ดร.ปรเมธี วิมลศิริ

โดยท่าน ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

  • ประเทศไทยเราก้าวสู่สังคมสูงวัย ในอัตราเร่งที่เร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่เป็นสังคมสูงวัยก่อนประเทศอื่น ๆ ก็ตาม
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นองค์กรหลัก ในการขับเคลื่อนการพัฒนาคนและสังคม เพื่อความอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน
  • ซึ่งครอบคลุมมิติการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน พัฒนาเมือง และพัฒนาสังคม ให้มีคุณภาพอย่างเต็มศักยภาพ มีภูมิคุ้มกันต่อความเปลี่ยนแปลง
  • มีการสร้างเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมพัฒนาสังคม
  • มีการพัฒนาองค์ความรู้ ขีดความสามารถ ระบบบริหารจัดการเพื่อพัฒนาสังคม ระบบสวัสดิการ ให้ประชาชนมีหลักประกันและมีความมั่นคงในชีวิต
  • ภารกิจเรื่องผู้สูงอายุ เป็นเรื่องใหญ่และเร่งด่วนในระดับภูมิภาคอาเซียน และส่งผลกระทบต่อสังคมทุกมิติ
  • ไม่ว่าจะเป็นมิติทางเศรษฐกิจ – การจ้างงาน ลักษณะงานที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในงาน ความพร้อมทางการเงิน
  • มิติทางสังคมและชุมชน – การดำเนินชีวิตภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคม โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป
  • มิติทางสุขภาวะ – สุขภาพกาย สุขภาพจิต ซึ่ง พม.โพล ระบุผลสำรวจล่าสุด
    • พบผู้สูงอายุร้อยละ 35.04 ถูกทำร้ายจิตใจ
    • ร้อยละ 30.98 ถูกทอดทิ้ง
    • และร้อยละ 23.5 ถูกทำร้ายร่างกาย
    • ที่น่าตกใจผู้กระทำความรุนแรง ส่วนใหญ่ร้อยละ 52 เป็นบุคคลใกล้ชิดที่อยู่ในครอบครัว
  • และสอดคล้องกับข้อมูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
    • ระบุสถิติผู้สูงอายุไทยที่ฆ่าตัวตายปี 2560 มี 801 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.3 ของผู้ที่ฆ่าตัวตายทั้งหมด
    • สาเหตุมาจากความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิด เจ็บป่วยเรื้อรัง และโรคซึมเศร้า
  • นอกจากนั้น มิติทางสภาพแวดล้อม – การจัดการสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทุกคน หรือ Universal design / Friendly design ก็เป็นเรื่องมีบทบาทสำคัญยิ่ง
  • มิติทางการศึกษา การพัฒนาทักษะ – ให้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ
  • สถานการณ์ทั้งมวลนี้ ส่งผลให้มีการคลอดมาตรการขับเคลื่อนระเบียบวาระแห่งชาติ เรื่อง “สังคมผู้สูงอายุ” ใน 6 ความยั่งยืน (Sustainable) 4 การเปลี่ยนแปลง (Change)
  • ซึ่งผ่านความเห็นชอบเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2561
  • กำหนดให้ พม.เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงสาธารณสุข รวม 6 กระทรวง
  • 6 ความยั่งยืน หรือ 6S ประกอบด้วย
    • S1 การสร้างระบบคุ้มครองและสวัสดิการผู้สูงอายุ
    • S2 ส่งเสริมการมีงานทำและมีรายได้ของผู้สูงอายุ
    • S3 ระบบสุขภาพเพื่อรองรับสังคมสูงอายุ
    • S4 ปรับสภาพแวดล้อมชุมชนและบ้านให้ปลอดภัยกับผู้สูงอายุ
    • S5 ธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ
    • และ S6 การสร้างความรอบรู้ให้คนรุ่นใหม่
  • 4 การเปลี่ยนแปลง หรือ 4C ประกอบด้วย
    • C1 การยกระดับความร่วมมือเสริมสร้างพลังสังคมผู้สูงอายุ
    • C2 การปรับเปลี่ยนกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ ข้อบังคับเอื้อต่อการทำงานด้านผู้สูงอายุ
    • C3 ปฏิรูประบบข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ
    • และ C4 พลิกโฉมนวัตกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมสูงอายุ
  • กลไกหลายสิ่งที่กระทรวงฯ ดำเนินการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย อาทิ การมีบอร์ดระดับชาติด้านผู้สูงอายุ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีการประชุมทุก 3 เดือน
  • เน้นการทำงานร่วมมือแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ตั้งแต่กระทรวงหลัก ๆ ระดับจังหวัด ระดับพื้นที่ ระดับท้องถิ่น และร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า
  • เรามีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นคน ที่ได้รับการฝึกอบรม 18 ชั่วโมง 72 ชั่วโมง และ 420 ชั่วโมง
  • เพื่อทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือ ทั้งเด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ พม.ตามภูมิภาค
  • ไม่เพียงเท่านั้น เรามีโรงเรียนผู้สูงอายุ เกือบทุกตำบล ทำงานร่วมกับศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาอาชีพ ร่วมกับ กศน. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) บุคลากรครู อบต. อบจ. และภาคธุรกิจในชุมชน เป็นต้น
  • ในแต่ละชุมชน ยังจัดให้มีชมรมผู้สูงอายุ ซึ่งปี 2560 มีถึง 28,640 ชมรม
    • ซึ่งมีกิจกรรมพัฒนาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นหรือสังคมส่วนรวม กิจกรรมด้านสุขภาพ กิจกรรมถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน
    • ผลที่ได้ต่อผู้สูงอายุ คือ อัตราการป่วยลดลง ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีประโยชน์ต่อผู้อื่น ลดภาวะพึ่งพิง และมีบทบาทในชุมชนมากขึ้น
  • ผมคาดหวังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสังคม สร้างความตระหนัก ตื่นตัว เตรียมความพร้อม รับมือตั้งแต่วัยเด็ก
  • ขณะเดียวกันผู้สูงอายุเองก็ต้องเอาใจใส่ตนเอง เตรียมความพร้อมในการเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุข
  • โดยบุคคลรอบข้าง ลูกหลานต้องให้ความสุขกับผู้สูงอายุซึ่งกันและกัน อย่าเพียงหวังแต่จะรอความช่วยเหลือหรือพึ่งพิงผู้อื่น
  • ขณะเดียวกัน ต้องมีระบบดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง โดยอาศัยคนในพื้นที่ชุมชนช่วยดูแลซึ่งกันและกัน
  • ร่วมกันสร้าง “พฤฒพลัง” หรือ “พลังผู้สูงอายุ” ในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศตามเป้าหมายระเบียบวาระชาติ
  • ผมดีใจและขอชื่นชม ที่วันนี้ มีองค์กรภาคธุรกิจอย่างบริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย จับมือเป็นพันธมิตรกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ดำเนินโครงการ ไฟเซอร์ รู้ เฒ่า ทัน สุข เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
  • อันเป็นตัวอย่างความร่วมมือ และเป็นจิ๊กซอว์หนึ่งของภาพใหญ่สังคมไทย ก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และอย่างมีคุณภาพ
  • บัดนี้ ได้เวลาอันสมควร ขอเปิดงาน “Healthier Lives for Active Aging Society Forum 2019 สังคมอายุยืนคุณภาพ กายฟิต จิตดี มีออม” ภายใต้โครงการไฟเซอร์ รู้-เฒ่า-ทัน-สุข
  • ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขอย่างเต็มอิ่ม ได้ร่วมชื่นชมกับผลงานโครงการตลอดสามปี
  • ขอบคุณครับ

 

 

Kenan Asia

แสดงความคิดเห็นของท่าน

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *