วิธีทำข้าวผัดให้อร่อยแบบพ่อครัวมืออาชีพตามหลักฟิสิกส์

ใครที่ชอบทานอาหารนอกบ้าน ต้องเคยเห็นลีลาในการทำอาหารของพ่อครัวโดยเฉพาะเมนูผัด ๆ ทอด ๆ ที่มีวิธีการปรุงอาหาร ที่น่าตื่นตาตื่นใจไฟลุกกระทะกันมาบ้างแล้ว วันนี้คีนันจะมาแชร์วิธีทำข้าวผัดให้อร่อยตามหลักฟิสิกส์กันคะ มาดูกันว่าถ้าเราทำข้าวผัดตามหลักฟิสิกส์แล้วจะอร่อยเหมือนเชฟมาทำให้กินหรือไม่
เมื่อเราไปทานอาหารตามภัตตาคารจีน หรือร้านอาหารจีนต่าง ๆ บางครั้งเราก็จะได้มีโอกาสได้เห็นพ่อครัวปรุงอาหาร เราจะเห็นว่าเวลาผัดข้าวผัดนั้นพ่อครัวที่มีความชำนาญจะเขย่ากระทะและโยนข้าวขึ้นไปในอากาศระหว่างการผัด เนื่องจากการปรุงอาหารจีนนั้นจะใช้อุณหภูมิในการผัดสูงมาก และวิธีการโยนข้าวระหว่างการผัดจะช่วยให้ข้าวไม่ไหม้และทำให้ส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากันนั้นเอง

จากการให้พ่อครัวมืออาชีพจากภัตตาคารจีน 5 คนลองทำข้าวผัด จากการสังเกตและศึกษาทำให้นักฟิสิกส์ได้วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของพ่อครัวซ้ำ ๆ เวลาที่ทำข้าวผัดและการโยนข้าวขึ้นไปบนอากาศ จะจากการจำลองการเคลื่อนไหวของเม็ดข้าวในกระทะ ทำให้ทีมวิจัยทราบถึงเคล็ดลับสำคัญในการ เคลื่อนไหวกระทะอย่างรวดเร็ว คล้ายกับลูกตุ้มแบบแท่งคู่ (two-link pendulum) ที่มีความยาวเท่ากัน เปรียบกับรัศมีความโค้งของก้นกระทะ เมื่อพ่อครัวโยกกระทะโดยที่ขอบกระทะด้านไกลตัวเคลื่อนที่เป็นวงในทิศตามเข็มนาฬิกา ขณะเดียวกับที่ขอบกระทะด้านใกล้ตัวเคลื่อนที่เป็นวงในทิศทวนเข็มนาฬิกา ทำให้การเคลื่อนที่ของข้าวที่ถูกโยนในรูปแบบโปรเจกไตล์ (projectile) ซึ่งเมื่อเมล็ดข้าวลอยขึ้นจากก้นกระทะแล้วก็จะบังคับด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก

อ่านเพิ่มเติม

ในช่วงเวลาวิกฤต เราจะช่วยผลักดันให้ครูไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้อย่างไร

ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 บุคลากรด้านสาธารณสุข ก็เปรียบเสมือนนักรบแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท แต่ในขณะเดียวกัน นักรบแนวหน้าของวงการศึกษาไทยก็คือครูผู้สอน
ครูถือเป็นบุคลากรที่สำคัญสำหรับทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง  ไม่เพียงแต่เรื่องการให้ความรู้ แต่ครูยังต้องรับมือกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน  รวมไปถึงความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
ครูหลายท่านไม่เพียงต้องทำหน้าที่สอนออนไลน์เท่านั้น แต่ยังต้องไปเยี่ยมนักเรียนถึงที่บ้าน เพื่อนำหนังสือและใบงานไปมอบให้กับนักเรียนถึงที่ และยังต้องชี้แจงแผนการเรียนการสอนให้กับผู้ปกครองและนักเรียนได้ทราบ รวมไปถึงวิธีการใช้และการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ดังนั้นเมื่อเกิดคำถามและคำวิจารณ์  ครูจึงต้องเผชิญกับคำร้องเรียน และต้องสร้างความสบายใจให้เกิดกับผู้ปกครองให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จึงกลายเป็นคำถามที่ว่า เราจะช่วยผลักดันให้ครูไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้อย่างไร ?
รายงานล่าสุดจากต่างประเทศสะท้อนปัญหาที่ครูต้องเผชิญ และการรับมือภาวะที่การทำงานต้องหยุดชะงัก การเรียนการสอนในช่วงเวลานี้ก่อให้เกิดความเครียด ดังนั้นแล้วการแสดงความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ครูและผู้บริหารโรงเรียนจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนความคาดหวัง และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการทำงานร่วมกันให้เป็น
จากผลสำรวจครู จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก พบว่า ครูหลายท่านมีทัศนคติเชิงบวก และมีความรู้ในการใช้เทคโนโลยีการสอนแบบออนไลน์ อย่างไรก็ตาม หลายๆคนก็ยังคงขาดประสบการณ์ และความเข้าใจด้านจริยธรรมในโลกออนไลน์อย่างเพียงพอ  เช่น การรักษาความเป็นส่วนตัวในระบบออนไลน์ และการปรับรูปแบบการสอนให้เข้ากับการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสมในยุคปัจจุบัน
สำหรับในประเทศไทยเรา ครูยังจำเป็นต้องได้รับการสรรหาอุปกรณ์การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และมีการฝึกอบรมความรู้หรือนวัตกรรมใหม่ๆอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอนรวมถึงหลักสูตรใหม่ๆ  ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงภาพในอุดมคติ หรือจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ก็ยังคงเป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัย
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียเชื่อว่าเราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ เพราะประสบการณ์ในการจัดทำโครงการ

อ่านเพิ่มเติม

แบบสำรวจผลกระทบจากสภาวะการแพร่ระบาดของ COVID-19 สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs/MSMEs) โดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย

หลาย ๆ ท่านคงทราบกันดีว่าวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้สร้างความเสียหายอย่างมากมายทั่วโลก
ไม่ใช่แค่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเราเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ร่วมถึงธุรกิจ SMEs ไทยอีกด้วย
วันนี้คีนันจึงมีภาพแสดงผลสำรวจผลกระทบจากสภาวะการแพร่ระบาดของ COVID-19 สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs/MSMEs)
ในโครงการ Boost with Facebook มาฝากทุกท่านค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมต้นไมยราบถึงเป็นพืชขี้อาย

หากคุณเดินไปตามสวน คุณอาจสังเกตเห็นพุ่มต้นไม้เตี้ย ๆ แผ่ไปตามดิน และเมื่อเราเอานิ้วไปโดนที่ใบ ใบไม้ก็จะรีบหุบทันทีราวกับว่ามันอายที่เราไปจับมัน ต้นไม้ชนิดนี้คือต้นไมยราบ เป็นพืชที่มีความอ่อนไหว (sensitive plant) ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Mimosa Pudica บางคนก็นำมาปลูกลงกระถางเพราะมันมีพฤติกรรมในการหุบใบที่น่าสนใจ
เหตุผลที่ต้นไมยราบหุบใบเมื่อถูกสัมผัส หรือเขย่า นั้นเกิดจากปฏิกิริยาต่อการสัมผัสซึ่งกลไกการป้องกันตัวของพืช เนื่องจากในธรรมชาติสัตว์และแมลงหลาย ๆ ชนิดกินพืชเป็นอาหาร เมื่อต้นไมยราบหุบใบก็จะทำให้สัตว์เหล่านี้ตกใจและหันไปกินพืชชนิดอื่นแทน นอกจากนี้ปฏิกิริยาการหุบใบจะทำให้ต้นไม้ดูแห้งไม่น่ากินอีกด้วย

ต้นไมยราบนี้จะหยุดเคลื่อนไหวในเวลากลางคืนเพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน เนื่องจากในเวลากลางคืนใบไม้จะไม่ได้รับพลังงานจากแสงแดดในการสังเคราะห์แสง ถึงแม้ต้นไมยราบถูกสัมผัสมันจะหุบใบเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นอันตรายต่อตัวมันเอง แต่มันก็ใช้เวลาค่อนข้างนานเพื่อให้มันฟูตัวเอง ดังนั้นหากคุณคิดว่าสนุกเวลาที่ได้ดุใบไมยราบหุบไป จริง ๆ แล้วมันไม่สนุกสำหรับพืชที่มีความอ่อนไหวเลย

หลาย ๆ คนอาจคิดว่าต้นไมยราบเป็นวัชพืช แต่จริง ๆ มันมีสรรพคุณและประโยชน์อยู่หลายข้อทั้ง การขับปัสสาวะ รวมไปถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ โดยนำต้นไมยราบมาตากแห้งแล้วนำมาต้มกับรากสะเดาดิน เมื่อเดือดก็กรองน้ำมาดื่ม ส่วนรากของไมยราบตากแห้งเมื่อนำมาต้มน้ำ ดื่มเพื่อรักษาโรคกระเพาะ แก้ระบบย่อยอาหารไม่ดี บำรุงกระเพาะ แก้ลำไส้อักเสบ และแก้บิด

อ่านเพิ่มเติม

เรียนเขียนโค้ดไม่ยากอย่างที่เราคิด

วัตถุทรงกลมขนาดลูกเทนนิสกลิ้งไปมาอยู่บนพื้น แล้วก็หมุนกลับเป็นมุมฉากอย่างคล่องแคล่วราวกับมีชีวิต จากนั้นก็เคลื่อนต่อไปตามสติ๊กเกอร์แถบสีแดงบนพื้น โดยมีเด็กชาย 3 คนในชุดเครื่องแบบนักเรียนกำลังเพ่งมองไปที่ลูกบอลอย่างจดจ่ออยู่ด้านหลัง หุ่นยนต์ขนาดลูกเทนนิสกลิ้งไปข้างหน้าตามเส้นทางที่กำหนดไว้ แล้วหยุดเมื่ออยู่บนจุดหมายปลายทางที่ทีมงานติดสติกเกอร์ไว้ ราวกับลูกกอล์ฟที่จ่ออยู่ตรงปากหลุม เด็ก ๆ กระโดดตัวลอยและส่งเสียงดังด้วยความดีใจเมื่อพวกเขาทำสำเร็จ เด็ก ๆ ได้เขียนโปรแกรมเพื่อสั่งการหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไปตามเส้นทางที่มีสิ่งกีดขวาง และหยุดบนสติ๊กเกอร์ได้ตามที่ตั้งใจ
จากเรื่องราวข้างต้น คุณอาจจะคิดว่าเรากำลังดูเด็กนักเรียนทำกิจกรรมในค่ายของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ แต่ไม่ใช่เลย เพราะจริงแล้วนี่คือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในระหว่าง “ค่ายอินโนเวชั่นของคีนัน” ที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนวัดแหลมฟ้าผ่า ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสในจังหวัดสมุทรปราการ
จากข่าวแนวโน้มการปรับตัวของภาคธุรกิจและสถานการณ์ปัจจุบัน การเขียนโปรแกรมและการคิดคำนวณนับเป็นทักษะที่สำคัญของสาขาอาชีพใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในทศวรรษหน้า อาชีพต่าง ๆ ในตอนนี้ เช่น นักบัญชี เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล และกลุ่มพนักงานปฎิบัติการต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายที่จะถูกทดแทนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นนักเรียนจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมและเตรียมพร้อมด้านศักยภาพด้านดิจิทัล ทักษะด้านสะเต็ม และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สามารถมีอาชีพและดำเนินชีวิตสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
น่าเสียดายที่การเรียนการสอนของไทยในหลาย ๆ โรงเรียนกลับไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเต็มที่ มูลนิธิคีนันฯ ได้พยายามผลักดันให้มีการแก้ปัญหานี้อย่างต่อเนื่องกว่าทศวรรษ โดยนำหลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับสะเต็มศึกษา

อ่านเพิ่มเติม

เราต้องช่วยเหลืออาสาสมัครสาธารณสุขในประเทศไทย เพื่อร่วมกันต่อสู้กับวิกฤติโควิด 19

จากผลการยืนยันผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโรคโควิด-19 จำนวน 3,015 ณ วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ถือว่าประเทศไทยของเรา สามารถทำหน้าที่รับมือกับโรคระบาดครั้งนี้ได้อย่างน่าชื่นชม ขณะที่หลายๆประเทศเริ่มที่จะเปิดประเทศและผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ แต่สิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ เราต้องรักษามาตรฐานของเราให้ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาระบาดอีกครั้ง และต้องช่วยให้ประชาชนสามารถปรับตัวคุ้นชินกับความปรกติใหม่ หรือ “new normal” ให้ได้  อย่างไรก็ดีความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือของทุก ๆ คน  อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้นำคณะรัฐบาล รวมถึงผู้อยู่เบื้องหลังการดูแลสุขภาพของประชาชนชาวไทยตามชุมชนต่าง ๆ  ซึ่งก็คือ “อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน”
แม้สถานการณ์จะดีขึ้นแต่ประเทศไทยก็ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เรายังคงต้องขยายการตรวจสอบและเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น และนับเป็นความท้าทายสำหรับประเทศไทยที่จำเป็นต้องควบคุมจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้มีจำนวนต่ำกว่า 30 ราย   ตามที่ ดร.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป พันธมิตรคนสำคัญของมูลนิธิคีนัน ฯ

อ่านเพิ่มเติม

“ครู” สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าที่คุณคิด

หากคุณมีงบประมาณสำหรับช่วยสังคมที่มากพอ คุณอยากจะนำงบก้อนนี้ทำอะไรบ้าง หลายท่านอาจอยากนำไปสร้างโรงพยาบาลที่ทันสมัยสัก 1,000 แห่ง หรืออาจใช้สำหรับพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลกได้อย่างเท่าเทียม
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรามีทรัพยากรที่จำกัด ทำให้ต้องถามตัวเองทุกครั้งว่าหากต้องการพัฒนาสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้น เราจะนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไรเพื่อสร้างความเท่าเทียมของประเทศไทยให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

จากงานวิจัยจากหลายแห่ง ต่างมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าไม่มีการลงทุนใดที่จะมีคุณค่ามากไปกว่าการลงทุนกับแม่พิมพ์ของชาติ หรือ “ครู” โดยผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งได้ติดตามผลการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวนกว่า 2.5 ล้านคน ตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าปัจจัยหลักที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคตของนักเรียนก็คือ “ครู”
ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่มีความสามารถชั้นนำของโรงเรียนจะสามารถทำเงินได้ถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี (1,532,000 บาท) หรือมากกว่านั้น (วัดจากกลุ่มตัวอย่างครูประมาณ 5% ที่มีผลงานหรือทักษะการสอนอยู่ในระดับท็อปที่ผ่านการทำแบบทดสอบมาตรฐานของประเทศในปีนั้นๆ ) เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่มีผลงานหรือทักษะการสอนอยู่ในระดับปานกลาง  ในทำนองเดียวกันหากเรานำครูมีผลงานหรือทักษะการสอนอยู่ในระดับปานกลางมาแทนที่ครูที่ไม่มีประสิทธิภาพ (กลุ่มครูที่มีผลงาน 5% ต่ำสุด) รายได้ตลอดชีวิตสะสมสำหรับนักเรียนในชั้นเดียวกันก็จะเพิ่มขึ้นถึง 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (42.9 ล้านบาท) ต่อปีเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม

Article title: รู้หรือไม่ว่าภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange มีบางส่วนที่นำคณิตศาสตร์มาใช้

หลาย ๆ คนคงได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange กันแล้ว แต่ทราบมั้ยคะว่าเอฟเฟคในฉากบางฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างมาจากรูปแบบของเรขาคณิตที่เรียกว่า “เซตม็องแดลโบร” (Mandelbrot set) ซึ่งเป็นเรขาคณิตที่ไร้ที่สิ้นสุด ชุดรูปแบบของเรขาคณิตนี้มีรูปร่างที่เป็นเส้นโค้งและมีลวดลาย แต่ภายใต้เส้นโค้งและลวดลายเหล่านี้ก็ยังมีเส้นโค้งและลวดลายของมันเองอีกด้วย ทำให้เกิดลวดลายอยู่ภายในลวดลายซ้ำไปซ้ำมาทำให้เรามองเห็นวัตถุที่คล้ายกันปรากฏขึ้นมาเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งเราเรียกว่า “แฟร็กทัล” (fractal)

ทางทีมผู้สร้างภาพยนตร์ก็ได้เผยว่าฉากไล่ล่าที่น่าตื่นเต้น หรือฉากที่แสดงพลังของตัวละครได้นำ Mandelbrot set เข้ามาใช้กับเทคนิคพิเศษในภาพยนตร์แล้วเพิ่มการซูมเข้า ซูมออกบนพื้นผิวต่าง ๆ รวมไปถึงอาคารผนังในภาพยนตร์ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับคนดู
ซึ่ง Mandelbrot Set เป็น รูปแบบเซตของจุดในระนาบเชิงซ้อนที่เรียงตัวเป็น fractal ในทางคณิตศาสตร์นิยามเซตม็องแดลโบร คือ เซตของค่าจำนวนเชิงซ้อน c ซึ่งให้ทางเดินของ 0 ภายใต้การส่งวนซ้ำของ ฟ้งก์ชันกำลังสอง (quadratic function) z2 + c

อ่านเพิ่มเติม

การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อการศึกษาไทยที่สำคัญ 3 ประการ

การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ส่งผลให้นักเรียนไทยกว่า 15 ล้านคนต้องหยุดเรียนไปจนถึงเดือนกรกฎาคม หมายความว่า นักเรียนไทยจะไม่ได้เรียนเป็นเวลาถึงหนึ่งในสามของปีการศึกษา แม้กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายที่จะยกเลิกวันหยุดเพื่อชดเชยเวลาเรียนที่หายไป แต่การขาดเรียนสะสมก็ย่อมส่งผลกระทบต่อตัวนักเรียนในระยะยาว และเมื่อถึงเวลานั้น ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงทุกหน่วยงานของไทยจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชนของชาติเหล่านี้ไม่เช่นนั้นแล้วประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างมหาศาลในอนาคต
โรคโควิด-19 ถือนับเป็นวิกฤติที่ทั่วโลกต่างเผชิญอยู่ในขณะนี้  รัฐบาลทุกประเทศพึงรับฟังมุมมองและความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญในการรับมือ และเตรียมมาตรการลดการแพร่ระบาดในกลุ่มประชาชนได้อย่างรัดกุมและเหมาะสม ซึ่งบางครั้งบางมาตรการอาจสร้างผลกระทบต่อสังคมในด้านอื่นๆ อาทิผลกระทบต่อระบบการศึกษาซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดต่อจากนี้ก็เป็นได้  หากกลับมาพิจารณาว่าอะไรคือผลกระทบที่จะต้องได้รับการจัดการให้ทันกาล มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียจึงได้ทำการวิเคราะห์และสรุปเป็นประเด็นที่สำคัญ 3 ประการดังนี้
1) ความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียมทางการศึกษาที่อาจเพิ่มมากขึ้น – เราทุกคนสังเกตุเห็นว่าความเหลื่อมล้ำและโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพนับเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ช่องว่างระหว่างโอกาสเข้าถึงการศึกษา และความพร้อมทางด้านอุปกรณ์รองรับการเรียนเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เห็นได้จากนักเรียนในโรงเรียนนานาชาติและโรงเรียนรัฐที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพ ฯ สามารถเข้าถึงการเรียนการสอนผ่านทางระบบออนไลน์หรืออีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ในขณะที่มีนักเรียนไทยอีกหลายล้านคน โดยเฉพาะเด็กในโรงเรียนขยายโอกาส ที่ผู้ปกครองของพวกเขายากจน กลับที่ไม่มีเงินที่จะซื้อคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คเพื่อเรียนหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์ได้
ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลากกิจการต่างเลิกกิจการและลดตำแหน่งงาน อาจทำให้ผู้ปกครองของนักเรียนกลุ่มนี้ ต้องถูกเลิกจ้างหรือไม่มีงานประจำที่มั่นคงนี้ก็จะยิ่งสร้างความลำบากต่อสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขายิ่งขึ้น ยิ่งการแพร่ระบาดครั้งนี้ใช้เวลานานมากเท่าไร ก็จะยิ่งสร้างช่องว่างของความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาให้ขยายกว้างยิ่งขึ้นเท่านั้น
2) ประสิทธิภาพของการเรียนการสอนที่ยังมีไม่พอเพียง  เราต้องยอมรับว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น อาจจะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร เราอาจไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเฉกเช่นปกติได้อย่างที่หวัง เช่นเมื่อครูไม่สามารถดำเนินการสอนด้วยตนเองในห้องเรียนได้อย่างที่ควรจะเป็น

อ่านเพิ่มเติม

การทดลองวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการล้างมือด้วยน้ำและสบู่

การทดลองวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ที่บ้านไปพร้อมกับเด็ก ๆ
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังกังวลว่าเด็ก ๆ จะไม่ได้เรียนรู้ หรือได้รับความรู้ใหม่ ๆ เวลาที่อยู่ที่บ้านในช่วงที่ไวรัส COVID-19 กำลังระบาด ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเรามีวิธีแก้ไขปัญหานี้แบบเจ๋ง ๆ มาฝากค่ะ สำหรับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่เรานำมาฝากนี้ เป็นการทดลองที่ง่ายมาก เหมาะสำหรับผู้ปกครองและเด็ก ๆ ที่จะได้ลองทำไปพร้อมกัน การทดลองนี้ไม่ได้ทำเล่นแล้วสนุกเท่านั้น แต่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับไวรัส COVID-19 อุปกรณ์ที่ใช้ก็หาง่ายมาก เพียงแค่เดินเข้าไปหยิบในครัว ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลย!
อุปกรณ์
จาน
น้ำเปล่า
สบู่ หรือน้ำยาล้างจาน
พริกไทย
 
ขั้นตอนการทดลอง
ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนแรกเทน้ำใส่ในจาน

ขั้นตอนที่ 2
โรยพริกไทยลงในจานที่ใส่น้ำ

ขั้นตอนที่ 3
เอานิ้วจุ่มลงไปน้ำที่โรยพริกไทย จะเห็นได้เลยว่าพริกไทยติดที่นิ้วขึ้นมา

อ่านเพิ่มเติม