รู้จักเครื่องมือ Buyer Persona: ขายของได้ แค่เข้าใจลูกค้า

“ทำไมมี follower หลักหมื่น แต่ขายของไม่ได้?” คำถามนี้เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจาก SME ไทย โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการรายย่อย ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการตลาดดิจิทัล Boost with Facebook กับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย สาเหตุของความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งพบว่ามาจากการที่ผู้ประกอบการไม่เข้าใจกลุ่มลูกค้าของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ทำให้หลายครั้งผู้ติดตามเพจที่มีจำนวนมากนั้นไม่ได้มีความสนใจในธุรกิจจริง ๆ หรือการตลาดที่สื่อสารออกไปนั้นไม่ได้ตรงกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อ
การเข้าใจลูกค้า ถือเป็นจุดสตาร์ทสำคัญของการทำการตลาด ยิ่งในภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง เช่น ในโลกออนไลน์ที่การแข่งขันรุนแรงมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทุกคนต่างหวังใช้เทคโนโลยีเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์โควิด-19 ผู้ประกอบการที่เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตัวเองได้ลึกซึ้ง สามารถมอบเสนอที่เฉพาะเจาะจงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ก็จะยิ่งมีโอกาสนำเสนอสินค้าหรือบริการได้โดนใจเหนือคู่แข่ง Buyer Persona เป็นตัวช่วยเริ่มต้นให้ผู้ประกอบการสร้างการตลาดแบบรู้ใจเพื่อเปลี่ยนสถานะธุรกิจให้กลายเป็น “คนรู้ใจ” ของลูกค้ายุคดิจิทัล
Buyer Persona ตุ๊กตาจำลองลูกค้าของคุณ
Buyer Persona คือ “ตุ๊กตา” หรือตัวละคร ที่จำลองลักษณะของลูกค้าในอุดมคติของธุรกิจอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ลักษณะทางประชากรศาสตร์ หรือลักษณะทั่วไป เช่น เพศ อายุ ที่อยู่ รายได้ ฯลฯ แต่ระบุลงลึกไปถึงลักษณะพฤติกรรมการซื้อ

อ่านเพิ่มเติม

ธุรกิจออนไลน์จากสินค้าการเกษตร

“พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ เมื่อสินค้ามีราคาต่ำลง ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาวิธีที่จะขายสินค้าให้ได้ราคาดีขึ้น โดยการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายสินค้า เช่นเดียวกับ “คุณอำมร บรรจง” ผู้ประกอบอาชีพอิสระด้านการจัดรายการวิทยุ ที่ครอบครัวประสบกับภาวะที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เธอจึงตัดสินใจแปรรูปเป็นข้าวหอมมะลิในชื่อแบรนด์ “ข้าวนาย่าสี” ที่เริ่มธุรกิจผ่านตลาดออนไลน์ทาง Facebook ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ด้วยแนวคิดที่ว่า “ข้าวหอมมะลิมีคุณภาพ ผลิตแบบวิถีชาวบ้านจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง” และเชื่อว่า “การบอกปากต่อปาก” คือ การขยายกลุ่มลูกค้าที่ดีวิธีหนึ่ง
เมื่อไม่ต้องทำงานประจำ คุณอำมรจึงมีความตั้งใจที่จะสร้างวิสาหกิจชุมชนเพื่อผลิตและขายสินค้าข้าวหอมมะลิโดยเฉพาะ แต่ความตั้งใจนี้ยังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอผู้สนใจร่วมกลุ่มทำธุรกิจ เพื่อเฟ้นหาสมาชิกที่มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสุขและประโยชน์ของการทำงานร่วมกัน
การเข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” ที่ดำเนินการจัดการอบรมโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ช่วยให้คุณอำมรได้พบเพื่อนใหม่ ซึ่งได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอ พร้อมทั้งยังมีโอกาสได้ทบทวนและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับ Facebook Business Page รู้จักการจัดการระบบบัญชีการเงินในธุรกิจออนไลน์ของตนเอง การคิดจุดคุ้มทุนเพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสมและได้กำไร สิ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้มีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณอำมรให้ประสบความสำเร็จตามแผนโมเดลธุรกิจที่กำหนดไว้ได้
หัวใจหลัก 3 ประการ ที่คุณอำมรให้ความสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังทำธุรกิจออนไลน์อยู่

อ่านเพิ่มเติม

ผู้ประกอบการรุ่นใหญ่ ไม่ไกลเกินฝัน

คุณเจนจิรา พลซา (เจน) ปัจจุบันเป็นพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ และเป็นคู่ค้ากับ Unilever Life เธอมีเพจ Facebook ที่มีชื่อว่า “Fit & Healthy By Jane” เพื่อนำเสนอตัวตนของเธอที่เป็นคนรักสุขภาพ พร้อมแบ่งปันเรื่องราวให้กับผู้สนใจที่เข้ามาเยี่ยมชมเพจ
คุณเจนมีความเห็นว่า ธุรกิจออนไลน์สามารถเริ่มได้จากธุรกิจเล็ก ๆ และไม่ต้องใช้ต้นทุนมาก ขอเพียงมีใจใฝ่เรียนรู้ กระตือรือร้นที่จะศึกษาข้อมูล มองหาเครื่องทุ่นแรงมาใช้ก็สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ในตลาดได้ ตัวอย่างเช่น Facebook Business Page ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่เธอนำมาใช้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเพื่อการสื่อสารที่ตรงจุด อย่างไรก็ดี การทำธุรกิจออนไลน์ก็ใช่ว่าจะไม่มีความท้าทาย ปัจจุบันคนเริ่มหันมาทำธุรกิจกับบริษัท Unilever Life กันเยอะขึ้น ทำให้คุณเจนต้องพยายามรักษาฐานลูกค้า หมั่นเรียนรู้กลุ่มคนรอบตัว เพื่อพัฒนาตนเองและสร้างจุดขายให้โดดเด่นท่ามกลางตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน กระทั่งเธอได้มีโอกาสมาเข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” ที่จัดการอบรมโดยมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเป็นผู้ประกอบการและการตลาดออนไลน์ของผู้สูงวัย ซึ่งโครงการนี้ได้ช่วยให้คุณเจนเข้าใจรูปแบบธุรกิจออนไลน์มากขึ้น มาพร้อมกับการอบรมจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีสร้างตัวตนในเพจอย่างไรให้น่าสนใจ

อ่านเพิ่มเติม

สุขภาพดี มีรายได้ เริ่มที่ตัวเรา

“ถ้าเราชอบที่จะทำอะไร ขอให้ลงมือทำ หมั่นเรียนรู้ให้มาก หากไม่เรียนรู้ เราจะทำอะไรไม่ทันโลกใบนี้แล้ว”

มุมมองความคิดดี ๆ ที่มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้รับฟังจากการพูดคุยกับ “คุณอุ้ย สุจิรา เจริญจิตร์” ผู้เข้าร่วมโครงการ “GHB Seniors Got Talent” อดีตพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ปัจจุบันได้เกษียณอายุงาน และหันมาทุ่มเทเวลาอย่างเต็มที่ในการดูแล ผลิต และจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารเคมี หรือชื่อสั้น ๆ ที่เราคุ้นหูว่า สินค้าออร์แกนิค
จุดเริ่มต้นของความสนใจในสินค้าออร์แกนิคของคุณอุ้ยเริ่มจากความเจ็บป่วยในอดีตของตัวเองเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้คุณอุ้ยหันมาดูแลสุขภาพและใส่ใจการใช้ชีวิต เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและปลอดโรคภัย คุณอุ้ยจึงได้เริ่มต้นเรียนรู้การใช้สินค้าออร์แกนิคผ่านการศึกษาด้วยตัวเองและการใช้ชีวิตร่วมกับชาวไร่ชาวสวน
ทว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ… แม้ว่าคุณอุ้ยจะวางแผนก่อนเกษียณอายุงานมาเป็นอย่างดี แต่เมื่อถึงเวลาลงทุนเพื่อเข้าสู่โลกธุรกิจ คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดต่างไม่เห็นด้วย หากคุณอุ้ยต้องมาทำธุรกิจสินค้าออร์แกนิคอย่างเต็มตัว เพราะทำงานสายการเงินมาตลอด จึงไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจจริง ๆ จัง ๆ ทำให้คุณอุ้ยต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ทั้งลองผิดลองถูก หมั่นศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง พร้อมกับปรึกษาผู้มีประสบการณ์ในหลาย ๆ ขั้นตอน
ในปี พ.ศ. 2556

อ่านเพิ่มเติม

Big Data มีความหมายอย่างไรกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

ภาคเอกชนเริ่มใช้การวิเคราะห์แบบพยากรณ์ (Predictive Analytics) มาหลายปี แต่การวิเคราะห์รูปแบบนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ทั้งที่ในความเป็นจริง การวิเคราะห์แบบพยากรณ์อาจเป็นเครื่องมือชั้นยอดในการพัฒนาการดำเนินงานหรือการออกแบบโครงการที่จะทำให้องค์กรสามารถมอบผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการได้
พร้อมเข้าสู่โลกของ Big Data
การวิเคราะห์แบบพยากรณ์ เป็นการนำข้อมูลและผลวิเคราะห์ในอดีตมาหาความเชื่อมโยงระหว่างตัวแปรต่าง ๆ เพื่อคาดคะเนเหตุการณ์ในอนาคต การวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้องค์กรเห็นภาพข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผู้รับผลประโยชน์ เช่น สถิติผู้เข้าร่วม ประเภทโครงการที่ผู้เข้าร่วมเคยเข้ามาก่อน นอกจากนั้น การวิเคราะห์ข้อมูลยังสามารถแสดงถึงปัจจัยที่จะเกิดผลบวกสูงสุดแก่ผู้รับผลประโยชน์อีกด้วยต่อไปนี้เป็นตัวอย่างขอบเขตงานที่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรสามารถนำการวิเคราะห์แบบพยากรณ์ไปปรับใช้ได้
การออกแบบโครงการพัฒนาทักษะ
เริ่มจากการนำข้อมูลย้อนหลังของผู้รับผลประโยชน์มาใช้ โดยนำข้อมูลจากแบบสำรวจมาวิเคราะห์ว่าส่วนไหนของโครงการที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวก เช่น โครงการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ของคีนัน ที่เราสามารถหาจุดร่วมที่ทำให้กลุ่มธุรกิจประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา แล้วนำปัจจัยดังกล่าวไปปรับใช้ในกิจกรรมและสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้รับผลประโยชน์กลุ่มถัดไป
การใช้อัลกอริทึมในการดำเนินโครงการ
หากมีการเก็บข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่ดี องค์กรก็สามารถสร้างอัลกอริทึมเพื่อแยกกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ที่มีผลลัพลัพธ์โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ ได้ แต่องค์กรควรตระหนักด้วยว่า ในกระบวนการนี้อาจเกิดการเลือกปฏิบัติขึ้นได้ ดังที่เบ๊ตซี่ แอน วิลเลี่ยมส์ (Betsy Anne Williams) ได้กล่าวไว้ว่า “การเลือกปฎิบัติอาจเกิดขึ้นในระบบสังคมเทคโนโลยีได้ เมื่อเราเลือกใช้อัลกอริทึมมาประกอบการตัดสินใจ”
การวิเคราะห์แบบพยากรณ์จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างโครงการหรือกิจกรรมที่มอบองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การหาผู้รับผลประโยชน์

อ่านเพิ่มเติม

องค์กรยุคใหม่ เขียนแผนการตลาดอย่างไรให้รุ่ง

การวางแผนการตลาด
กลยุทธ์องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการวางแผน โดยการวางแผนการตลาดนั้นครอบคลุมไปถึงการคาดการณ์สภาพแวดล้อมทางการตลาดในอนาคต รวมถึงการตั้งเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และตำแหน่งทางการตลาดที่ดีที่สุดเพื่อเป็นประตูไปสู่โอกาสทางความสำเร็จ
โดยวัตถุประสงค์ของแต่ละองค์กรก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น

วิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร วิสัยทัศน์หรือพันธกิจคือ ‘หัวใจ’ ของการวางแผนกลยุทธ์ในองค์กร ดังนั้นการสร้างวิสัยทัศน์จึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกเริ่มที่องค์กรควรปฏิบัติ เพราะการกำหนดวิสัยทัศน์องค์กรก็คือการสะท้อนจุดมุ่งหมายที่เปนตัวตนของแบรนด์นั่นเอง
วัตถุประสงค์องค์กร เป็นจุดประสงค์ทั่วไปที่องค์กรตั้งขึ้น เช่น การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI)
วัตถุประสงค์ทางการตลาด เป็นวัตถุประสงค์ที่ควรร่างขึ้นหลังจากทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน และสภาพแวดล้อมภายในองค์กรโดยวัตถุประสงค์เหล่านี้ควรยึดโยงกับกลยุทธ์ในภาพรวมขององค์กรด้วย
วัตถุประสงค์ทางการสื่อสาร คือวัตถุประสงค์ที่องค์กรต้องการบรรลุจากแผนการประชาสัมพันธ์ รวมถึงผลลัพธ์จากการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น การสร้างการรับรู้ องค์ความรู้ ภาพลักษณ์ และทัศนคติของผู้คนที่มีต่อองค์กร รวมถึงการเพิ่มยอดบริจาคด้วย

การทำวิจัยการตลาดจะช่วยให้นักการตลาดรู้จักวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร ก่อนจะเริ่มหาโอกาส ป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอุปสรรค ก้าวข้ามจุดอ่อน และเสริมสร้างความแข็งแกร่ง การวิเคราะห์สถานการณ์ยังเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า ‘การตรวจสอบตลาด (Marketing Audit)’ ซึ่งจะใช้ในการพิจารณาสิ่งแวดล้อมทางการตลาด
เมื่อสิ้นสุดกระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและตรวจสอบการตลาด

อ่านเพิ่มเติม

พลิกโฉมการเกษตรดิจิทัล สนับสนุนเกษตรกรไทยพัฒนาการขายออนไลน์

 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลาดรับซื้อสินค้าเกษตรหลายแห่งในประเทศต้องปิดจำหน่ายสินค้าชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีการล็อคดาวน์และจำกัดการเดินทาง ส่งผลกระทบต่อการขายสินค้าทางการเกษตรของเกษตรกรไทยกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ พฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการซื้อสินค้าเกษตรก็มีแนวโน้มเปลี่ยนไป ดังที่เราเรียกว่าการดำเนินชีวิตแนววิถีใหม่ หรือ “New Normal” อย่างไรก็ตามการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลและสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งในวงการเกษตร เทคโนโลยีก็เข้ามาพลิกโฉมวิธีการทำเกษตรและการจัดการฟาร์ม ตั้งแต่กระบวนการดูแลดินไปจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวเพื่อทำการซื้อขายออนไลน์
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ร่วมมือกันช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้พร้อมก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ ‘Digital Marketing for Smart Farmers’ เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการตลาดออนไลน์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยองค์ความรู้ ทักษะ และเทคโนโลยีด้านการตลาดออนไลน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของมูลนิธิคีนันฯ คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปท่ามกลางช่วงวิกฤตการณ์ได้ จุดเด่นของโครงการฯ คือ การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการตลาดออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในช่วงนโยบายล็อกดาวน์รอบแรก (มีนาคม 2563) ปรากฏว่ากลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ หรือ Smart Farmer ที่ขายสินค้าเกษตรออนไลน์มียอดขายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 26

อ่านเพิ่มเติม

รวมพลังสร้างความเท่าเทียมและเปิดรับความหลากหลายในภาคธุรกิจไทย เนื่องในวันสตรีสากล

วันที่ 8 มีนาคมของทุกปีถือเป็น “วันสตรีสากล” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนได้รำลึกและร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้หญิง พร้อมกับสนับสนุนคนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำทางเพศและเรียกร้องความครอบคลุมทางสังคม (Social Inclusion)
เนื่องในวันสุดพิเศษนี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียขอร่วมแบ่งปัน 6 ประเด็นสำคัญจากรายงานการประเมินความต้องการจำเป็นภายใต้โครงการ ‘Promoting Economic Empowerment of Women at Work in Asia ‐ WeEmpowerAsia in Thailand’  ที่คีนันฯได้ร่วมดำเนินงานร่วมกับองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ดังนี้

ทัศนคติและบรรทัดฐานทางเพศอาจกระทบต่อความสำเร็จและความก้าวหน้าในสายอาชีพ

หลายคนอาจมองว่าคุณสมบัติ ลักษณะนิสัย หรือบทบาทในการทำงานบางอย่างมีความเชื่อมโยงกับเพศใดเพศหนึ่ง ซึ่งความเชื่อมโยงเหล่านี้มักให้ผลประโยชน์กับเพศชายมากกว่าเพศหญิง ตัวอย่างเช่น ผู้ชายมักถูกมองว่ามีภาวะผู้นำมากกว่าผู้หญิง และทัศนคติเช่นนี้อาจนำไปสู่ความเอนเอียงโดยไม่รู้ตัวซึ่งทำให้ผู้ชายได้รับตำแหน่งหัวหน้าหรือผู้บริหารมากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้สังคมโดยรวมยังกดดันให้ผู้หญิงแบกรับความรับผิดชอบในครัวเรือน อย่างการเลี้ยงดูบุตรและงานบ้านสารพัด ซึ่งอาจทำให้ผู้ชายได้เปรียบผู้หญิงในการสมัครงานและการเลื่อนตำแหน่ง เนื่องจากคนมักมองว่าผู้ชายสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานได้มากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น อาชีพบางประเภทมักมีภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับเพศใดเพศหนึ่งเป็นพิเศษ ทำให้เกิดความคาดหวังหรือความเข้าใจผิด ๆ ว่าอาชีพใดเป็นอาชีพของผู้ชายและอาชีพใดเป็นอาชีพของผู้หญิง อีกทั้งมีไม่กี่คนที่จะเลือกเรียนและทำงานในสายอาชีพที่มีภาพลักษณ์เชื่อมโยงกับอีกเพศ

อ่านเพิ่มเติม

สะเต็มศึกษา เพิ่มพูนทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ของครูและนักเรียน

Dau Van Nga เป็นครูสอนฟิสิกส์ เทคโนโลยี และสารสนเทศ ที่โรงเรียน Xuan La ในเขต Tay Ho กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม 17 ปีก่อน เมื่อคุณ Nga เริ่มอาชีพครูใหม่ ๆ เธอเกือบล้มเลิกความตั้งใจอยู่หลายครั้ง เนื่องจากอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา ทั้งปริมาณงาน ตัวหลักสูตร สภาพแวดล้อม หรือแม้กระทั่งการรับมือกับนักเรียน แต่ด้วยความปรารถนาที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนรุ่นใหม่ ทำให้คุณ Nga ยังคงประกอบอาชีพครูมาจนถึงปัจจุบัน ความมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความรักในวิชาวิทยาศาสตร์นั้นเป็นเชื้อไฟให้เธอก้าวต่อ กระทั่งได้มารู้จักกับสะเต็มศึกษา (STEM) ซึ่งย่อมาจากคำว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ รูปแบบการศึกษานี้เน้นการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์เข้ากับชีวิตประจำวัน ซึ่งตรงกับความต้องการของคุณ Nga พอดี
“ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เราศึกษาและลองใช้สื่อการสอนรูปแบบใหม่อยู่เสมอ นับว่าโชคดีมากที่ได้มาเจอมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และเข้าร่วมโครงการโบอิ้งยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีในสถานศึกษา โครงการนี้ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิธีการสอนที่เป็นระบบและให้ผลสัมฤทธิ์เป็นเลิศ เรามีโอกาสได้ลองสอนโดยใช้สะเต็มศึกษาจริง

อ่านเพิ่มเติม

ความท้าทายของการเพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนป้องกันโควิด-19

การที่วัคซีน COVID-19 ได้รับการพัฒนาทั่วโลกในระยะเวลาอันสั้น จึงเป็นสิ่งที่ทั่วโลกจับจ้องถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งคนไทยจำนวนหนึ่งเองก็ยังวิตกกังวลกับเรื่องนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พบว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย (ทั้งหมด 1,570 คน) กังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน COVID-19 ในขณะที่คนไทย 66% ต้องการรับวัคซีนและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับปฏิกิริยาที่มักพบบ่อยหลังรับวัคซีนแล้ว ในขณะที่ 14% ไม่ต้องการรับวัคซีนเลยและไม่สนใจข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความเชื่อมั่นเช่นนี้มีผลต่อการฉีดวัคซีนทั้งในระดับบุคคลและภาพรวมงานสาธารณสุข
เมื่อไวรัสโคโรนาที่เป็นสาเหตุของ COVID-19 เริ่มแพร่กระจายช่วงแรก แทบไม่มีใครมีภูมิคุ้มกันเลย แต่เวลานี้วัคซีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการต่อสู้กับโรคระบาดหากมีการฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางเพียงพอ ทั้งนี้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีการเปิดตัววัคซีนจาก 7 แหล่งผลิตที่แตกต่างกันและเริ่มทดลองใช้ในประเทศต่างๆ อีกทั้งยังทดสอบติดตามกับผู้สมัครใจรับวัคซีนมากกว่า 200 ราย
การเปิดตัววัคซีนของประเทศไทย
กระทรวงสาธารณสุขของไทยอนุมัติการฉีดวัคซีนครั้งแรกที่จะเริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และแบ่งออกเป็นแผนสามระยะ โดยเริ่มจากการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ระยะแรกจะให้ยาสองล้านโดสครอบคลุมประชากรหนึ่งล้านคน คนละสองโดสเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของวัคซีน ระยะที่สองจัดอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนโดยมีการวางแผน 26 ล้านโดสสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติม