“โครงการพัฒนาวิชาชีพ” เพื่อจุดประกายครูและนักเรียนไทย

เราหลงรักการเรียนรู้เพราะอะไรกันนะ ใช่สัมผัสที่ได้ถือหลอดทดลองไหม หรือเพราะภาพที่สารละลายใสไร้สีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม อะไรคือแรงผลักดันให้เราศึกษาและจดจำข้อมูลมากมายเพื่อร้อยเรียงออกมาเป็นบทเรียนที่นักเรียนอยากฟัง
คุณครู พิกุลทอง ศรีแสงอ่อน มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจมาตลอด เธอเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลก ดังนั้น เธอจึงอยากถ่ายทอดเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับชีวิตประจำวันให้กับนักเรียนในโรงเรียนบ้านโคกกะเทียม (ราษฎร์ดำริบำรุง) ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรม นอกจากนั้น ด้วยประสบการณ์สอนวิทยาศาสตร์กว่า 20 ปี และหัวใจที่เปิดกว้าง คุณพิกุลทองมักจะช่วยเหลือนักศึกษาครูรุ่นใหม่อย่างเต็มที่อยู่เสมอ
โครงการพัฒนาวิชาชีพครูที่จังหวัดลพบุรีเกิดจากการร่วมมือกันของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและมูลนิธิไอวีแอล เมื่อครั้งที่คุณพิกุลทองเข้ารับการอบรมในโครงการฯ พร้อมกับบุคลากรทางการศึกษาอีก 29 ท่าน ตอนนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เธออดกังวลไม่ได้ ยิ่งเธอต้องดูแลแม่ที่อายุมากแล้ว หากติดเชื้อขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องดีนัก คุณพิกุลทองถึงกับแอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนแบบทีเล่นทีจริงว่า “ครูขอกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมคะ”
เนื่องจากโรงเรียนบ้านโคกกะเทียม (ราษฎร์ดำริบำรุง) เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ทุรกันดาร คุณพิกุลทองจึงอยากเปิดโลกให้กับนักเรียนและมอบโอกาสการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด เพราะปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนวิทยาศาสตร์อาจทำให้นักเรียนแยกห่างจากวิชานี้ไปเรื่อย ๆ และการนั่งดูคลิปการทดลองในยูทูปมีแต่จะทำให้เด็ก ๆ ขาดประสบการณ์ปฏิบัติจริง ก่อนจะกลายเป็นหมดความสนใจในวิทยาศาสตร์ไปในที่สุด
แต่ครูพิกุลทองก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมูลนิธิไอวีแอลได้มอบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นหลอดทดลอง บีกเกอร์ ที่ตั้งสามขา ตะเกียงแอลกอฮอล์

อ่านเพิ่มเติม

เพราะเยาวชนวันนี้คือขุมพลังของชาติในวันหน้า

“เพราะเด็กแต่ละคนมีภูมิหลังและความสามารถที่ต่างกัน ครูจึงต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เข้ากับผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา” คำกล่าวจาก ครู พัฒนพงศ์ บุญศิลป์ ครูคณิตศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
คุณครูพัฒนพงศ์รับราชการมานานกว่า 10 ปี การเติบโตในครอบครัวข้าราชการครูถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับครูพัฒนพงศ์ ให้ดำเนินรอยตามบุพการี ในเส้นทางอาชีพเดียวกัน
“อาชีพครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ หากมีโอกาสครูก็อยากช่วยเหลือเยาวชน”
คุณครูพัฒนพงศ์ตระหนักถึงความแตกต่างในตัวนักเรียนแต่ละคน ด้วยต่างคนต่างพื้นเพ มีจุดอ่อนจุดแข็งเฉพาะตัว ครูผู้สอนจึงต้องทำงานให้ได้หลากหลาย และพร้อมปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดรับกับตัวผู้เรียน เพื่อให้เด็ก ๆ มีทัศนคติเชิงบวกกับการเรียน ประสบความสำเร็จ มีวุฒิการศึกษาติดตัว และสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพการงานที่มั่นคงในอนาคต
“หากมองที่การศึกษาไทยในปัจจุบัน เราจะพบว่าผู้เรียนขาดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อันได้แก่ทักษะการคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งขาดแคลนทั้งทรัพยากรการศึกษาที่ทันสมัย และนักเรียนก็ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้ จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ที่ตรงกับที่นายจ้างต้องการ และสามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต”
ครูพัฒนพงศ์มีความปรารถนาที่จะเรียนรู้และปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น เมื่อมีโอกาสครูพัฒนพงศ์ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ “We Think Digital” ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดย

อ่านเพิ่มเติม

ความท้าทายสำหรับการเรียนรู้ด้วยการฝึกลงมือทำจริง บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

แม้การแพร่ระบาดของโควิด 19 จะทำให้โรงเรียนหลายแห่งในไทยต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปถึงเดือนกรกฎาคม แต่มูลนิธิคีนันยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น และเตรียมความพร้อมให้ครูไทยสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง เราปรับรูปแบบการฝึกอบรมมาเป็นออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยเรามีความเห็นว่า “โครงการพัฒนาวิชาชีพครู” ในรูปแบบการฝึกอบรมออนไลน์ จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
เราตระหนักดีว่า ห้องเรียนออนไลน์ทั่วไปมีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม ดังนั้นเราจึงตั้งใจออกแบบการฝึกอบรมออนไลน์ให้มีคุณภาพสามารถเทียบเคียงกับกิจกรรมดั้งเดิมของเรา ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการมีปฎิสัมพันธ์ของผู้เข้าอบรม  และเกิดการลงมือปฏิบัติจริงผ่านการทำกิจกรรมแบบกลุ่ม โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้

ผู้เชี่ยวชาญของคีนันชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักสูตรและรูปแบบกิจกรรม
ผู้เข้าร่วมโครงการแบ่งกลุ่ม 5-6 คน ไปตามห้องเรียนย่อย พร้อมฟังคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญของคีนันตามขั้นตอนที่ 1
แต่ละกลุ่มร่วมกันถกประเด็น และนำเสนอแนวคิดในห้องเรียนรวม

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมทุกท่าน ทีมงานคีนันจะส่งเอกสารประกอบการอบรม ผ่านทางอีเมลให้ผู้เข้าอบรมทุกท่านล่วงหน้า โดยเมื่อถึงวันอบรม ผู้เข้าร่วมโครงการจะแบ่งกลุ่มไปตามห้องเรียนย่อย จากนั้นจึงเริ่มทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกท่านอื่น กระบวนการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คำแนะนำจากทีมงานคีนัน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (active learning) ในชั้นเรียนออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

มาดูตัวอย่างโครงการฯ เมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรามีครูจากจังหวัดนครนายกทั้งหมด 31 ท่านเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพครูผ่านซูม (zoom) โครงการฯ

อ่านเพิ่มเติม

เกมและการเรียนรู้จะฝึกเด็กๆ ให้เรียนวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร

“วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาที่มีเนื้อหาหลายอย่างที่ต้องอาศัยการจดจำ หากสอนแบบเดิม ๆ ที่ให้นักเรียนไปท่องมาก็ออกจะน่าเบื่อเกินไป” คำกล่าวจาก ครูชมพูนุช ริมหนองเรือ ครูวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสด้วยการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ครูชมพูนุช เริ่มอาชีพครูมาได้ราวสามปีกว่า ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า ครู ชมพูนุช ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีได้พัฒนาและเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์  ครูชมพูนุชจึงต้องการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ มาปรับใช้ในห้องเรียน ด้วยความเชื่อที่ว่าการเรียนรู้สามารถเป็นเรื่องที่สนุกสนานได้ หากแต่แนวคิดดังกล่าวก็ไม่อาจก่อร่างเป็นรูปธรรมได้ง่ายนัก เนื่องจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 ก็ยังขาดทรัพยากรในหลายด้านๆ ทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานหลายจุดจึงยังเดินหน้าได้ค่อนข้างจำกัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อครูชมพูนุช ได้มีโอกาสมาเจอกับโครงการ “We Think Digital” ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัท Facebook ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้เกิดกับบุคลากรทางการศึกษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้สื่อโซเชี่ยลอย่างสร้างสรรค์  ครูชมพูนุช จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ เพราะตรงตามความสนใจของคุณครูชมพูนุชพอดี
“ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาหลายอย่างที่ต้องอาศัยการจดจำ

อ่านเพิ่มเติม

การเรียนรู้นอกห้องเรียนจะช่วยให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนได้อย่างไร

“การออกนอกห้องเรียนและลงมือปฏิบัติจริงได้เปิดโอกาสให้นักเรียนนำความรู้จากหลาย ๆ หมวดสาระและทักษะอื่น ๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกัน เด็ก ๆ จะรู้สึกตื่นเต้น และกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น” คำกล่าวจาก คุณครูจิรวรรณ ณะชัย ครูวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 จังหวัดพิษณุโลก
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในความท้าทายของครูหลาย ๆ ท่านคือ การเพิ่มพูนความรู้และความสามารถของผู้เรียน เพื่อขัดเกลาและผลักดันเยาวชนให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และความท้าทายนี้ยิ่งทวีความยากขึ้นเมื่ออยู่ในบริบทของสถานศึกษาสำหรับเด็กขาดโอกาสอย่างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
ครูจิรวรรณได้กล่าวถึงอุปสรรคที่ต้องเผชิญในอาชีพครูของตนเองว่า “ครูจำเป็นต้องวิเคราะห์ตัวผู้เรียน เพราะเด็ก ๆ มีพื้นฐานและทักษะที่แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กที่ขาดโอกาส ทั้งด้านทรัพยากรและประสบการณ์จากการเรียนรู้จริงกับอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพ”
แม้จะไม่ใช่โรงเรียนที่เพรียบพร้อมในด้านทรัพยากรมากนัก แต่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 ก็จะไม่หยุดพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ ปัจจุบันโรงเรียนกำลังดำเนินโครงการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ประจวบเหมาะกับช่วงที่มูลนิธิคีนันและบริษัท Facebook ได้ร่วมมือกันจัดตั้งโครงการ “We Think Digital” ขึ้น เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ 4C (การคิดเชิงวิพากษ์

อ่านเพิ่มเติม

คณิตศาสตร์ในยุคดิจิทัลเป็นอย่างไร

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 45 จังหวัดกาญจนบุรี เป็นโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาส หรือเสียเปรียบในการเข้าถึงการศึกษา นักเรียนหลายคนขาดแคลนทั้งทุนทรัพย์และทรัพยากร ครูผู้สอนจึงต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ท้าทายอย่างยิ่งในการยกระดับการศึกษา
ครูดีธนา แย้มวงษ์ ครูวิชาคณิตศาสตร์  โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 45   กล่าวว่า “ครูเคยสอนโรงเรียนในกรุงเทพ เด็กเมืองจะมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรมากกว่า นักเรียนหลายคนมักมีพื้นมาก่อนเข้าชั้นเรียน สามารถนำโจทย์นอกห้องมาซักถามครูผู้สอนได้ทันที กลับกันในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์แห่งนี้ นักเรียนหลายคนขาดพื้นฐาน บางคนไม่ได้เข้าเรียนตามเกณฑ์อายุที่กระทรวงกำหนด ความท้าทายจึงกลายเป็นว่า ครูจะทำอย่างไรเพื่อให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหา”
“คณิตศาสตร์เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ว่าโจทย์นั้นจะยากหรือง่าย นักเรียนมักจะปฏิเสธทันที ครูจึงต้องคิดหาวิธีให้นักเรียนเห็นแล้วไม่เดินหนี แต่อยากจะเข้ามาเรียนรู้ ต้องหาสื่อจากข้างนอกมาดึงความสนใจ รวมถึงกลวิธีที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจเรื่องที่สอน นับว่าท้าทายกว่าการสอนเด็กกรุงเทพมาก เพราะนักเรียนขาดทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็น”
ในยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ ยิ่งเพิ่มความท้าทายให้แก่ครูในโรงเรียนสำหรับเด็กด้อยโอกาส โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรถึงจะสามารถทำให้นักเรียนก้าวทันโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว คุณครูดีธนามีความเห็นว่าวิชาคณิตศาสตร์กับสื่อโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องที่สามารถประยุกต์เข้าด้วยกันได้ เมื่อมีโอกาสได้มาเจอโครงการ “We think Digital” คุณครูจึงตัดสินใจเข้าร่วมทันที ซึ่งโครงการนี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้ร่วมมือกับบริษัท เฟซบุ๊ก จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ให้แก่ครูไทย และต่อยอดสู่การศึกษาไทยที่มีคุณภาพ
“ปกติครูจะทำกิจกรรมในชั้นเรียนอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นกิจจะลักษณะ หรือมีแบบแผนชัดเจนนัก

อ่านเพิ่มเติม

ครูศิริญา บุญอารักษ์ ครูวิทยาศาสตร์โรงเรียนวัดตองปู จ.ลพบุรี

อุปกรณ์การทดลองและสารเคมีจำเป็นต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนโดยเฉพาะการเรียนแบบเน้นลงมือปฏิบัติ คนมักคิดว่าอุปกรณ์และสารทดลองหาได้ง่าย ใครๆก็หาซื้อได้ทั่วไป ในฐานะของครูผู้สอนในโรงเรียนขยายโอกาสที่อยู่ห่างไกลอย่างเรา หากอยากได้ของเหล่านี้จะต้องใช้อย่างน้อยเป็นวันๆ เดินทางไปซื้อที่ศึกษาภัณฑ์ กรุงเทพ ปกติเวลาในการสอนก็ไม่พออยู่แล้ว การจัดหาก็ยิ่งเป็นไปได้ยาก ถ้าซื้อเพื่อเก็บไว้มากเกินไป สารเคมีอาจจะหมดอายุและทำให้ผลการทดลองคลาดเคลื่อน
หลายปีก่อนเคยมีการสำรวจความต้องการพื้นฐานของโรงเรียน ในฐานะครูผู้สอนเราอยากให้เด็กของเรามีโอกาสทำการทดลองจริง แต่พอถึงเวลางบส่วนใหญ่ต้องไปลงในส่วนของความต้องการด้านอื่นๆ และอุปกรณ์ด้าน IT  หลังจากที่เข้าร่วมโครงการกับคีนันเรื่องการตั้งคำถามสู่การเรียนวิทย์ เรื่อง สมบัติของสสาร ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด ทำให้ได้รับสื่อ-อุปกรณ์วิทยาศาสตร์เพื่อใช้สำหรับดำเนินกิจกรรมการเรียนการเรียนรู้ พอเปิดกล่องออกมาครูฝันรู้สึกปลาบปลื้มมาก เพราะตอนนี้ฝันของครูเป็นจริงเพราะเด็กของครูจะมีโอกาสสัมผัสหลอดทดลองจริง ฝึกเขย่าสารละลาย ดมกลิ่นของสสารที่ทำปฏิกิริยากันได้อย่างเหมาะสม แทนที่จะดูการทดลองวิทยาศาสตร์ผ่านยูทูป ครูเห็นเด็กตื่นเต้น สนุกและแย่งกันทำการทดลองนอกจากที่พวกเข้าจะเรียนรู้เนื้อหาแล้ว ครูยังรู้สึกว่าเด็กๆ ได้มีโอกาสเล่นบทบาทของการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เกิดแรงบันดาลใจต่อการทำงานด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม

การเรียนวิทยาศาสตร์ด้วยการทดลองจริงถือเป็นผลผลิตด้านการศึกษาที่ยั่งยืน

ครูถือเป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดของนักเรียน และทำให้การสอนนั้นมีความท้าทาย และเต็มไปด้วยความรับผิดชอบ ซึ่งในขณะเดียวกันเราก็ยังได้รับรางวัลในหลาย ๆ ด้าน ครูนพรัตน์ บูรณะถาวร ครูวิทยาศาสตร์จาก โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง
การสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับโรงเรียนรัฐบาลหลาย ๆ แห่งในประเทศไทยที่ข้อจำกัดด้านงบประมาณการจัดสรรอุปกรณ์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมครูจึงไม่สามารถจัดสรรเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ต่าง ๆ ในดำเนินกิจกรรมการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครูนพรัตน์ก็เป็นหนึ่งในครูไทยที่กำลังหาวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ดีกว่า และสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียนในชั้นเรียนมากขึ้น “ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะการเป็นครูคือการพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้ การพิจารณามุ่งเน้นเฉพาะตัวชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน (KPI) ของโรงเรียนเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 ที่จำเป็นจะต้องผ่านการทดลองจริง และนักเรียนก็ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่สอน ครูควรทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับนักเรียนโดยการแนะนำหรือให้ข้อเสนอแนะ รวมไปถึงการกระตุ้นให้พวกเขาคิดได้อย่างอิสระ จากนั้นนักเรียนก็จะค้นพบคำตอบได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งครูคนอื่น ๆ ในโรงเรียนก็เคยได้ยินเกี่ยวกับวิธีการสอนที่เรียกว่า Enhanced – Project-Based Learning (E-PBL) แต่พวกเขาก็ยังขาดความสามารถในการนำเทคนิคเหล่านี้มาปรับใช้ในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่
ถึงแม้ว่าครูนพรัตน์จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่ครูนพรัตน์ก็ยังมุ่งมั่นที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จ ความปรารถนาที่จะเรียนรู้และปรับปรุงการเรียนการสอนทำให้ครูนพรัตน์ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพครูของคีนัน และด้วยความสนับสนุนจากผู้อำนวยการโรงเรียนทำให้ครูนพรัตน์สามารถเข้าร่วมโครงการนี้พร้อม ๆ กับครูจากโรงเรียนอื่นอีก 60 คน
ในปี 2563 มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้ร่วมมือกับมูลนิธิ

อ่านเพิ่มเติม

ในช่วงเวลาวิกฤต เราจะช่วยผลักดันให้ครูไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้อย่างไร

ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 บุคลากรด้านสาธารณสุข ก็เปรียบเสมือนนักรบแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท แต่ในขณะเดียวกัน นักรบแนวหน้าของวงการศึกษาไทยก็คือครูผู้สอน
ครูถือเป็นบุคลากรที่สำคัญสำหรับทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง  ไม่เพียงแต่เรื่องการให้ความรู้ แต่ครูยังต้องรับมือกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน  รวมไปถึงความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
ครูหลายท่านไม่เพียงต้องทำหน้าที่สอนออนไลน์เท่านั้น แต่ยังต้องไปเยี่ยมนักเรียนถึงที่บ้าน เพื่อนำหนังสือและใบงานไปมอบให้กับนักเรียนถึงที่ และยังต้องชี้แจงแผนการเรียนการสอนให้กับผู้ปกครองและนักเรียนได้ทราบ รวมไปถึงวิธีการใช้และการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ดังนั้นเมื่อเกิดคำถามและคำวิจารณ์  ครูจึงต้องเผชิญกับคำร้องเรียน และต้องสร้างความสบายใจให้เกิดกับผู้ปกครองให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงกลายเป็นคำถามที่ว่า เราจะช่วยผลักดันให้ครูไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้อย่างไร ?
รายงานล่าสุดจากต่างประเทศสะท้อนปัญหาที่ครูต้องเผชิญ และการรับมือภาวะที่การทำงานต้องหยุดชะงัก การเรียนการสอนในช่วงเวลานี้ก่อให้เกิดความเครียด ดังนั้นแล้วการแสดงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ครูและผู้บริหารโรงเรียนจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนความคาดหวัง และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการทำงานร่วมกันให้เป็น
จากผลสำรวจครู จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก พบว่า ครูหลายท่านมีทัศนคติเชิงบวก และมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีการสอนแบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม หลายๆคนก็ยังคงขาดประสบการณ์ และความเข้าใจด้านจริยธรรมในโลกออนไลน์อย่างเพียงพอ  เช่น การรักษาความเป็นส่วนตัวในระบบออนไลน์ และการปรับรูปแบบการสอนให้เข้ากับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสมในยุคปัจจุบัน
สำหรับในประเทศไทยเรา ครูยังจำเป็นต้องได้รับการสรรหาอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และมีการฝึกอบรมความรู้หรือนวัตกรรมใหม่ๆอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอนรวมถึงหลักสูตรใหม่ๆ  ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงภาพในอุดมคติ หรือจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ก็ยังคงเป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัย
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียเชื่อว่าเราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ เพราะประสบการณ์ในการจัดทำโครงการ

อ่านเพิ่มเติม

เรียนเขียนโค้ดไม่ยากอย่างที่เราคิด

วัตถุทรงกลมขนาดลูกเทนนิสกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น แล้วก็หมุนกลับเป็นมุมฉากอย่างคล่องแคล่วราวกับมีชีวิต จากนั้นก็เคลื่อนต่อไปตามสติ๊กเกอร์แถบสีแดงบนพื้น โดยมีเด็กชาย 3 คนในชุดเครื่องแบบนักเรียนกำลังเพ่งมองไปที่ลูกบอลอย่างจดจ่ออยู่ด้านหลัง หุ่นยนต์ขนาดลูกเทนนิสกลิ้งไปข้างหน้าตามเส้นทางที่กำหนดไว้ แล้วหยุดเมื่ออยู่บนจุดหมายปลายทางที่ทีมงานติดสติกเกอร์ไว้ ราวกับลูกกอล์ฟที่จ่ออยู่ตรงปากหลุม เด็ก ๆ กระโดดตัวลอยและส่งเสียงดังด้วยความดีใจเมื่อพวกเขาทำสำเร็จ เด็ก ๆ ได้เขียนโปรแกรมเพื่อสั่งการหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไปตามเส้นทางที่มีสิ่งกีดขวาง และหยุดบนสติ๊กเกอร์ได้ตามที่ตั้งใจ
จากเรื่องราวข้างต้น คุณอาจจะคิดว่าเรากำลังดูเด็กนักเรียนทำกิจกรรมในค่ายของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ แต่ไม่ใช่เลย เพราะจริงแล้วนี่คือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในระหว่าง “ค่ายอินโนเวชั่นของคีนัน” ที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนวัดแหลมฟ้าผ่า ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสในจังหวัดสมุทรปราการ
จากข่าวแนวโน้มการปรับตัวของภาคธุรกิจและสถานการณ์ปัจจุบัน การเขียนโปรแกรมและการคิดคำนวณนับเป็นทักษะที่สำคัญของสาขาอาชีพใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในทศวรรษหน้า อาชีพต่าง ๆ ในตอนนี้ เช่น นักบัญชี เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล และกลุ่มพนักงานปฎิบัติการต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายที่จะถูกทดแทนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนักเรียนจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและเตรียมพร้อมด้านศักยภาพด้านดิจิทัล ทักษะด้านสะเต็ม และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สามารถมีอาชีพและดำเนินชีวิตสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
น่าเสียดายที่การเรียนการสอนของไทยในหลาย ๆ โรงเรียนกลับไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเต็มที่ มูลนิธิคีนันฯ ได้พยายามผลักดันให้มีการแก้ปัญหานี้อย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ โดยนำหลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับสะเต็มศึกษา

อ่านเพิ่มเติม