ประโยชน์และอุปสรรคของผู้ประกอบการรายย่อมบนแพลตฟอร์มออนไลน์

โควิด-19 ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปตลอดกาล โดยพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดที่สุดคือความคุ้นเคยกับการจับจ่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น อีกทั้ง การช้อปออนไลน์ได้กลายเป็นการช้อปแบบไร้การวางแผนมากกว่าเดิม โดยผู้บริโภคมักกดสั่งของจากแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ค้นพบระหว่างเล่นอินเทอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการมีตัวตนบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น
‘การมุ่งสู่ตลาดออนไลน์’ จะรุ่งหรือร่วง?
การผันตัวมาทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่แค่การได้เกาะติดเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) จะได้รับประโยชน์อีกมากมายเมื่อเทียบกับการเปิดหน้าร้านแบบเดิม ๆ ยกตัวอย่างเช่น ต้นทุนที่ลดลง ประหยัดเวลาเดินทางหรือตั้งร้าน ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างกว่าที่เคย เพราะไร้ข้อจำกัดด้านสถานที่ นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจออนไลน์จากบ้านของตัวเองยังสามารถขยายโอกาสทางธุรกิจไปสู่คนจำนวนมากขึ้น เช่น ผู้พิการที่อาจมีข้อจำกัดในการปฏิบัติงานนอกสถานที่ และผู้หญิงที่ต้องรับผิดชอบภาระในครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องพึงระลึกไว้ว่าการมีแต่ร้านออนไลน์ ไม่มีหน้าร้านจริงเลย อาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงเงินทุนและสร้างความน่าเชื่อถือในกลุ่มลูกค้า เดิมทีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ MSMEs ก็นับว่าเป็นความท้าทายที่ทุกคนรู้ดีกันอยู่แล้ว และ MSMEs ที่มีแต่ธุรกิจออนไลน์ก็อาจมีความลำบากยิ่งขึ้นไปอีกในการโน้มน้าวให้สถาบันการเงินอนุมัติเงินกู้ให้กิจการ หรือสถาบันการเงินอาจมีเงื่อนไขการชำระคืนสินเชื่อที่ไม่สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจออนไลน์นัก ในขณะเดียวกัน ลูกค้าอาจมีความระแวงสินค้าปลอมหรือสินค้าคุณภาพต่ำ อีกทั้งอาจต้องการจับต้องสินค้าจริง หรืออยากที่จะรับสินค้าที่ซื้อกลับไปใช้ทันทีโดยไม่ต้องรอของมาส่ง จริงอยู่ว่า ผู้ประกอบการ MSMEs สามารถมีทั้งหน้าร้านออฟไลน์และออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม

สืบสานวัฒนธรรมสู่อนาคต

ศิลปะ คือหนึ่งในภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสารกันมาช้านาน และบางครั้งยังสามารถถ่ายทอดสิ่งที่คำพูดไม่อาจนิยามออกมาได้ นอกจากนั้น ศิลปะยังช่วยประสานแนวคิดจากหลากหลายวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ณัชรัตน์  ชุมพานิชวศุตม์ ได้นำแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตล้านนาที่สืบทอดกันมานานกว่า 2,000 ปีมาถักทอลงบนผืนผ้าในชื่อแบรนด์ “รักษ์บาติก (Rukbatik)” ที่มุ่งเชื่อมประสานวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ด้วยฝีเข็มและการย้อมมือจากวัสดุธรรมชาติ รักษ์บาติกเปิดกิจการมานานถึง 5 ปี แต่ไม่ใช่ในฐานธุรกิจหนึ่ง ๆ แต่เป็นสะพานแห่งวัฒนธรรม โดยทางร้านได้ส่งออกผ้าทอของไทยกระจายไปทั่วโลก กระทั่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ทางร้านต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดครั้งใหญ่
“ก่อนที่จะเจอโควิด ทางร้านส่งสินค้าไปขายที่ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น รวมไปถึงเข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้านานาชาติมากมาย แต่พอโควิดเข้ามารายได้ก็ตกฮวบไป 80-90%” คุณณัชรัตน์กล่าว “เราต้องปรับตัวเยอะมาก ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า แต่รวมไปถึงวิธีการขายด้วย ตอนนี้ก็กำลังคิดค้นสินค้าที่สามารถป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ เพราะเราต้องตามเทรนด์และปรับตัวให้ทันไม่งั้นก็ตกขบวน เราหันมาจริงจังกับการตลาดออนไลน์มากขึ้นด้วย เพราะต้องดูแลลูกค้าประจำและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ การตลาดออนไลน์เลยไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป”

สำหรับสินค้าที่เน้นขายเอกลักษณ์และมรดกประจำถิ่น การก้าวสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ถือว่าเป็นการเชื่อมประวัติศาสตร์กับโลกอนาคต ให้ผู้คนมาแบ่งปันและชื่นชมคุณค่าของมรดกในท้องถิ่นกันมากขึ้น “การอบรมของมูลนิธิคีนันฯ และ Meta ทำให้เราเข้าใจโลกธุรกิจบน Facebook และ

อ่านเพิ่มเติม

เปิดการเรียนรู้ให้หมุนตามกระแสโลก

การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ที่ต้องการทักษะเฉพาะ (Hard skills) และทักษะที่จำเป็น (Soft skills) ส่งผลให้บทบาทของครูเปลี่ยนไป การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมที่ครูเป็นผู้ป้อนข้อมูลความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และไม่สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ได้ อีกทั้งความเหลื่อมหล้ำทางการศึกษาที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นในช่วงโควิด-19 ที่นักเรียนมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีนำไปสู่การสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ (Learning loss) ดังนั้นโจทย์สำคัญต่อการพัฒนาระบบการศึกษาจากนี้คือการเร่งเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้ตอบสนองต่อโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียร่วมมือกับบริษัท ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ไทยแลนด์  ภายใต้โครงการ 100Seed: Light up ด้วยแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) โดยการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา ผ่านกิจกรรมการอบรมครูเชิงปฎิบัติการยกระดับการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในรูปแบบ Active Math ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเสริมทักษะครูผู้เข้าร่วมอบรมในการเรียนการสอนคณิตศาสตร์แบบเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์เชื่อมโยงรูปธรรมสู่นามธรรม (Concrete to Abstract) เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจในบทเรียนอย่างมีระบบ และกิจกรรมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Professional Learning Community)

อ่านเพิ่มเติม

โอกาสของผู้ประกอบการสตรีในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทใหญ่

ภายใต้สภาวะการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ซึ่งยืดเยื้อกว่า 2 ปีแล้ว และเป็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อธุรกิจในทุกระดับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ซึ่งมีพันธกิจที่จะพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล จึงได้ดำเนินโครงการร่วมกับองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ภายใต้โครงการ Promoting Economic Empowerment of Women at Work in Asia ‐ WeEmpowerAsia Thailand’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความเท่าเทียมทางเพศอันส่งผลต่อการเติบโตทางธุรกิจ
ตลอดการดำเนินโครงการ 20 เดือนที่ผ่านมา มูลนิธิคีนันฯได้พัฒนาหลักสูตรเสริมแกร่งพลังสตรี (Women’s Empowerment Principles – WEPs) จากองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ  มาพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่กว่า 400 องค์กร และทำการฝึกอบรมผู้ประกอบการสตรี (women-owned business) ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เกือบ 200

อ่านเพิ่มเติม

ปั้นฝันผู้ประกอบการรุ่นเยาว์

ณัฐวุฒิ สุดเกษร (ไอซ์) นักเรียน ปวช.3 วิทยาลัยพาณิชยการบางนา สายการตลาด น้องไอซ์เริ่มจากการทดลองขายคุกกี้ร่วมกับเพื่อนเมื่อชั้นปีที่ 2 ในวิชาการขายออนไลน์ของทางมหาวิทยาลัย ไอซ์มีความตั้งใจว่าอยากเข้าร่วม “โครงการเตรียมความพร้อมแก่เยาวชนเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน” เพื่อต่อยอดความรู้ของตัวเอง และอยากแบ่งเบาภาระของครอบครัว โดยไอซ์เล่าว่าในช่วงสถานการณ์โควิดทางบ้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก ช่วงแรกๆ แม่ต้องไปทำงานข้างนอก เป็นลูกจ้าง กทม. ฝ่ายกวาดถนน ซึ่งบรรจุได้ยังไม่ถึงปี แต่แล้วคุณแม่ซึ่งเป็นผู้หารายได้หลักในครอบครัวเกิดติดโควิด และยังมีหนี้สินกับทางราชการอยู่ด้วย เมื่อเห็นสถานการณ์ทางบ้านเช่นนี้แล้ว น้องไอซ์ ในฐานะพี่คนโตของบ้าน เลยตัดสินใจทำธุรกิจออนไลน์ขายคุกกี้นิ่มกับเพื่อนต่อจาก ปวช. ปี 2 ซึ่งส่วนตัวการทำขนมก็เป็นสิ่งที่ไอซ์รักอยู่ด้วย ไอซ์อธิบายว่าคุกกี้ของทางร้านจะมีอยู่ 8-10 ไส้ ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่เป็นคุกกี้ไส้เยิ้มไส้ทะลัก และทางร้านมีจุดขายที่เน้นความสะดวก ความสะอาด และความอร่อย
“โครงการเตรียมความพร้อมแก่เยาวชนเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน” โดยมูลนิธิซิตี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย และกรมพัฒนาฝีมือแรงงานาน มีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาจากสถาบันอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ได้รับการจ้างงานที่มีคุณภาพ ภายใต้ Kenan Micro and SME

อ่านเพิ่มเติม

พลังฝัน พลังคนยุคใหม่

กนกพร เรือนอิ่น หรือ น้องตอง นักศึกษา ปวช. ปี 3 สาขาการตลาด วิทยาลัยพาณิชยการบางนา น้องคนสุดท้องของบ้าน ปัจจุบันตองช่วยคุณป้าและทางบ้านดูแลกิจการจำหน่ายหิน ดิน ทราย ใช้เป็นวัสดุสำหรับก่อสร้าง อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ตองได้เริ่มช่วยกิจการของคุณป้าตั้งแต่อยู่ชั้น ป.6 จวบจนปัจจุบัน โดยเธอมีหน้าที่ทำรายรับ-รายจ่าย ในเวลาที่ว่าง โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เธอจะเข้าออฟฟิศจริงจัง น้องตองได้เล่าว่าครั้งแรกของการอบรม “โครงการเตรียมความพร้อมแก่เยาวชนเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน” อาจารย์ที่วิทยาลัยฯ ส่งลิงค์มาให้ และบังคับให้เข้าร่วม แต่แล้วเมื่อตองได้เข้าร่วมกิจกรรมของโครงการฯ เธอเกิดติดใจในความรู้ที่ได้รับจากโครงการ เลยสมัครครั้งที่สองด้วยตัวเอง
มูลนิธิซิตี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดทำโครงการฯ ฝึกอบรมให้ความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 แก่เยาวชน โดยเน้นทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดเชิงวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเป็นผู้นำ รวมทั้งทักษะด้านการทำงานอื่นๆ ที่จำเป็น และความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook และ Line Official

อ่านเพิ่มเติม

เปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21

ประเทศไทยประสบกับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกประเทศ อาทิเช่น ความท้าทายด้านเทคโนโลยี และความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ บริบทดังกล่าวทำให้ประเทศไทยต้องปรับตัวในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว โดยสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงคือการพัฒนาบุคลากร และหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการเสริมสร้างทักษะการสอนที่ส่งเสริมทักษะ STEM และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ครูสามารถผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียจึงร่วมกับ มูลนิธิไอวีแอล ส่งต่อโครงการ “การพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้ของครูวิทยาศาสตร์ในระยอง” ที่เกิดจากความมุ่งมั่นของมูลนิธิไอวีแอล ที่ประสงค์จะสร้างความร่วมมือและสนับสนุนการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้แก่โรงเรียนขยายโอกาสในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1  โดยมอบหมายให้มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฎิบัติการให้แก่ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ในด้านทฤษฎีการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับเนื้อหาการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และกระบวนการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ โดยตลอดเวลา 3 ปีของการดำเนินงานโครงการ มีคุณครูเข้าร่วม 31 คน และนักเรียนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการจำนวน 4,650 คน
โครงการได้ปรับหลักสูตรสะเต็มศึกษาชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาให้เข้ากับบริบทของห้องเรียนไทย เพื่อมุ่งเน้นให้คุณครูจัดการเรียนรู้ผ่านการสร้างกิจกรรมและการใช้กระบวนการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสามารถต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมจากความรู้ที่นักเรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้และจากการทดลองปฏิบัติ ไม่ใช่จากการท่องจำ ทั้งนี้ยังเน้นให้ครูผู้สอนส่งเสริมให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้แนวทางที่เรียนรู้จากชั้นเรียนสู่การแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง และร่วมแลกเปลี่ยนการจัดการเรียนรู้กับเพื่อนครูด้วยการใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ   (Professional Learning Community – PLC) เพื่อร่วมสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้จากห้องเรียนสาธิต โดยครูจะทำงานร่วมกับเพื่อนครูเพื่อวางแผนการสอน กำหนดประเด็นและเป้าหมายในการเรียนรู้ของนักเรียน ร่วมกันสังเกตชั้นเรียนและพูดคุยสะท้อนผลหลังการสอน
ครูจักรรินทร์ กลั่นหอม  คุณครูวิชาวิทยาศาสตร์ระดับชั้น

อ่านเพิ่มเติม

หนึ่งก้าวของผู้ประกอบการหญิง สู่ชุมชนที่ยั่งยืน

จุดเริ่มต้นและความฝัน เพื่อชุมชนและความยั่งยืน

เมื่อสมัยที่คุณวรรณกนกยังทำงานประจำ เธอมักฝันถึงการมีอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง โดยทุกครั้งที่คุณวรรณกนกออกไปเที่ยว เธอมักจะกลับบ้านมาพร้อมกับแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์และต่อยอดผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดที่เธอเจอระหว่างทางเสมอ บวกกับแรงบันดาลใจที่ได้รับจากผู้ประกอบการหญิงรายย่อยท่านหนึ่งที่เธอมีโอกาสได้ร่วมงานด้วยครั้งที่ทำงานประจำ ทำให้คุณวรรณกนกตัดสินใจก้าวออกมาเปิดกิจการของตัวเองภายใต้ชื่อแบรนด์ Wanasu Style ที่มอบคุณค่าแก่ชุมชนและยึดหลักความยั่งยืนอย่างเต็มเปี่ยม
ปัจจุบันร้าน Wanasu Style ได้จ้างกลุ่มแม่บ้านในชุมชนมาช่วยกันประดิษฐ์เสื้อผ้าและเครื่องประดับทำมือหลากหลายชนิดอันเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างได้รายได้เสริมเดือนละกว่า 5,000 บาทต่อคน และสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้กว่า 10-15 ครัวเรือน นับว่าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินกิจการของคุณวรรณกนกและร้าน Wanasu Style ที่อยากจะสนับสนุนและเติมพลังให้กับกลุ่มผู้หญิงในชุมชน
ตั้งรับและปรับตัวกับโควิด-19
การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ทำให้การเข้าถึงวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์ของร้าน Wanasu Style ต้องหยุดชะงัก หนำซ้ำความไม่แน่นอนของวิกฤตเศรษฐกิจยิ่งสร้างความกังวลใจในกลุ่มผู้บริโภค เพราะหลายคนเริ่มจำกัดการใช้เงินกับสินค้าแฟชั่น และลูกค้าประจำของร้าน Wanasu Style ก็ลดลงไปจากแต่ก่อนเนื่องจากกลัวความไม่แน่นอนของอนาคต
ความคิดแรกของคุณวรรณกนก คือ ความเป็นห่วงพนักงานที่ร้าน รวมถึงครอบครัวที่พวกเธอต้องดูแล ด้วยความตั้งใจที่จะดำเนินกิจการผลักดันผู้หญิงและสร้างอาชีพให้กับพวกเขา คุณวรรณกนกจึงตระหนักได้ทันทีว่า เธอต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนและปรับตัวธุรกิจให้เร็วที่สุด
ร้าน Wanasu Style จึงพลิกโฉมผลิตภัณฑ์และบริการขึ้นมาใหม่

อ่านเพิ่มเติม

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และบริษัท ออร์กานอน ประเทศไทย

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และบริษัท ออร์กานอน ประเทศไทย มุ่งปรับ – เปลี่ยน – ปั้น ฐานประชากร สู่สังคมแห่งความยั่งยืน
ประเทศไทยกำลังประสบความท้าทายด้านประชากร โดยในด้านโครงสร้างนั้น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ไว้ว่าในปี พ.ศ. 2580 สัดส่วนผู้สูงอายุในสังคมไทยจะอยู่ที่ราวร้อยละ 30 ของประชากร ทั้งนี้ ประเทศไทยมีอัตราเจริญพันธุ์รวมที่ต่ำกว่าระดับทดแทนมาเป็นระยะเวลา 20 ปีแล้ว ส่งผลให้จำนวนประชากรวัยเด็กและวัยทำงานลดลงอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมาก็พบว่ามีจำนวนการเกิดรวมเพียง 587,368 คน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีจำนวนการเกิดรายปีที่ต่ำ กว่า 600,000 คน ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นด้านคุณภาพประชากรก็เป็นประเด็นที่สำคัญไม่แพ้ประเด็นด้านโครงสร้างประชากร โดยสถานการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
จากการประชุมระดับนโยบายในหัวข้อ “ปรับ – เปลี่ยน – ปั้น ฐานประชากร สู่สังคมแห่งความยั่งยืน” ภายใต้โครงการ “Smart Family

อ่านเพิ่มเติม

ค่ายอินโนเวชั่น: ประตูสู่ประสบการณ์นอกชั้นเรียนในโลกศตวรรษที่ 21

การศึกษาในโลกศตวรรษที่ 21 ไม่ใช่แค่การเตรียมความพร้อมหรือถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการหล่อหลอมนิสัยการเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในห้องเรียนค่ายและโครงการเรียนรู้นอกห้องเรียนมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมผู้เรียนให้สามารถต่อยอดการเรียนรู้ โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้จากชั้นเรียนมาใช้แก้ไขปัญหาในชีวิตจริงรวมทั้งออกแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมที่สนุกและการฝึกปฏิบัติและลงมือทำจริง ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น และทักษะการสื่อสารไปพร้อมกันด้วย

โดยค่ายอินโนเวชั่นของมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ที่ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัท แคทเธอร์พิลลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองแห่งศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อต่อยอดไปสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและอาชีพในอนาคตต่อไป โครงการค่ายอินโนเวชั่นเป็นโครงการที่ต่อยอดจากการพัฒนาครูผู้สอนเพื่อสร้างห้องเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่ผู้เรียนสนุกกับการเรียนรู้และเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ โดยมุ่นเน้นการมอบประสบการณ์การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และเปิดโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ นอกห้องเรียน ซึ่งรวมถึงทักษะทางสังคมที่หลากหลาย การพึ่งพาตนเอง ภาวะผู้นำ รวมถึงแรงบันดาลใจและการเตรียมตัวเพื่อสร้างเส้นทางสู่อาชีพทางสะเต็มในอนาคต
โครงการมีแผนจัดกิจกรรมค่ายอินโนเวชั่นทั้งหมด 9 ค่ายภายในระยะเวลา 2 ปี (2564-2565) ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนเครือข่ายในจังหวัดระยองรวมทั้งสิ้น 450 คน โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ทางโครงการได้จัดค่ายแก่ 4 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองฆ้อ และ โรงเรียนบ้านสีระมัน โรงเรียนวัดห้วงหิน

อ่านเพิ่มเติม