สืบสานวัฒนธรรมสู่อนาคต

ศิลปะ คือหนึ่งในภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันมาช้านาน และบางครั้งยังสามารถถ่ายทอดสิ่งที่คำพูดไม่อาจนิยามออกมาได้ นอกจากนั้น ศิลปะยังช่วยประสานแนวคิดจากหลากหลายวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ณัชรัตน์  ชุมพานิชวศุตม์ ได้นำแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตล้านนาที่สืบทอดกันมานานกว่า 2,000 ปีมาถักทอลงบนผืนผ้าในชื่อแบรนด์ “รักษ์บาติก (Rukbatik)” ที่มุ่งเชื่อมประสานวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ด้วยฝีเข็มและการย้อมมือจากวัสดุธรรมชาติ รักษ์บาติกเปิดกิจการมานานถึง 5 ปี แต่ไม่ใช่ในฐานธุรกิจหนึ่ง ๆ แต่เป็นสะพานแห่งวัฒนธรรม โดยทางร้านได้ส่งออกผ้าทอของไทยกระจายไปทั่วโลก กระทั่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ทางร้านต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดครั้งใหญ่
“ก่อนที่จะเจอโควิด ทางร้านส่งสินค้าไปขายที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น รวมไปถึงเข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้านานาชาติมากมาย แต่พอโควิดเข้ามารายได้ก็ตกฮวบไป 80-90%” คุณณัชรัตน์กล่าว “เราต้องปรับตัวเยอะมาก ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า แต่รวมไปถึงวิธีการขายด้วย ตอนนี้ก็กำลังคิดค้นสินค้าที่สามารถป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ เพราะเราต้องตามเทรนด์และปรับตัวให้ทันไม่งั้นก็ตกขบวน เราหันมาจริงจังกับการตลาดออนไลน์มากขึ้นด้วย เพราะต้องดูแลลูกค้าประจำและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ การตลาดออนไลน์เลยไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”

สำหรับสินค้าที่เน้นขายเอกลักษณ์และมรดกประจำถิ่น การก้าวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ถือว่าเป็นการเชื่อมประวัติศาสตร์กับโลกอนาคต ให้ผู้คนมาแบ่งปันและชื่นชมคุณค่าของมรดกในท้องถิ่นกันมากขึ้น “การอบรมของมูลนิธิคีนันฯ และ Meta ทำให้เราเข้าใจโลกธุรกิจบน Facebook และ

อ่านเพิ่มเติม

โอกาสของผู้ประกอบการสตรีในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทใหญ่

ภายใต้สภาวะการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ซึ่งยืดเยื้อกว่า 2 ปีแล้ว และเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อธุรกิจในทุกระดับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ซึ่งมีพันธกิจที่จะพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล จึงได้ดำเนินโครงการร่วมกับองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ภายใต้โครงการ Promoting Economic Empowerment of Women at Work in Asia ‐ WeEmpowerAsia Thailand’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความเท่าเทียมทางเพศอันส่งผลต่อการเติบโตทางธุรกิจ
ตลอดการดำเนินโครงการ 20 เดือนที่ผ่านมา มูลนิธิคีนันฯได้พัฒนาหลักสูตรเสริมแกร่งพลังสตรี (Women’s Empowerment Principles – WEPs) จากองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ  มาพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่กว่า 400 องค์กร และทำการฝึกอบรมผู้ประกอบการสตรี (women-owned business) ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เกือบ 200

อ่านเพิ่มเติม

หนึ่งก้าวของผู้ประกอบการหญิง สู่ชุมชนที่ยั่งยืน

จุดเริ่มต้นและความฝัน เพื่อชุมชนและความยั่งยืน

เมื่อสมัยที่คุณวรรณกนกยังทำงานประจำ เธอมักฝันถึงการมีอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง โดยทุกครั้งที่คุณวรรณกนกออกไปเที่ยว เธอมักจะกลับบ้านมาพร้อมกับแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์และต่อยอดผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดที่เธอเจอระหว่างทางเสมอ บวกกับแรงบันดาลใจที่ได้รับจากผู้ประกอบการหญิงรายย่อยท่านหนึ่งที่เธอมีโอกาสได้ร่วมงานด้วยครั้งที่ทำงานประจำ ทำให้คุณวรรณกนกตัดสินใจก้าวออกมาเปิดกิจการของตัวเองภายใต้ชื่อแบรนด์ Wanasu Style ที่มอบคุณค่าแก่ชุมชนและยึดหลักความยั่งยืนอย่างเต็มเปี่ยม
ปัจจุบันร้าน Wanasu Style ได้จ้างกลุ่มแม่บ้านในชุมชนมาช่วยกันประดิษฐ์เสื้อผ้าและเครื่องประดับทำมือหลากหลายชนิดอันเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างได้รายได้เสริมเดือนละกว่า 5,000 บาทต่อคน และสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้กว่า 10-15 ครัวเรือน นับว่าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินกิจการของคุณวรรณกนกและร้าน Wanasu Style ที่อยากจะสนับสนุนและเติมพลังให้กับกลุ่มผู้หญิงในชุมชน
ตั้งรับและปรับตัวกับโควิด-19
การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ทำให้การเข้าถึงวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ของร้าน Wanasu Style ต้องหยุดชะงัก หนำซ้ำความไม่แน่นอนของวิกฤตเศรษฐกิจยิ่งสร้างความกังวลใจในกลุ่มผู้บริโภค เพราะหลายคนเริ่มจำกัดการใช้เงินกับสินค้าแฟชั่น และลูกค้าประจำของร้าน Wanasu Style ก็ลดลงไปจากแต่ก่อนเนื่องจากกลัวความไม่แน่นอนของอนาคต
ความคิดแรกของคุณวรรณกนก คือ ความเป็นห่วงพนักงานที่ร้าน รวมถึงครอบครัวที่พวกเธอต้องดูแล ด้วยความตั้งใจที่จะดำเนินกิจการผลักดันผู้หญิงและสร้างอาชีพให้กับพวกเขา คุณวรรณกนกจึงตระหนักได้ทันทีว่า เธอต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนและปรับตัวธุรกิจให้เร็วที่สุด
ร้าน Wanasu Style จึงพลิกโฉมผลิตภัณฑ์และบริการขึ้นมาใหม่

อ่านเพิ่มเติม

การส่งเสริมสิทธิแรงงานระหว่างประเทศในเวียดนาม

ในช่วงหลายสิบปีให้หลังมานี้ เศรษฐกิจของประเทศเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว ทว่าประเด็นด้านสิทธิแรงงานระหว่างประเทศ (ILR) กลับทำให้แรงงานเสี่ยงต่อการถูกเลือกปฏิบัติ และประเด็นดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย  ถึงกระนั้น เราก็ยังเห็นความพยายามแก้ไขประมวลกฎหมายแรงงานเพื่อเพิ่มการคุ้มครองแรงงานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าเวียดนามให้ความสำคัญกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสากล พวกเขายังเข้าร่วมในข้อตกลงการค้าเสรีและเป็นสมาชิกขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ  ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชียและศูนย์การศึกษาและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในเพศ-ครอบครัว-สตรีและวัยรุ่น (CSAGA) จึงร่วมมือกันพัฒนาโครงการสร้างความตระหนักรู้และเสริมการปฏิบัติด้านสิทธิแรงงานระหว่างประเทศในเวียดนาม หรือ SAP-ILR ขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิแรงงานระหว่างประเทศและวิธีการใช้สิทธิเหล่านี้ในการยกระดับภาคแรงงานในเวียดนาม
การเสริมแกร่งสิทธิแรงงานระหว่างประเทศในเวียดนาม
การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายและกฎหมายนำไปสู่คำถามในการปฏิบัติจริง  เราจะนำนโยบายและกฎหมายใหม่นี้ไปใช้ในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องอย่างไร และจะสนับสนุนวิสาหกิจให้ปรับปรุงแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานอย่างไรได้บ้าง  เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานในโรงงานที่ปลอดภัยและถูกหลักจริยธรรม มูลนิธิคีนันฯ ใช้เวลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึง 2563 จับมือกับโรงงานในเขตอุตสาหกรรม Bac Ninh ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับกรุงฮานอย สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิแรงงาน การใช้กลไกวัดผลที่ยั่งยืนเพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์ของหลัก ILR ไปจนถึงส่งเสริมหลัก ILR ผ่านกระบวนการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ระหว่างองค์กรภาคประชาสังคมกับพนักงาน และภาควิสาหกิจกับภาครัฐบาล
ทว่าการพลิกโฉมครั้งใหญ่มักจะพบกับอุปสรรคอยู่เสมอ ความไว้วางใจในองค์กรภายนอกอย่างมูลนิธิคีนันฯ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เราจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากองค์กรนั้น ๆ เพื่อเข้าถึงคนงานและพูดคุยเกี่ยวกับสิทธิของพวกเขา  ผู้บริหารโรงงานต้องทำเข้าใจก่อนว่าโครงการ SAP-ILR มีประโยชน์ต่อทั้งคนงานและองค์กรเอง

อ่านเพิ่มเติม

ธุรกิจออนไลน์จากสินค้าการเกษตร

“พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ เมื่อสินค้ามีราคาต่ำลง ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาวิธีที่จะขายสินค้าให้ได้ราคาดีขึ้น โดยการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายสินค้า เช่นเดียวกับ “คุณอำมร บรรจง” ผู้ประกอบอาชีพอิสระด้านการจัดรายการวิทยุ ที่ครอบครัวประสบกับภาวะที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เธอจึงตัดสินใจแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิในชื่อแบรนด์ “ข้าวนาย่าสี” ที่เริ่มธุรกิจผ่านตลาดออนไลน์ทาง Facebook ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ด้วยแนวคิดที่ว่า “ข้าวหอมมะลิมีคุณภาพ ผลิตแบบวิถีชาวบ้านจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง” และเชื่อว่า “การบอกปากต่อปาก” คือ การขยายกลุ่มลูกค้าที่ดีวิธีหนึ่ง
เมื่อไม่ต้องทำงานประจำ คุณอำมรจึงมีความตั้งใจที่จะสร้างวิสาหกิจชุมชนเพื่อผลิตและขายสินค้าข้าวหอมมะลิโดยเฉพาะ แต่ความตั้งใจนี้ยังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอผู้สนใจร่วมกลุ่มทำธุรกิจ เพื่อเฟ้นหาสมาชิกที่มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสุขและประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน
การเข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” ที่ดำเนินการจัดการอบรมโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ช่วยให้คุณอำมรได้พบเพื่อนใหม่ ซึ่งได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอ พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้ทบทวนและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับ Facebook Business Page รู้จักการจัดการระบบบัญชีการเงินในธุรกิจออนไลน์ของตนเอง การคิดจุดคุ้มทุนเพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสมและได้กำไร สิ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้มีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณอำมรให้ประสบความสำเร็จตามแผนโมเดลธุรกิจที่กำหนดไว้ได้
หัวใจหลัก 3 ประการ ที่คุณอำมรให้ความสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังทำธุรกิจออนไลน์อยู่

อ่านเพิ่มเติม

สุขภาพดี มีรายได้ เริ่มที่ตัวเรา

“ถ้าเราชอบที่จะทำอะไร ขอให้ลงมือทำ หมั่นเรียนรู้ให้มาก หากไม่เรียนรู้ เราจะทำอะไรไม่ทันโลกใบนี้แล้ว”

มุมมองความคิดดี ๆ ที่มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้รับฟังจากการพูดคุยกับ “คุณอุ้ย สุจิรา เจริญจิตร์” ผู้เข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” อดีตพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ปัจจุบันได้เกษียณอายุงาน และหันมาทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแล ผลิต และจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารเคมี หรือชื่อสั้น ๆ ที่เราคุ้นหูว่า สินค้าออร์แกนิค
จุดเริ่มต้นของความสนใจในสินค้าออร์แกนิคของคุณอุ้ยเริ่มจากความเจ็บป่วยในอดีตของตัวเองเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้คุณอุ้ยหันมาดูแลสุขภาพและใส่ใจการใช้ชีวิต เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและปลอดโรคภัย คุณอุ้ยจึงได้เริ่มต้นเรียนรู้การใช้สินค้าออร์แกนิคผ่านการศึกษาด้วยตัวเองและการใช้ชีวิตร่วมกับชาวไร่ชาวสวน
ทว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ… แม้ว่าคุณอุ้ยจะวางแผนก่อนเกษียณอายุงานมาเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาลงทุนเพื่อเข้าสู่โลกธุรกิจ คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดต่างไม่เห็นด้วย หากคุณอุ้ยต้องมาทำธุรกิจสินค้าออร์แกนิคอย่างเต็มตัว เพราะทำงานสายการเงินมาตลอด จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจจริง ๆ จัง ๆ ทำให้คุณอุ้ยต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ทั้งลองผิดลองถูก หมั่นศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมกับปรึกษาผู้มีประสบการณ์ในหลาย ๆ ขั้นตอน
ในปี พ.ศ. 2556

อ่านเพิ่มเติม

รวมพลังสร้างความเท่าเทียมและเปิดรับความหลากหลายในภาคธุรกิจไทย เนื่องในวันสตรีสากล

วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีถือเป็น “วันสตรีสากล” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้รำลึกและร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้หญิง พร้อมกับสนับสนุนคนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำทางเพศและเรียกร้องความครอบคลุมทางสังคม (Social Inclusion)
เนื่องในวันสุดพิเศษนี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียขอร่วมแบ่งปัน 6 ประเด็นสำคัญจากรายงานการประเมินความต้องการจำเป็นภายใต้โครงการ ‘Promoting Economic Empowerment of Women at Work in Asia ‐ WeEmpowerAsia in Thailand’  ที่คีนันฯได้ร่วมดำเนินงานร่วมกับองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ดังนี้

ทัศนคติและบรรทัดฐานทางเพศอาจกระทบต่อความสำเร็จและความก้าวหน้าในสายอาชีพ

หลายคนอาจมองว่าคุณสมบัติ ลักษณะนิสัย หรือบทบาทในการทำงานบางอย่างมีความเชื่อมโยงกับเพศใดเพศหนึ่ง ซึ่งความเชื่อมโยงเหล่านี้มักให้ผลประโยชน์กับเพศชายมากกว่าเพศหญิง ตัวอย่างเช่น ผู้ชายมักถูกมองว่ามีภาวะผู้นำมากกว่าผู้หญิง และทัศนคติเช่นนี้อาจนำไปสู่ความเอนเอียงโดยไม่รู้ตัวซึ่งทำให้ผู้ชายได้รับตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บริหารมากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้สังคมโดยรวมยังกดดันให้ผู้หญิงแบกรับความรับผิดชอบในครัวเรือน อย่างการเลี้ยงดูบุตรและงานบ้านสารพัด ซึ่งอาจทำให้ผู้ชายได้เปรียบผู้หญิงในการสมัครงานและการเลื่อนตำแหน่ง เนื่องจากคนมักมองว่าผู้ชายสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานได้มากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น อาชีพบางประเภทมักมีภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับเพศใดเพศหนึ่งเป็นพิเศษ ทำให้เกิดความคาดหวังหรือความเข้าใจผิด ๆ ว่าอาชีพใดเป็นอาชีพของผู้ชายและอาชีพใดเป็นอาชีพของผู้หญิง อีกทั้งมีไม่กี่คนที่จะเลือกเรียนและทำงานในสายอาชีพที่มีภาพลักษณ์เชื่อมโยงกับอีกเพศ

อ่านเพิ่มเติม

ความท้าทายของการเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนป้องกันโควิด-19

การที่วัคซีน COVID-19 ได้รับการพัฒนาทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น จึงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับจ้องถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งคนไทยจำนวนหนึ่งเองก็ยังวิตกกังวลกับเรื่องนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย (ทั้งหมด 1,570 คน) กังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน COVID-19 ในขณะที่คนไทย 66% ต้องการรับวัคซีนและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่มักพบบ่อยหลังรับวัคซีนแล้ว ในขณะที่ 14% ไม่ต้องการรับวัคซีนเลยและไม่สนใจข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความเชื่อมั่นเช่นนี้มีผลต่อการฉีดวัคซีนทั้งในระดับบุคคลและภาพรวมงานสาธารณสุข
เมื่อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของ COVID-19 เริ่มแพร่กระจายช่วงแรก แทบไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันเลย แต่เวลานี้วัคซีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการต่อสู้กับโรคระบาดหากมีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางเพียงพอ ทั้งนี้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีการเปิดตัววัคซีนจาก 7 แหล่งผลิตที่แตกต่างกันและเริ่มทดลองใช้ในประเทศต่างๆ อีกทั้งยังทดสอบติดตามกับผู้สมัครใจรับวัคซีนมากกว่า 200 ราย
การเปิดตัววัคซีนของประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุขของไทยอนุมัติการฉีดวัคซีนครั้งแรกที่จะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และแบ่งออกเป็นแผนสามระยะ โดยเริ่มจากการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ระยะแรกจะให้ยาสองล้านโดสครอบคลุมประชากรหนึ่งล้านคน คนละสองโดสเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของวัคซีน ระยะที่สองจัดอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนโดยมีการวางแผน 26 ล้านโดสสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติม

แรงบันดาลใจสู่การเป็นผู้นำเยาวชน : การเดินทางของคนรุ่นใหม่บนเส้นทางแห่งผู้ประกอบการ

เหงียน ไท แอง (Nguyen Thai Anh) ฟรีแลนซ์วัย 22 ปี ช่วยดูแลกิจการรับซ่อมจักรยานยนต์ของครอบครัวในอำเภอเล็ก ๆ ชื่อเอียนฟ็อง ตั้งอยู่ในจังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความรักที่คุณแองมีต่อครอบครัว ผลักดันให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะขยายกิจการของที่บ้าน ประจวบกับที่คุณแองได้มาเจอกับโครงการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและสร้างเครือข่ายเยาวชนอย่างโครงการผู้นำเยาวชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Young Southeast Asian Leader Initiative: YSEALI)” ในตอนนั้นคุณแองรู้สึกตื่นเต้นมาก เขายื่นใบสมัครทันทีโดยไม่ลังเล เพราะตรงกับปณิธานของเขาที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนและลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยแรงผลักดันผนวกกับความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ คุณแองจึงได้เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวแทนเยาวชนของโครงการ YSEALI ในที่สุด
หนึ่งในหัวใจหลักของโครงการฯ คือ เสริมทักษะความเป็นผู้นำในเยาวชน และทักษะความเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ซึ่งนับว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณแองเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะเขาเองก็ตระหนักถึงความซับซ้อนของยุคโลกาภิวัตน์และความสำคัญของทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) วันแรกของการฝึกอบรมเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) โดยตัวแทนเยาวชนได้ทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์และอภิปรายถึงผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อสังคมในมิติต่าง ๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินโครงการได้ให้คำแนะนำแก่ตัวแทนเยาวชนในการพัฒนาโปรเจคตน โดยแต่ละโปรเจคต่อยอดจาก 4 ประเด็นสำคัญในยุคโลกาภิวัตน์ ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม

ต้องพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อภาคธุรกิจโรงแรมเติบโตอย่างมั่นคง

“โรงแรมก็เริ่มเตรียมพร้อมปรับตัวหากทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติในอนาคต พนักงานในปัจจุบันต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมเป็น เมื่อเจอสถานการณ์ที่ต่างจากที่เคยทำมาก่อน ก็ต้องคิดวิเคราะห์ให้ออกว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างไร รวมถึงเมื่อคิดเป็นแล้วก็ต้องสื่อสารให้ได้อย่างเข้าใจ การเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรด้านธุรกิจโรงแรมถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”
ในฐานะผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและการเรียนรู้โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ คุณพิมพ์ณฎา รัฐกรเกียรติกุล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรของโรงแรมเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งคุณพิมพ์ณฎาได้กล่าวว่า “บุคลากรหลาย ๆ คนยังมีอุปสรรคที่ต้องพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 หลาย ๆ คนเข้าใจการทำงานในภาคบริการจะเป็นงาน Routine ที่ทำวนไปมา หากแต่ถ้าได้ฝึกคิดวิเคราะห์กับเนื้องานจริง ๆ พนักงานจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองได้ ไม่ใช่รอเรียกหัวหน้างานมาคอยแก้ไขปัญหาอย่างเดียว จะสามารถนำสิ่งที่คิดและสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงเลย และก็จะช่วยให้การบริการสร้างความพึงพอใจกับลูกค้าได้”
คุณพิมพ์ณฎา ถือเป็นหนึ่งในตัวแทนจากภาคธุรกิจโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ “เตรียมทักษะด้านบริการแก่เยาวชนไทยสู่การโรงแรม” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิซิตี้ และดำเนินงานโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเสริมสร้างและพัฒนาทักษะที่จำเป็นแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะด้านการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความรู้เรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคลให้แก่เยาวชน เพื่อช่วยให้เยาวชนได้รับการจ้างงานที่มีคุณภาพและสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวได้ ในฐานะผู้เข้าร่วมโครงการฯ คุณพิมพ์ณฎา ก็ยังได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมของโครงการฯ เช่น หลักสูตรทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 เรื่องความคิดสร้างสรรค์และการแก้ไขปัญหาเชิงสร้างสรรค์ ซี่งสามารถนำมาปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงแรมได้ และเป็นเหมือนการมาเติมเต็มในการพัฒนาทักษะการด้านการทำงานของพนักงานโรงแรมให้ดียิ่งขึ้น และพนักงานที่เข้าฝึกอบรมก็สามารถนำความรู้ไปปรับใช้สำหรับการทำงานจริงได้
นอกจากเรื่องทักษะในศตวรรษที่

อ่านเพิ่มเติม