Blog (TH)

ผลสอบ PISA “เด็กไทย” ยังรั้งท้าย Chevron Enjoy Science ชู “สะเต็มศึกษา” แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย

ม.ค. 26,2023

ถึงแม้ว่าเราจะเห็นความสำเร็จของเด็กไทยในการแข่งขันทางวิชาการในระดับนานาชาติมามากมาย แต่เด็กที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาความพร้อมในด้านการศึกษาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านความเจริญ

ทางการศึกษาแบบกระจุกตัว โดยเห็นได้อย่างชัดเจนจากผลการทดสอบโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA ประจำปี 2015 ซึ่งผลคะแนนรวมของสิงคโปร์อยู่อันดับ 1 ส่วนของไทยอยู่อันดับที่ 55 ใน 72 ประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในสังคมไทยขณะนี้ สถาบันด้านการศึกษาหลายแห่งต่างเห็นพ้องถึงจุดอ่อนของการศึกษาไทยไปในทิศทางเดียวกันว่า สังคมไทยยังคงมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างมากและในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้นเนื้อหาของหลักสูตรยังคงล้มเหลวต่อการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริงของเด็กไทย
เนื่องจากการสอบ PISA ของไทยมีโรงเรียนเข้าร่วม 273 โรงเรียนจากทุกสังกัดการศึกษา ส่วนหนึ่งเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม และอีกส่วนหนึ่งเป็นโรงเรียนด้อยโอกาส ถึงแม้ว่าโรงเรียนที่มีความพร้อมจะสามารถทำคะแนนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และการอ่านได้สูงในระดับทัดเทียมกันกับโรงเรียนในกลุ่มประเทศที่ทำคะแนนได้สูงก็ตาม โรงเรียนด้อยโอกาสกลับทำคะแนนได้ค่อนข้างต่ำมาก ทำให้คะแนนเฉลี่ยโดยรวมออกมาอยู่ที่ระดับต่ำ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างโรงเรียนที่มีความพร้อมกับโรงเรียนที่ด้อยโอกาสได้เป็นอย่างดี โครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ในฐานะผู้สนับสนุนการศึกษาของไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวนี้ จึงมุ่งเน้นในการกระจายการเรียนรู้ไปสู่โรงเรียนขยายโอกาสทั่วประเทศและให้ความช่วยเหลือในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นแก่ครูและบุคลากรด้านการศึกษา อันเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปสู่เด็กไทยใน 2 ประการ คือ
1. สนับสนุนแผนการสอนที่เหมาะสม พร้อมสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ ในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
2. ฝึกอบรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครูและบุคลากรด้านการศึกษา
เครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาของโครงการ Chevron Enjoy Science คือองค์ความรู้จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการพัฒนา “สะเต็มศึกษา” มากว่า 20 ปี และถือเป็นผู้นำด้านสะเต็มศึกษาแห่งแรกของโลกในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยเน้นให้เห็นว่าวิชาเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เน้นส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ/การใช้โครงงาน/การใช้ปัญหาเป็นฐาน (Inquiry/ Project/ Problem-based Learning) ที่มีรากฐานมาจากงานวิจัย และได้ผ่านการทดลองใช้จนประสบความสำเร็จมาแล้วในโรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา อาทิ หลักสูตรของ Science and Technology Concepts (STC) แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียสำหรับโรงเรียนสายสามัญ และหลักสูตรของ It’s About Time (IAT) แห่งมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์สำหรับโรงเรียนสายอาชีวศึกษา
โครงการ Chevron Enjoy Science ได้กระจายชุดแบบเรียนที่มีประสิทธิภาพของหลักสูตร STC และ IAT ไปสู่ครูในโรงเรียนสายสามัญและสายอาชีวะที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งหลักสูตรทั้งสองเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำไปปรับใช้ได้กับบริบทของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้โครงการฯ ยังได้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านวิชาชีพครู เพื่อให้ครูสามารถเตรียมการสอนและจัดการการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดในที่นี้ก็คือนักเรียน ผู้ที่จะนำเอา “สะเต็มศึกษา” ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในชีวิตประจำวัน

องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ OECD ประกาศผลการทดสอบ PISA ประจำปี 2015 ซึ่งทดสอบสามวิชา ได้แก่ การอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยสิงคโปร์อยู่อันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ญี่ปุ่น เอสโตเนีย ไต้หวัน และฟินแลนด์

ในส่วนของประเทศไทย คะแนนวิชาการอ่านอยู่ที่อันดับ 57 ขณะที่คะแนนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อยู่อันดับที่ 54 ทั้งคู่
หากจัดอันดับรวมทุกวิชา ไทยอยู่อันดับที่ 55 ในทั้งหมด 72 ประเทศโดยอันดับและคะแนนลดลงจากการทดสอบครั้งก่อนเมื่อปี 2012 ทุกวิชา
แหล่งที่มา https://www.pptvthailand.com/news/41051

Share this article

Latest.

ค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้ธุรกิจ กับโครงการ “พัฒนาผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการสตรีสู่เครือข่ายจัดซื้อในระบบสากล”

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกล

นำความรู้ไปต่อยอดธุรกิจให้ไกลกว่าเดิม กับโครงการ “พัฒนาผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการสตรีสู่เครือข่ายจัดซื้อในระบบสากล”

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียร่ว

ความมั่นคงทางอาหารของเวียดนามในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ

จากการประชุมสุดยอดอาหารโล