหน้าในวิชาชีพและทุ่มเทแรงกายเพื่อฝึกฝนหาความรู้ให้กับตนเองอยู่เสมอ แม้จะได้มีโอกาสเข้าฝึกอบรมหลายครั้งแต่ก็มักเป็นการนั่งฟังการบรรยายด้วยเนื้อหาเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา อย่างไรก็ตามครูสุมณฑาได้เริ่มรู้จักกับโครงการพัฒนาวิชาชีพครูของคีนันครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นครูสุมณฑาก็คิดว่าคงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม และการฝึกอบรมก็คงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ กับตนเองและนักเรียนแต่อย่างใด
นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่ครูสุมณฑาตั้งคำถามถึงประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพครูของคีนัน เพราะครูสุมณฑาเริ่มต้นสอนหนังสือมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 และก็เติบโตในวิชาชีพ สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก จังหวัดสงขลา แต่ถึงกระนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ออกนโยบายให้ครูไทย ต้องผ่านการฝึกอบรมและมีจำนวนชั่วโมงฝึกอบรมครบตามข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อโอกาสในการเลื่อนขั้น ทำให้ครูไทยต้องทำงานสอนหนังสือและจำเป็นต้องหาหลักสูตรเพื่อรับการฝึกอบรมควบคู่กันไป
อย่างไรก็ตามเมื่อครูสุมณฑาเริ่มฝึกอบรมกับคีนันก็พบว่ามีลักษณะการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างออกไป เพราะการฝึกอบรมส่วนมากจะจัดที่หอประชุมขนาดใหญ่ และให้ครูนั่งฟังการนำเสนอจากวิทยากรเป็นเวลาหลายชั่วโมง
“เราไม่ได้แค่นั่งฟังวิทยากรเท่านั้น แต่เราได้ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจถึงวิธีการและเทคนิคการสอนใหม่ๆ”
ครูคือส่วนสำคัญมากเพราะสิ่งที่ครูเรียนมาก็คือเนื้อหาเดียวกันที่นักเรียนจะได้เรียน และเทคนิคการสอนก็คือส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับผู้เรียนให้สามารถเข้าใจสิ่งที่เรียนและเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคสำคัญที่ว่าก็คือการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (inquiry-based learning) โดยครูผู้สอนจะไม่ใช้การท่องจำ แต่จะเน้นให้นักเรียนเกิดการลงมือปฎิบัติจริง และจะกระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ในโลกแห่งการทำงานจริงเพื่อค้นหาคำตอบในแต่บทเรียน ถือเป็นทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นอันได้แก่ การสื่อสาร (Communications) การทำงานเป็นทีม (Collaborations) การคิดวิเคราะห์ (Critical

อ่านเพิ่มเติม

นักเรียนไทยสวมบทนักนิติวิทยาศาสตร์ ช่วยตำรวจตรวจสอบ นำคนร้ายมารับโทษ

หากคุณเคยดูภาพยนตร์แนวสืบสวนหรือปริศนาฆาตรกรรม เชื่อว่าหลายท่านต้องจดจ่อกับเนื้อเรื่องจนไม่อยากลุกออกไปจากหน้าจอ เพราะคอยลุ้นกระบวนการสืบเสาะหาความจริงของตัวละครทีละขั้นทีละตอน สิ่งหนึ่งเรามักเห็นบ่อยๆ คือตัวละครจะค้นพบคราบเลือดหยดบนพื้น ซึ่งร่องรอยเหล่านี้เองถือเป็นหลักฐานในกระบวนการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนา นำไปสู่การจับคนผิดมาลงโทษในที่สุด
เรื่องดังกล่าวดูเหมือนว่าจะไกลจากชีวิตจริงของพวกเรา แต่จริงแล้วหลักสูตรวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ก็ได้เน้นให้นักเรียนฝึกคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาทีละขั้นตอน คล้ายกับการประติดประต่อร่องรอยจากภาพยนตร์แนวสืบสวน คีนันฯ ประยุกต์สถานการณ์ดังกล่าวมาสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น กระตุ้นให้เด็กไทยฝึกคิด เรียนรู้แนวคิดและกระบวนการเชิงวิทยาศาสตร์ ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมง นักเรียนจะได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง “การแยกสารผสม” เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้ฝึกทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “โครมาโทกราฟี” เพื่อแยกสารผสมออกจากกัน ดูเหมือนเป็นเรื่องยากหากคุณไม่เคยเรียนวิชาเคมี แต่ในความเป็นจริงก็คือ สสารหรือสิ่งต่าง ๆ ส่วนใหญ่บนโลกนี้ล้วนเกิดจากการรวมกันของสารหลายชนิดเข้าด้วยกันนั่นเอง
ลองนึกถึงน้ำทะเล เมื่อเราไปว่ายน้ำในทะเล เราจะไม่เห็น หรือรู้สึกว่ามีเม็ดเกลืออยู่นั่นเพราะเม็ดเกลือเหล่านั้นละลายในน้ำ และกลายเป็นน้ำทะเลไปเรียบร้อยแล้ว แต่หากคุณลองลืมตาใต้น้ำทะเลคุณจะรู้สึกแสบตาทันทีซึ่งสะท้อนความจริงว่ามีเม็ดเกลือจำนวนมากละลายอยู่ในน้ำทะเลอย่างแน่นอน
“โครมาโทกราฟี” กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังต่อการยับยั้งแผนการร้าย ของผู้ร้ายในภาพยนตร์แนวสืบสวน เทคนิคดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อช่วยไขปริศนาด้านอาชญากรรมในหลากหลายรูปแบบ เช่น การวางระเบิด หรือ การปล้นธนาคาร เป็นต้น ในแต่ละปีนักเรียนจากโรงเรียนในเครือข่ายของคีนันจะมีโอกาสเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐานในการทำการทดลองโครมาโทกราฟี

อ่านเพิ่มเติม

วิทยาศาสตร์แสนสนุกที่เด็กๆก็สามารถทำได้ง่ายๆที่บ้าน

การทดลองวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง จะช่วยให้เด็กใฝ่เรียนรู้สะเต็มศึกษามากยิ่งขึ้น
หากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เราไม่อยากเห็นเด็กๆใช้เวลาเล่นกับแท็บเล็ตนานเกินไป วันนี้คีนันเรามีกิจกรรมวิทยาศาสตร์แสนสนุกและไม่ยากมาให้ลองทำกันและที่สำคัญจะช่วยให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
โคมไฟลาวา เป็นกิจกรรมที่ง่าย สนุก ได้ประโยชน์มากมาย และทำให้วิทยาศาสตร์กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น คุณเองก็สามารถสร้างโคมไฟลาวาด้วยตัวเองได้ ด้วยอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้น
อุปกรณ์มีดังนี้
1. แก้วใส หรือขวดใส
2. น้ำเปล่า
3. น้ำมันพืช
4. สีผสมอาหาร
5. ยาอัลคา-เซลท์เซอร์ (Alka-Seltzer) หรือ ยาเม็ดฟู่
ขั้นตอนที่ 1 หยดสีผสมอาหารลงไปในแก้ว

ขั้นตอนที่ 2 เทน้ำลงในแก้วพอประมาณ หรือ ¼ ของแก้ว

ขั้นตอนที่

อ่านเพิ่มเติม

แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ “ครู” ก็แค่อยากเห็นนักเรียนมีความสุขในการเรียน

นักเรียนหายไปไหนกันหมด ครูพรรณี ศรียาบ เกิดคำถามขึ้นในใจ เมื่อเห็นนักเรียนเพียงไม่กี่คนในชั้นเรียนที่ยังคงสนใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และนั่งดูครูพรรณีบรรจงเขียนตัวเลขลงบนกระดาน หากแต่นักเรียนส่วนมากไม่ได้สนใจเรียนจริง และเข้าเรียนเพื่อให้เวลาหมดไปวันๆหนึ่งเท่านั้น
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือนักเรียนจำนวนมากเลือกที่จะใช้เวลากว่า 50 นาที ซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำหรือโรงอาหารแทนการเข้าเรียน
ความไม่ใส่ใจเรียนของนักเรียนกระทบต่อจิตใจของครูพรรณีเป็นอย่างมาก ครูพรรณีต้องการที่จะให้นักเรียนเข้าใจถึงความสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ และสนุกไปกับการคำนวนตัวเลข ครูพรรณีเคยฝันว่า อยากจะเป็นครูที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็ก ๆ ให้มีอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นได้ แต่เวลาที่ผ่านพ้นไปตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ครูพรรณีกลับพบว่าตนเองสอนอยู่ในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย และเห็นนักเรียนเข้าเรียนเพียงครึ่งเดียว นับเป็นภาพที่ครูหลายๆคนไม่อยากพบเจอ และเกิดเป็นความหดหู่ใจเป็นอย่างมาก
ด้วยความผิดหวังแต่ยังไม่ไร้ซึ่งความหวัง ครูพรรณีพยายามค้นหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้นักเรียนเกิดความสนใจในวิชาคณิตศาสตร์ โดยเริ่มจากคนใกล้ตัวซึ่งก็คือครูคณิตศาสตร์คนอื่น ๆ ในโรงเรียนต้นแก้วผดุงวิทยาลัย แต่เนื่องจากจำนวนครูที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน จึงไม่ค่อยมีใครมีเวลาให้กับครูพรรณีได้ปรึกษาเต็มที่ ครูพรรณีจึงพยายามค้นหาเทคนิคจากครูคนอื่น ๆ ในยูทูป แล้วนำมาปรับใช้กับนักเรียนที่โรงเรียน แต่เนื่องจากกลุ่มครูเหล่านั้น ใช้วิธีการสอนและอุปกรณ์ซึ่งเป็นมาตรฐานของโรงเรียนเอกชนระดับสูงในกรุงเทพฯ จึงทำให้ไม่สอดคล้องกับลักษณะโรงเรียนท้องถิ่น แม้ครูพรรณีจะพยายามหาโอกาสเพิ่มเติมจากการได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพครูบ้าง แต่ก็เป็นรูปแบบการสอนแบบท่องจำเพียงเหมือนเช่นเคย ไม่ได้สร้างความแตกต่างแต่ประการใด
ถึงแม้ครูพรรณีจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีนัก แต่ก็ยังพยายามหาความรู้เพิ่มเติมต่อเนื่อง และเมื่อครูพรรณีได้มีโอกาสรู้จักกับคีนัน ก็ได้เรียนรู้วิธีการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างออกไป ขณะที่การอบรมอื่นๆ

อ่านเพิ่มเติม

แล้วเด็กๆก็จะหลงรักการเรียนวิชาคณิตศาสตร์

เด็กๆหลายคน ต่างก็คิดว่าการเรียนคณิตศาสตร์นั้นเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ แต่ก็รู้ดีว่าเป็นวิชาที่มีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของพวกเขาในภายภาคหน้า
ครู จิรัฎฐ์ธิดา พรนิรัตน์กุล จากโรงเรียนสุเหร่าบ้านไร่ จ. สมุทรปราการ กล่าวว่า “ปกติแล้วครูจะให้ความรู้แก่นักเรียน โดยที่นักเรียนไม่มีโอกาสแสดงออก หรือได้พูดสิ่งที่คิด และตัดสินใจแก้ไขปัญหาด้วยตนเองมากนัก ซึ่งเป็นการเรียนรู้โดยการเน้นท่องจำเป็นหลัก การเรียนรู้รูปแบบนี้ไม่ได้ช่วยให้นักเรียนสนุกกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และจะส่งผลให้เด็กทำได้ไม่ดี และมีโอกาสเลือกสาขาอาชีพในอนาคตได้น้อยลง”
ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา นักเรียนไทยไม่สามารถทำคะแนนได้เกินกว่า 50% ในการสอบ ONET และวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดเพียง 24.53%
ครูจิรัฎฐ์ธิดา พยายามมองหาวิธีการที่ดียิ่งกว่าและสร้างการมีส่วนร่วมมากขึ้นให้กับนักเรียนในชั้นเรียน ครูจิรัฎฐ์ธิดา กล่าวว่า “การสอนคณิตศาสตร์เป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องถ่ายทอดบทเรียนที่ยากให้สามารถเข้าใจได้ง่าย แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปเมื่อเรายังเป็นเด็ก การเรียนรู้ที่เราทำได้ดีที่สุดมักเกิดจากเวลาที่เราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบ ได้ลองทำกิจกรรม หรือเล่นเกมด้วยตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กสามารถจดจำบทเรียนได้นานและเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
ครูจิรัฎฐ์ธิดา ได้นำรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นโครงงานเป็นฐานจากคีนันฯมาปรับใช้ในชั้นเรียน เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน ได้สนุกไปกับการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำและได้ฝึกฝนจริง
แล้วรูปแบบกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำและได้ฝึกฝนจริงเป็นอย่างไร ?

อ่านเพิ่มเติม