สุนทรพจน์โดย คุณอานันท์ ปันยารชุน

งานประชุมและงานเลี้ยงรับรองประจำปีมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย

เรียน คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ
คณะผู้บริหารมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย
แขกผู้มีเกียรติ สุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ ทุกท่านครับ

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียก่อตั้งมาแล้วกว่า 22 ปี โดยความร่วมมือของกลุ่มผู้นำคนไทยและชาวอเมริกัน ซึ่งมีวิสัยทัศน์และประสบการณ์กว้างขวางในการบริหารองค์กรเอกชน ภาครัฐ และภาคการศึกษา ซึ่งถือเป็นการตอบรับต่อการพัฒนาอย่างรวดเร็วของระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตลาดทุนในประเทศไทย ณวันนี้ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้พัฒนาโครงการมากมายให้กับสังคมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประชากร ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน และในฐานะที่ผมเป็นประธานผู้ริเร่มก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ ผมรู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นคีนันเป็นที่รับรู้จากกลุ่มพันธมิตรและผู้คนในสังคม รวมถึงจากผู้นำของแต่ละองค์กร

ขอกล่าวถึงท่านผู้มีความสำคัญในการร่วมก่อตั้งมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ดังนี้ มร.แฟรงค์ คีนัน อดีตประธานกิตติมศักดิ์กองทุนการกุศลคีนัน มร.โอเว่น คีนัน ผู้เปรียบเสมือนเพื่อนแท้ของประเทศไทยซึ่งมีส่วนสำคัญในการจัดสรรทุนทรัพย์ และ มร.ทอม คีนัน ซึ่งมิสามารถเข้าร่วมพิธีค่ำคืนนี้ได้ รวมถึง ดร.อัศวิน จินตกานนท์ ประธานอำนวยการท่านแรกของสถาบันฯ นอกจากนี้ยังมี มร. แจ็ค คาซาร์ดา แห่ง Kenan Institute of Private Enterprise โดยแม้ว่าบุคคลากรหลายๆท่านของคีนันก็มีการเปลี่ยนแปลงบ้างไปตามวิถี แต่ความสัมพันธ์ขององค์รกับหน่วยงานสำคัญๆอาทิ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAID) มหาวิทยาลัย นอร์ทแคโรไลน่า ณ แชปเปิลฮิลล์ รวมทั้งพันธมิตรของคีนันทั่วประเทศก็ยังคงเหนี่ยวแน่นเสมอมา

แม้ตัวผมได้ปลดเกษียณจากตำแหน่งประธานกรรมการของสถาบันฯมามากกว่า10 ปีแล้ว ผมก็ยังคงสานสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับสถาบันฯเรื่อยมา ผมได้ส่งต่องานของผมให้กับท่านทูฒนิตย์ พิบูลสงคราม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลาในตำแหน่งฯ ท่านอุทิศตนในการทำงานให้กับสถาบันและเป็นที่ประจักษ์ต่อทุกคน หลังจากท่านนิตย์แล้ว ทางสถาบันฯก็ได้รับเกียรติจากคุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ก้าวเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการ คุณหญิงชฎาได้ร่วมงานกับผมที่ธนาคารไทยพาณิชย์มามากกว่าสองทศวรรษ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีและโชคดีอย่างยิ่งกับทางสถาบันฯ นอกจากนี้ ขอกล่าวถึง คุณปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการและรองประธานกรรมการสถาบันฯ ผู้เปี่ยมไปด้วยความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจ ที่พร้อมจะทำงานเพื่อสถาบันฯอย่างแท้จริง ผมขออวยพรให้คุณปิยะบุตร ประสบความสำเร็จในการทำงานที่มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียนี้

มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียก้าวสู่ปีที่ 22 ด้วยความสำเร็จลุล่วงอย่างต่อเนื่อง หากปราศจากความร่วมมือร่วมแรงใจของพวกท่าน ณ ที่นี้เราคงไม่สามารถก้าวมาถึงวันนี้ได้ ผมมีอายุ 85 ปีแล้ว และห่างเหินจากการเข้าร่วมงานประชุมประจำปีมาระยะหนึ่ง แต่ผมยังจำหลายๆท่านได้แม่นยำ และดีใจที่ได้พบกับเพื่อนชาวอเมริกันอีกครั้ง ผมเชื่อว่าเป็นเหมือนดั่งโชคชะตา ที่เกิดขึ้นเกือบ 25 ปีมาแล้ว ที่นำพากลุ่มบุคลากรจากเมืองแชปเปิลฮิลล์มายังประเทศไทย ครอบครัวคีนันนั้นใจกว้างเหลือเกิน ไม่ได้เพียงแค่มอบเงินทุนช่วยเหลือประเทศไทย แต่ยังให้ความร่วมมือทุกด้าน รวมถึงการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการด้วยดีเสมอมา ขอกล่าวถึง มร.แฟรงค์และบุตรชายของท่าน มร.โอเว่น และมร.ทอม ผู้ซึ่งเป็นแรงใจให้กับเราสร้างสรรค์โครงการต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากมายทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับถึงวันนี้เป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้วเช่นกันที่ผมได้ไปเยือน วิทยาเขตแชปเปิลฮิลล์ สถานที่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความสวยงามเพื่อเข้าร่วมพิธีรับปริญญาดุษฎีบัณทิต และได้พบกับบุคคลากรสำคัญหลายท่าน ซึ่งเราก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอและสิ่งที่น่าประทับใจอีกประการหนึ่งก็คือ เราได้เห็นนักเรียนไทยหลายต่อหลายคนเลือกศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมสามารถพูดได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยเรากับมหาวิทยาลัยฯ มีความผูกพันธ์แน่นแฟ้นมาก ขึ้นเรื่อยๆ ผมปลาบปลื้มเป็นอย่างมากที่ได้เห็นกลุ่มบุคคลของภาครัฐบาลไทยเข้าร่วมงานในค่ำคืนนี้ และขอแสดงความชื่นชมในความทุ่มเทพยายามของท่านเหล่านั้นที่ได้ร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซียในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยด้วยดีเสมอมา

ความท้าทายสำคัญสำหรับประเทศไทยในปัจจุบันคงเป็นเรื่องด้านการศึกษามากกว่าเรื่องการทหารและการเมืองในการช่วยเพิ่มขีดความสามาถของประชากรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยจิตสำนึกต่อความมีธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ ความรับผิดชอบ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การมีเสรีภาพในการแสดงความคิด และเสรีภาพในการชุมนุม เมื่อมองย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของประเทศไทยแล้ว ความมุ่งมั่นของเราเพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย ต้องเผชิญกับผลกระทบทางการเมืองรวมถึงด้านอื่นๆด้วย และก็เกินกว่าความสามารถของเราที่จะควบคุมสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ แต่ผมก็ยังเชื่อเสมอว่าภาคเอกชนและคนไทยเราโดยทั่วไปแล้วเข้าใจถึงความท้าทายเหล่านี้ดี ตราบใดที่เรายังมีพลังและวิสัยทัศน์ที่จะที่จะสานต่อเป้าหมายอันล้ำค่าเหล่านี้ให้ประสบผลสำเร็จนำพาประเทศไทยให้มีรูปแบบการเมืองอันเป็นที่ยอมรับภายใต้ระบอบประชาธิบไตย ผมมีความเชื่อมั่นอย่างจริงใจถึงพลังของคนไทยและพื้นฐานความดีในจิตใจของพลเมืองชาวไทยทุกคน

ท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ ผมหวังว่าทุกท่านคงมีความภาคภูมิใจในงานที่เราได้ช่วยกันพัฒนาและยังคงมุ่งมั่น ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง

อานันท์ ปันยารชุน

Anand Panyarachun

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *