ความท้าทายของการเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนป้องกันโควิด-19

การที่วัคซีน COVID-19 ได้รับการพัฒนาทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น จึงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับจ้องถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งคนไทยจำนวนหนึ่งเองก็ยังวิตกกังวลกับเรื่องนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย (ทั้งหมด 1,570 คน) กังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน COVID-19 ในขณะที่คนไทย 66% ต้องการรับวัคซีนและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่มักพบบ่อยหลังรับวัคซีนแล้ว ในขณะที่ 14% ไม่ต้องการรับวัคซีนเลยและไม่สนใจข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความเชื่อมั่นเช่นนี้มีผลต่อการฉีดวัคซีนทั้งในระดับบุคคลและภาพรวมงานสาธารณสุข
เมื่อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของ COVID-19 เริ่มแพร่กระจายช่วงแรก แทบไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันเลย แต่เวลานี้วัคซีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการต่อสู้กับโรคระบาดหากมีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางเพียงพอ ทั้งนี้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีการเปิดตัววัคซีนจาก 7 แหล่งผลิตที่แตกต่างกันและเริ่มทดลองใช้ในประเทศต่างๆ อีกทั้งยังทดสอบติดตามกับผู้สมัครใจรับวัคซีนมากกว่า 200 ราย
การเปิดตัววัคซีนของประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุขของไทยอนุมัติการฉีดวัคซีนครั้งแรกที่จะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และแบ่งออกเป็นแผนสามระยะ โดยเริ่มจากการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ระยะแรกจะให้ยาสองล้านโดสครอบคลุมประชากรหนึ่งล้านคน คนละสองโดสเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของวัคซีน ระยะที่สองจัดอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนโดยมีการวางแผน 26 ล้านโดสสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติม

การประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อสังคมผ่านโซเชียลมีเดีย

เรามีเวลาเพียง 5 วินาทีที่จะทำให้คนหยุดดูโพสต์ เรียกได้ว่าสั้นยิ่งกว่าความจำของปลาทองเสียอีก
ปัจจุบัน ‘โซเชียลมีเดีย’ เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จากสถิติของเว็บ Statista ระบุว่า ในปี 2563 มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียถึงกว่า 3.6 พันล้านคนทั่วโลก และคาดว่าจะพุ่งขึ้นเป็น 4.41 พันล้านภายในปี 2568 แล้วแบบนี้ผู้ประกอบการควรจะวางแผนอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจของตนยืนเด่นอยู่ท่ามกลางกระแสการแข่งขันอันดุเดือด
การประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) ของบริษัทเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ไม่ควรมองข้ามอยู่แล้ว และการนำโซเชียลมีเดียมาใช้เป็นพื้นที่กระจายข่าวก็ยิ่งช่วยให้โครงการและแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่การที่โครงการเพื่อสังคมของเราจะโดดเด่นบนโซเชียลมีเดียได้นั้นต้องอาศัยทั้งการวางแผนอันรัดกุม การพัฒนาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
วางแผนให้ชัดเจน เพื่อก้าวย่างที่มั่นคง
การตลาดจะประสบความสำเร็จได้มาจากการเข้าถึงลูกค้าได้ถูกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยข้อความที่ตรงใจ ในจังหวะเวลาที่เหมาะ และการเลือกสื่อสารแคมเปญผ่านช่องทางที่โดนใจกลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการควรตั้งวัตถุประสงค์ของการสื่อสารให้ชัดเจนก่อนจะเริ่มการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น โครงการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอาจมีวัตถุประสงค์การสื่อสารเพื่อมอบองค์ความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วม ทำให้พวกเขาเหล่านั้นนำความรู้และทักษะที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือสร้างเครือข่ายชุมชนที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การมีเข็มทิศที่ชัดเจนเช่นนี้จะช่วยให้แบรนด์สื่อสารบนโซเชียลมีเดียได้โดนใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
นอกจากนี้ อย่าลืมถ่ายทอดความสำเร็จของโครงการเพื่อสังคมผ่านเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ และด้วยเหตุนี้มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียจึงใช้ความเชี่ยวชาญและทรัพยากรที่มีประสานความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา

อ่านเพิ่มเติม

4 เทคนิค เพื่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ

สังคมที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยการแข่งขัน ทำให้คนทำงานจนถึงน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อเติมพลังกายและพลังใจให้พร้อมรับมือกับทุกเรื่องในแต่ละวัน หลายคนจึงหันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ทั้งจัดตารางโภชนาการ ออกไปวิ่งในสวนสาธารณะใกล้บ้าน หรือสมัครคอร์สยิม ทั้งการดูแลอาหารการกินและออกกำลังกายเป็นเรื่องดี แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ “การนอน” นั่นเอง
การนอนที่ไม่ได้คุณภาพอาจหักล้างตารางโภชนาการและค่าเข้ายิมของเราจนเกลี้ยง แถมร้ายกว่านั้น คือ ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว แล้วเราควรจะนอนอย่างไรเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่ม วันนี้เราขอนำเสนอเคล็ด(ไม่)ลับให้ทุกคนได้อ่านกัน
เทคนิคที่ 1 นอนให้เป็นเวลา
เวลาที่เหมาะที่สุดคือช่วง 22:00 น. เพราะร่างกายของเราจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมามากที่สุดในช่วง 23:00 – 02:00 น. ซึ่งฮอร์โมนนี้มีส่วนช่วยเสริมภูมิต้านทานและบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
เทคนิคที่ 2 บอกลาคาเฟอีนหลังสี่โมงเย็น
คาเฟอีนและน้ำตาลในเครื่องดื่มอาจช่วยให้เรากระปรี้กระเปร่าระหว่างการทำงาน แต่หากบริโภคในช่วงเย็นหรือหัวค่ำอาจกลายเป็นตาค้างจนรบกวนการพักผ่อน
เทคนิคที่ 3 วางมือถือ
เวลาที่สายตาของเราไม่ได้รับแสง สมองจะหลั่งสารเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งทำให้รู้สึกง่วง แต่แสงจากหน้าจอหรือแสงจากถนนอาจไปรบกวนการหลั่งของสารดังกล่าวจนเรานอนไม่หลับ ดังนั้นควรจะละสายตาจากหน้าจอสัก 30 นาทีก่อนเข้านอน

อ่านเพิ่มเติม

“โครงการพัฒนาวิชาชีพ” เพื่อจุดประกายครูและนักเรียนไทย

เราหลงรักการเรียนรู้เพราะอะไรกันนะ ใช่สัมผัสที่ได้ถือหลอดทดลองไหม หรือเพราะภาพที่สารละลายใสไร้สีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม อะไรคือแรงผลักดันให้เราศึกษาและจดจำข้อมูลมากมายเพื่อร้อยเรียงออกมาเป็นบทเรียนที่นักเรียนอยากฟัง
คุณครู พิกุลทอง ศรีแสงอ่อน มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจมาตลอด เธอเชื่อว่าวิทยาศาสตร์ช่วยให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ บนโลก ดังนั้น เธอจึงอยากถ่ายทอดเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับชีวิตประจำวันให้กับนักเรียนในโรงเรียนบ้านโคกกะเทียม (ราษฎร์ดำริบำรุง) ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรม นอกจากนั้น ด้วยประสบการณ์สอนวิทยาศาสตร์กว่า 20 ปี และหัวใจที่เปิดกว้าง คุณพิกุลทองมักจะช่วยเหลือนักศึกษาครูรุ่นใหม่อย่างเต็มที่อยู่เสมอ
โครงการพัฒนาวิชาชีพครูที่จังหวัดลพบุรีเกิดจากการร่วมมือกันของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียและมูลนิธิไอวีแอล เมื่อครั้งที่คุณพิกุลทองเข้ารับการอบรมในโครงการฯ พร้อมกับบุคลากรทางการศึกษาอีก 29 ท่าน ตอนนั้นเป็นช่วงเดียวกับที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้เธออดกังวลไม่ได้ ยิ่งเธอต้องดูแลแม่ที่อายุมากแล้ว หากติดเชื้อขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องดีนัก คุณพิกุลทองถึงกับแอบถามผู้อำนวยการโรงเรียนแบบทีเล่นทีจริงว่า “ครูขอกลับบ้านตอนนี้เลยได้ไหมคะ”
เนื่องจากโรงเรียนบ้านโคกกะเทียม (ราษฎร์ดำริบำรุง) เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ทุรกันดาร คุณพิกุลทองจึงอยากเปิดโลกให้กับนักเรียนและมอบโอกาสการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุด เพราะปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนวิทยาศาสตร์อาจทำให้นักเรียนแยกห่างจากวิชานี้ไปเรื่อย ๆ และการนั่งดูคลิปการทดลองในยูทูปมีแต่จะทำให้เด็ก ๆ ขาดประสบการณ์ปฏิบัติจริง ก่อนจะกลายเป็นหมดความสนใจในวิทยาศาสตร์ไปในที่สุด
แต่ครูพิกุลทองก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมูลนิธิไอวีแอลได้มอบอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นหลอดทดลอง บีกเกอร์ ที่ตั้งสามขา ตะเกียงแอลกอฮอล์

อ่านเพิ่มเติม

แรงบันดาลใจสู่การเป็นผู้นำเยาวชน : การเดินทางของคนรุ่นใหม่บนเส้นทางแห่งผู้ประกอบการ

เหงียน ไท แอง (Nguyen Thai Anh) ฟรีแลนซ์วัย 22 ปี ช่วยดูแลกิจการรับซ่อมจักรยานยนต์ของครอบครัวในอำเภอเล็ก ๆ ชื่อเอียนฟ็อง ตั้งอยู่ในจังหวัดบั๊กนิญ ประเทศเวียดนาม ด้วยความรักที่คุณแองมีต่อครอบครัว ผลักดันให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะขยายกิจการของที่บ้าน ประจวบกับที่คุณแองได้มาเจอกับโครงการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและสร้างเครือข่ายเยาวชนอย่างโครงการผู้นำเยาวชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Young Southeast Asian Leader Initiative: YSEALI)” ในตอนนั้นคุณแองรู้สึกตื่นเต้นมาก เขายื่นใบสมัครทันทีโดยไม่ลังเล เพราะตรงกับปณิธานของเขาที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนและลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลง ด้วยแรงผลักดันผนวกกับความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ คุณแองจึงได้เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวแทนเยาวชนของโครงการ YSEALI ในที่สุด
หนึ่งในหัวใจหลักของโครงการฯ คือ เสริมทักษะความเป็นผู้นำในเยาวชน และทักษะความเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ซึ่งนับว่าเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่คุณแองเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะเขาเองก็ตระหนักถึงความซับซ้อนของยุคโลกาภิวัตน์และความสำคัญของทักษะความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) วันแรกของการฝึกอบรมเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) โดยตัวแทนเยาวชนได้ทำกิจกรรมกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์และอภิปรายถึงผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อสังคมในมิติต่าง ๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินโครงการได้ให้คำแนะนำแก่ตัวแทนเยาวชนในการพัฒนาโปรเจคตน โดยแต่ละโปรเจคต่อยอดจาก 4 ประเด็นสำคัญในยุคโลกาภิวัตน์ ได้แก่

อ่านเพิ่มเติม

อาม่า ติ่มซำ การปรับตัวของร้านอาหารขนาดเล็กเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน

หนึ่งในสิ่งที่โครงการ Boost with Facebook ให้ความสำคัญอย่างมากคือการเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกกลุ่มได้เข้าถึงการอบรมเสริมสร้างทักษะการตลาดดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มผู้สูงวัย กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย และกลุ่มคนชายขอบ และคุณยศณัฏฐ์นับเป็นหนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินประกอบธุรกิจร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
คุณยศณัฏฐ์ ผู้มีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัว “อาม่า ติ่มซำ” ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คุณยศณัฏฐ์ได้เข้าร่วมอบรมในโครงการ Boost with Facebook ที่ปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับผู้พิการทางการได้ยินโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นครั้งแรกของโครงการที่จัดการอบรมให้แก่ผู้พิการทางการได้ยินในประเทศไทย คุณยศณัฏฐ์ได้ใช้ Facebook ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสมาชิกกลุ่มคนหูหนวก และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่จะทำให้คุณได้ทราบถึงความพยายามและความสำเร็จของคุณยศณัฏฐ์และอาม่าติ่มซำ ร้านอาหารที่ ณ วันนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ไม่เพียงเฉพาะในหาดใหญ่เท่านั้น
แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นธุรกิจของคุณคืออะไร?
ผมได้แรงบันดาลใจมาจากสูตรอาหารจีนของอาม่าครับ เมื่อก่อนผมเคยเปิดร้านอาหารตามสั่ง แต่กิจการไม่ค่อยดีเท่าไร ภรรยาของผมเลยเริ่มมองหาธุรกิจรูปแบบอื่น จนนึกถึงสูตรลับของอาม่าขึ้นมา ตั้งแต่ตอนนั้นพวกเราก็ลองปรับสูตรมาเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้เมนูที่ถูกปากลูกค้าที่สุด
คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของธุรกิจ?
ผมเป็นคนรักอิสระครับ ในฐานะเจ้าของกิจการ ผมสามารถริเริ่มหรือปรับกระบวนการต่าง ๆ ได้เอง ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับผมทั้งหมด
คุณคิดว่าเรื่องท้าทายที่สุดของการดำเนินธุรกิจคืออะไร?
เรื่องท้าทายที่สุดคงเป็นการทำอย่างไรให้ธุรกิจยั่งยืนและทำกำไรได้ในระยะยาว

อ่านเพิ่มเติม

ความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียเล็งเห็นคุณค่าของพนักงานและคณะผู้บริหาร รวมถึงความมุ่งมั่นของทีมงานที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้รับผลประโยชน์และผู้สนับสนุนองค์กร ดังนั้น เวลาเปิดรับพนักงานใหม่ เราจึงมองหาผู้สมัครที่ต้องการจะพัฒนาชีวิตผู้คนอย่างยั่งยืน คุณสมบัตินี้ไม่ได้สงวนไว้เฉพาะคนที่ออกไปทำงานกับผู้รับผลประโยชน์เท่านั้น แต่รวมถึงทีมงานหลังบ้านอย่างฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกคนที่จะมาร่วมงานกับองค์กร
ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ของคีนันพิถีพิถันในการตรวจสอบผู้สมัคร เพราะบางคนอาจมีประสบการณ์ที่ไม่ตรงกับเนื้องานของเรา หรือคนที่เปลี่ยนสายงานกลางคัน ยิ่งปัจจุบันตลาดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้การระบุคุณสมบัติที่ตรงกับความต้องการองค์กรกลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างที่กำลังหางาน เราอาจเจอโอกาสในสายการพัฒนาทั้งที่ไม่ได้จบด้านนี้มาโดยตรง แต่เรากลับผ่านแบบทดสอบขององค์กรได้อย่างฉลุย เพราะมีประสบการณ์ในงานด้านการศึกษาหรืองานพัฒนาเศรษฐกิจมาก่อน กุญแจที่พาคนกลุ่มนี้ไปสู่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและไม่มีสูตรตายตัว
วุฒิการศึกษาของพนักงานส่วนใหญ่ในคีนัน ได้แก่

สาขาวิชาเฉพาะ เช่น สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ สาขาบัญชี ครุศาสตร์
สาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เช่น สาขาการบริหารจัดการ สาขาการเงิน
มีประสบการณ์ด้านการให้คำปรึกษา เช่น ที่ปรึกษาด้านซอฟต์แวร์ ที่ปรึกษาฝ่ายบุคคลหรือฝ่ายบริหารธุรกิจ และอาจรวมไปถึงประสบการณ์สอนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม​

แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีคุณสมบัติข้างต้นจะผ่านการคัดเลือก และกรุยทางขึ้นเป็นมืออาชีพในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรได้ทันที เพราะคีนันยังลงลึกไปถึงทัศนคติของผู้สมัคร​อีกด้วย
เราขอยกตัวอย่างคุณลักษณะนิสัยที่พึงมีในงานด้านการพัฒนาวิชาชีพครู ก่อนจะประสบความสำเร็จภายใต้องค์กรไม่แสวงหา​ผลกำไร ดังนี้

คนที่ใจเย็น และสามารถทำงานกับครูได้ (เนื่องจากครูบางท่านอาจมีความรู้จำกัดเฉพาะสาขา)
คนที่ยืดหยุ่น

อ่านเพิ่มเติม

เพราะเยาวชนวันนี้คือขุมพลังของชาติในวันหน้า

“เพราะเด็กแต่ละคนมีภูมิหลังและความสามารถที่ต่างกัน ครูจึงต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เข้ากับผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา” คำกล่าวจาก ครู พัฒนพงศ์ บุญศิลป์ ครูคณิตศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวัดเพชรบุรี
คุณครูพัฒนพงศ์รับราชการมานานกว่า 10 ปี การเติบโตในครอบครัวข้าราชการครูถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับครูพัฒนพงศ์ ให้ดำเนินรอยตามบุพการี ในเส้นทางอาชีพเดียวกัน
“อาชีพครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเยาวชน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ หากมีโอกาสครูก็อยากช่วยเหลือเยาวชน”
คุณครูพัฒนพงศ์ตระหนักถึงความแตกต่างในตัวนักเรียนแต่ละคน ด้วยต่างคนต่างพื้นเพ มีจุดอ่อนจุดแข็งเฉพาะตัว ครูผู้สอนจึงต้องทำงานให้ได้หลากหลาย และพร้อมปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดรับกับตัวผู้เรียน เพื่อให้เด็ก ๆ มีทัศนคติเชิงบวกกับการเรียน ประสบความสำเร็จ มีวุฒิการศึกษาติดตัว และสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพการงานที่มั่นคงในอนาคต
“หากมองที่การศึกษาไทยในปัจจุบัน เราจะพบว่าผู้เรียนขาดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 อันได้แก่ทักษะการคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งขาดแคลนทั้งทรัพยากรการศึกษาที่ทันสมัย และนักเรียนก็ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งความรู้ จึงนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความรู้ที่ตรงกับที่นายจ้างต้องการ และสามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต”
ครูพัฒนพงศ์มีความปรารถนาที่จะเรียนรู้และปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น เมื่อมีโอกาสครูพัฒนพงศ์ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ “We Think Digital” ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดย

อ่านเพิ่มเติม

ความท้าทายสำหรับการเรียนรู้ด้วยการฝึกลงมือทำจริง บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

แม้การแพร่ระบาดของโควิด 19 จะทำให้โรงเรียนหลายแห่งในไทยต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปถึงเดือนกรกฎาคม แต่มูลนิธิคีนันยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น และเตรียมความพร้อมให้ครูไทยสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง เราปรับรูปแบบการฝึกอบรมมาเป็นออนไลน์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยเรามีความเห็นว่า “โครงการพัฒนาวิชาชีพครู” ในรูปแบบการฝึกอบรมออนไลน์ จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
เราตระหนักดีว่า ห้องเรียนออนไลน์ทั่วไปมีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม ดังนั้นเราจึงตั้งใจออกแบบการฝึกอบรมออนไลน์ให้มีคุณภาพสามารถเทียบเคียงกับกิจกรรมดั้งเดิมของเรา ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของการมีปฎิสัมพันธ์ของผู้เข้าอบรม  และเกิดการลงมือปฏิบัติจริงผ่านการทำกิจกรรมแบบกลุ่ม โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้

ผู้เชี่ยวชาญของคีนันชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักสูตรและรูปแบบกิจกรรม
ผู้เข้าร่วมโครงการแบ่งกลุ่ม 5-6 คน ไปตามห้องเรียนย่อย พร้อมฟังคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญของคีนันตามขั้นตอนที่ 1
แต่ละกลุ่มร่วมกันถกประเด็น และนำเสนอแนวคิดในห้องเรียนรวม

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วมทุกท่าน ทีมงานคีนันจะส่งเอกสารประกอบการอบรม ผ่านทางอีเมลให้ผู้เข้าอบรมทุกท่านล่วงหน้า โดยเมื่อถึงวันอบรม ผู้เข้าร่วมโครงการจะแบ่งกลุ่มไปตามห้องเรียนย่อย จากนั้นจึงเริ่มทำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกท่านอื่น กระบวนการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้คำแนะนำจากทีมงานคีนัน ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (active learning) ในชั้นเรียนออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

มาดูตัวอย่างโครงการฯ เมื่อวันที่ 4-6 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรามีครูจากจังหวัดนครนายกทั้งหมด 31 ท่านเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพครูผ่านซูม (zoom) โครงการฯ

อ่านเพิ่มเติม

เกมและการเรียนรู้จะฝึกเด็กๆ ให้เรียนวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร

“วิชาวิทยาศาสตร์ เป็นวิชาที่มีเนื้อหาหลายอย่างที่ต้องอาศัยการจดจำ หากสอนแบบเดิม ๆ ที่ให้นักเรียนไปท่องมาก็ออกจะน่าเบื่อเกินไป” คำกล่าวจาก ครูชมพูนุช ริมหนองเรือ ครูวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสด้วยการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ครูชมพูนุช เริ่มอาชีพครูมาได้ราวสามปีกว่า ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่า ครู ชมพูนุช ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่เทคโนโลยีได้พัฒนาและเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์  ครูชมพูนุชจึงต้องการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเหล่านี้ มาปรับใช้ในห้องเรียน ด้วยความเชื่อที่ว่าการเรียนรู้สามารถเป็นเรื่องที่สนุกสนานได้ หากแต่แนวคิดดังกล่าวก็ไม่อาจก่อร่างเป็นรูปธรรมได้ง่ายนัก เนื่องจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 ก็ยังขาดทรัพยากรในหลายด้านๆ ทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานหลายจุดจึงยังเดินหน้าได้ค่อนข้างจำกัด
อย่างไรก็ตาม เมื่อครูชมพูนุช ได้มีโอกาสมาเจอกับโครงการ “We Think Digital” ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัท Facebook ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้เกิดกับบุคลากรทางการศึกษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล และการใช้สื่อโซเชี่ยลอย่างสร้างสรรค์  ครูชมพูนุช จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ เพราะตรงตามความสนใจของคุณครูชมพูนุชพอดี
“ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีเนื้อหาหลายอย่างที่ต้องอาศัยการจดจำ

อ่านเพิ่มเติม